เดินหน้าชน : เขาชื่อ‘กรณ์’ : โดย พันธศักดิ์ รักพงษ์

“ประชาธิปัตย์” พรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุดของเมืองไทย กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ นั่นคือการเลือกผู้นำพรรคคนใหม่ หลังจาก “มาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศไขก๊อกรับผิดชอบต่อการพ่ายแพ้การเลือกตั้ง

ผมไม่ค่อยคุ้นเคยกับประชาธิปัตย์ แต่มีโอกาสได้นั่งในวงสนทนากับ กรณ์ จาติกวณิช รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เปิดตัวลงชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค ผมพยายามจับท่าที “กรณ์” และสิ่งที่ได้คือ เป็นคนพูดเรื่องการเมือง-ความขัดแย้งน้อยมาก ชอบพูดและโฟกัสเฉพาะเรื่องอนาคต การฟื้นฟูเศรษฐกิจ นโยบายพรรคด้านสังคม เศรษฐกิจ การศึกษา

หากจำสไตล์ ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตรัฐมนตรีและมือเศรษฐกิจของพรรค เป็นสไตล์ที่นักข่าวรู้และจะไม่พยายามป้อนคำถามการเมืองหรือความขัดแย้งไปให้ เพราะรู้ว่าคงไม่ได้คำตอบที่ต้องการ หากเป็นเรื่องเศรษฐกิจ เราจะได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกมากมาย เพราะพรรคนี้มีมือไม้การเมืองอยู่เต็มพรรค แต่สิ่งที่ขาดหายคือ ตัวโชว์ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งบ่อยครั้งเวลาที่เข้ามุมอับชื่อของ “ศุภชัย” จะลอยออกมาแทบทุกครั้ง

ผมขอไม่เปรียบเทียบตัวเลือกอื่นๆ ที่เปิดหน้าออกมาชิงเก้าอี้หัวหน้าครั้งนี้ เพราะไม่มีโอกาสได้นั่งคุย สอบถามหรือฟังมุมมองด้านต่างๆ

แต่สิ่งที่ได้จากการสนทนากับ “กรณ์” คือ ความตั้งใจเข้ามาฟื้นฟูพรรค อยากเห็นพรรคกลับมาเหมือนเดิม เพราะตอนนี้พรรคมีการแบ่งขั้วที่นับวันจะเกิดความขัดแย้งกันมากขึ้น “กรณ์” พยายามเดินไปพูดคุยกับสมาชิกเพื่อนำเสนอแนวคิดและแลกเปลี่ยนว่าอยากเห็นพรรคเป็นอย่างไร นำเสนอการเลือกแบบสร้างสรรค์ ไม่เลือกให้ขัดแย้ง และไม่พยายามที่จะสร้างเงื่อนไขในการบังคับให้แสดงตนว่าเป็นพวกใคร พอไปสร้างเงื่อนไขเช่นนั้นจะเป็นจุดเริ่มต้นของการแบ่งพรรคแบ่งพวกทันที

วันนี้ “กรณ์” วางโรดแมปไปสู่เดินเป้าหมายสำคัญคือการวางแผนเลือกตั้งข้างหน้า พยายามการตั้งโจทย์ว่าทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่หันมาเลือกเรา และหันมาหาเรา ซึ่งส่วนใหญ่ 6 ล้านคะแนนที่เคยเลือกเรา หันมาเลือกเรา ดังนั้น ทำอย่างไรถึงดึงมาเหมือนเดิม

การตั้งโจทย์เรื่องการขับเคลื่อนนโยบาย และการทำงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ไม่ว่าพรรคจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ต้องขับเคลื่อนนโยบายที่หาเสียงไว้ เช่น การประกันรายได้ เชื่อว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แก้ไขปัญหาราคายาง ปาล์ม ข้าว ได้ดีที่สุด

การตั้งโจทย์เรื่องการบริหารจัดการ กำหนดเป้าหมายพรรคซึ่งจะต้องมีความชัดเจนว่าเลือกพรรคประชาธิปัตย์แล้วได้อะไร ต้องสื่อสารให้ชัด เสมอต้นเสมอปลาย และอยากทำการเมืองเพื่อให้ชีวิตประชาชนดีขึ้น ไม่อยากทำการเมืองเลือกขั้ว ที่ผ่านมาประชาชนเลือกขั้วเพราะเขาคิดว่าจะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น การเลือกขั้วแบบนี้ไม่ใช่คำตอบหรือทำให้ชีวิตดีขึ้น แต่ถ้าพรรคสื่อสารชัดเจนและทำให้ประเทศก้าวหน้า มีความสงบและมีความมั่นคง เศรษฐกิจดี ประชาชนมีรายได้ดี สุดท้ายประชาชนจะหันมาเลือกประชาธิปัตย์

ชื่อของ ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ว่าที่ ส.ส.ตาก ถูกดึงมาเป็นตัวเลือกเลขาฯพรรค เพราะรู้จักคุ้นเคยกันมานาน และเป็นคนที่มีวัยวุฒิ คุณวุฒิ มีความสุขุม รอบคอบ และเป็นคนที่ทุกคนในพรรคยอมรับ เข้าถึงได้ พูดคุยได้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่จะสามารถดึงคนมาร่วมเดินไปในทิศทางเดียวกัน เชื่อว่าจะสามารถเพิ่มเติมและเสริมสิ่งที่นายกรณ์ขาดไป

ความเป็นสถาบันการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ หากการเลือกหัวหน้าพรรคครั้งนี้ สมาชิกมองเพียงว่าเลือกเพื่อจะร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลใหม่ คงเป็นความคิดที่ตื้นเขินเกินไป เพราะเวลานี้คือโอกาสในการกอบกู้และฟื้นฟูพรรคขึ้นมาใหม่

การประชุมใหญ่ในวันที่ 15 พ.ค. ซึ่งมีองค์ประชุมประมาณ 250 คน แบ่งการคำนวณคะแนนออกเป็นสองส่วนคือ ส.ส.ใหม่ 52 คน มีน้ำหนักในการโหวต 70% ส่วนที่สองประกอบด้วย กก.บห.พรรคชุดเก่า อดีต ส.ส. อดีตรัฐมนตรี อดีตหัวหน้าพรรค อดีตเลขาธิการพรรค กลุ่มผู้บริหารท้องถิ่น กลุ่มหัวหน้าสาขาพรรค ซึ่งในส่วนนี้จะมีน้ำหนักในการโหวตเพียง 30% เท่านั้น

การเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมา ประชาชนได้ให้บทเรียนกับประชาธิปัตย์ คงถึงเวลาที่คนในประชาธิปัตย์ต้องถอดบทเรียนเพื่อฟื้นฟูและวางเป้าหมายว่าประชาธิปัตย์จะเดินไปทางไหน…

พันธศักดิ์ รักพงษ์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ขอเชิญเข้าร่วมโครงการ SPRINT BATCH 3 (สปริ้นท์ แบ็ช 3)
บทความถัดไปรถบรรทุกพระเครื่องเต็มคันหลับใน แหกโค้งชนต้นไม้ของขลังกระจายเกลื่อน