เดินหน้าชน : ป้อง‘พญาไท’(อีกครั้ง) : สราวุฒิ สิงห์เอี่ยม

การปกป้องสิทธิในชุมชน เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 58 ที่ระบุว่า “การดําเนินการใดของรัฐหรือที่รัฐจะอนุญาตให้ผู้ใดดําเนินการ ถ้าการนั้นอาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสําคัญอื่นใดของประชาชนหรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง รัฐต้องดําเนินการให้มีการศึกษา และประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน และจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนและชุมชนที่เกี่ยวข้องก่อน…”

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา “ชมรมอนุรักษ์พญาไท” ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มกันของผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนซอยพหลโยธิน 5, 7, 9, 11 และบริเวณใกล้เคียง ในเขตพญาไท กทม. มีการต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิของชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง กับความเจริญทางวัตถุที่ไร้ระเบียบแบบแผน โดยเฉพาะอาคารสูง ที่จะส่งผลกระทบหลายด้านต่อชุมชน

อย่างโครงการบ้านประชารัฐ ที่กรมธนารักษ์จะก่อสร้างคอนโดมิเนียม 8 ชั้น 2 อาคาร ในซอยพหลโยธิน 11 ทาง “ชมรมอนุรักษ์พญาไท” ก็ผนึกกำลังกันต่อสู้กันอย่างดุเดือด เข้มข้น จนสุดท้ายกรมธนารักษ์ยอมยุติโครงการดังกล่าว

แต่ “ชมรมอนุรักษ์พญาไท” ยังมีภารกิจต่อเนื่องในการปกป้องสิทธิของชุมชน

ไม่ว่าจะร้องเรียนต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารสูง ที่ผุดขึ้นมามากมาย ทั้งที่สภาพพื้นที่ไม่เหมาะสม ระบบสาธารณูปโภครองรับไม่พอ โดยเฉพาะถนนหนทางที่คับแคบ

ที่สำคัญหลายโครงการน่าจะผิดข้อกฎหมาย แต่ทว่าเจ้าหน้าที่รัฐดูเหมือนจะมองข้ามไป และอนุญาตให้ก่อสร้างอย่างหน้าตาเฉย

ล่าสุด “ชมรมอนุรักษ์พญาไท” ต้องออกมาเรียกร้องอีกครา ด้วยการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อ เพื่อเอาผิดกับ พวงเพ็ญ ชื่นค้า ผอ.เขตพญาไท ในข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามกฎหมายอาญา มาตรา 157

จากกรณีที่ พวงเพ็ญ ชื่นค้า ออกใบอนุญาตให้ก่อสร้าง “โครงการ Savvi Ari 4” ซึ่งเป็นอาคารชุด สูง 8 ชั้น

ทาง “ชมรมอนุรักษ์พญาไท” เห็นว่าโครงการดังกล่าวเป็นการก่อสร้างอาคารในพื้นที่ที่ไม่รองรับระบบโครงสร้างพื้นฐานตามเกณฑ์และมาตรฐานผังเมืองรวมกรุงเทพฯ เพราะที่ตั้งโครงการอยู่ซอยชำนาญอักษร เป็นชั้นถนนสายย่อย ความกว้างแค่ 8 เมตร ไม่สามารถขยายได้

นอกจากนี้ซอยชำนาญอักษรไม่มีทางเท้า การจราจรติดขัดมาก ความจุของถนนไม่สามารถรองรับการจราจร รถวิ่งสวนกันไม่ได้ในสองทิศทาง ตามข้อบัญญัติกรุงเทพ มหานครเรื่องควบคุมอาคาร

รวมทั้งสาธารณูปโภคที่มีก็แค่รองรับชุมชนในบริเวณที่มีผู้อยู่อาศัยประมาณ 50 คน ไม่เพียงพอที่จะรองรับประชากรที่จะเพิ่มขึ้นอีก 4 เท่าตัว

ที่สำคัญ การออกใบอนุญาตดังกล่าวน่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 58 ในเรื่องการประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชน ชุมชนที่เกี่ยวข้อง

ก่อนหน้านี้ “ชมรมอนุรักษ์พญาไท” ได้แจ้งปัญหาต่างๆ เหล่านี้ให้กับ ผอ.เขตพญาไทคนก่อนไปแล้ว

ต่อมา พวงเพ็ญ ชื่นค้า มารับตำแหน่ง ผอ.เขตพญาไทคนใหม่ ทาง “ชมรมอนุรักษ์พญาไท” ก็ทำหนังสือแจ้งทั้งข้อเท็จจริงและระเบียบข้อกฎหมายให้ทราบหลายครั้งแล้วว่าบริเวณดังกล่าวไม่น่าจะออกใบอนุญาตให้ก่อสร้างได้

แต่ทว่า พวงเพ็ญ ชื่นค้า กลับออกใบอนุญาตให้ก่อสร้างได้ ทาง “ชมรมอนุรักษ์พญาไท” จึงเห็นว่า ผอ.เขตพญาไท น่าจะมีความผิดดังกล่าว

ผลของคดีจะเป็นอย่างไร ต้องรอพิสูจน์กันต่อไป

ถือเป็นอีกกรณีตัวอย่าง ในการต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิชุมชนของ “ชมรมอนุรักษ์พญาไท” (อีกครั้ง)

สราวุฒิ สิงห์เอี่ยม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้จี้ ‘บิ๊กตู่’ สั่ง กห.-ทบ. สอบ ปมพลทหารร้องค่ายทหารกระบี่เลี้ยงน้ำแกง ลูกชิ้น 2 ลูก
บทความถัดไป‘ซาร่า คาซิงกินี’ เปิดตัวรักครั้งใหม่#ks ที่เร็วๆนี้อาจมีพิธีวิวาห์?