เดินหน้าชน : แอนิมอล ฟาร์ม‘ลุงตู่’ : โดย พันธศักดิ์ รักพงษ์

ผมไปค้นหาคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ในช่วงสถานการณ์การเมืองปี 2558 ด้วยอารมณ์เดือดดาล ออกมาอัดนักการเมืองที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปที่กำลังใช้กันอยู่ในขณะนี้

“บิ๊กตู่” ให้สัมภาษณ์บางช่วงบางตอนว่า “ผมเป็นผู้ที่ตีกรอบไปเอง หากมองว่าประชาธิปไตยและการเลือกตั้งเป็นไฮไลต์ของทั้งหมดประเทศไทยก็กลับไปที่เดิมเท่านั้นเอง มันไปอย่างอื่นไม่ได้ ส่วนการแก้ปัญหาประเทศ ไม่ได้แก้ด้วยรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นักการเมือง ผม หรือการรัฐประหารเพียงอย่างเดียว มันไม่ได้ ทุกอย่างมันต้องแก้ด้วยจิตสำนึกของทุกคนว่าจะช่วยให้ประเทศชาติปลอดภัยอย่างไร”

“ผมบอกมาไม่รู้กี่ครั้งแล้วว่าความจริงไม่ต้องไปเขียนรัฐธรรมนูญใหม่มาให้ยากหรอก ถ้าทุกคนยอมรับกติกาว่าจะให้ประเทศมีการเปลี่ยนแปลง แต่คนที่จะไม่รับกติกาใหม่ๆ อะไร ส่วนใหญ่ก็เป็นนักการเมืองทั้งสิ้น ยอมรับไม่ได้เพราะทุกอย่างจะทำให้ยากในการเข้าสู่กระบวนการ สู่การมีอำนาจ หรือการใช้จ่ายงบประมาณทุกอย่าง เขาเลยต้องการเหมือนเดิมเพราะต้องการที่จะได้คะแนนนิยมจำนวนมากๆ เท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม”

ทัศนคติของ พล.อ.ประยุทธ์นั้นมองนักการเมืองอย่างมีอคติ รังเกียจพฤติกรรม ชอบใช้วาทกรรมสร้างเงื่อนไขให้สังคมเกลียดนักการเมือง พยายามชี้ให้เห็นว่านักการเมืองที่มาจากเลือกตั้งแล้วโกงกิน

ผลจากวันนั้นได้สะท้อนออกมาในวันนี้ ในวันที่ “รัฐบาล บิ๊กตู่” กำลังจัดตั้งรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปการเมือง ที่เคยบอกว่าเป็นผู้ที่ตีกรอบไปเอง

วันนี้การจัดตั้งรัฐบาลสับสนวุ่นวาย ตั้งแต่นับหนึ่ง แม้พลังประชารัฐไม่ใช่พรรคชนะการเลือกตั้งอันดับหนึ่ง แต่ด้วยเล่ห์กลต่างๆ สามารถดึงบรรดาพรรคต่างๆ เข้ามาร่วมรัฐบาลจนได้ แต่ต้องแลกมาด้วยการต่อรองขอเก้าอี้ ทะเลาะกันข้ามพรรค ถูกพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย ขี่คอจนหมดสภาพ กว่าปัญหาโควต้าระหว่างพรรคจะนิ่ง

แต่มาวันนี้ก็มาเกิดปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐเอง ซึ่งเป็นพรรคของ “บิ๊กตู่” ที่ผลักดันให้กลับมาเป็นนายกฯอีกรอบ ปัญหาภายในขัดแย้งกันอย่างรุนแรงถึงขนาดมี ส.ส.เข้าชื่อเพื่อปลดเลขาธิการพรรคเพื่อแย่งเก้าอี้กระทรวงพลังงาน

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างดุเดือดในซีกฝ่ายค้าน เปรียบเทียบว่าเป็นปรากฏการณ์ “แย่งชามข้าว”

หรือ “แย่งแผงขายของในตลาดสด”

เพราะแต่ละคนชูนโยบายบังหน้าเพื่ออ้างความชอบธรรมในการแย่งกระทรวงเกรดเอไปบริหาร แสดงความรักชาติกันจนน้ำลายไหล ทั้งๆ ที่เงื่อนไขเกี่ยวกับนโยบายที่ตั้งไว้เป็นเงื่อนไขร่วมรัฐบาลนั้น แท้จริงแล้วคือการเตรียมข้ออ้างไว้แย่งกระทรวงที่หมายตา ซึ่งแบบนี้ไม่ใช่หลักการแบ่งงานตามหลักความรู้ความสามารถ แต่ใช้หลักโควต้าในการแบ่งกระทรวง ซึ่งเป็นหลักคิดที่ใช้ไม่ได้ในการเลือกคนมา บริหารประเทศ

นี่คือความล้มเหลวของรัฐธรรมนูญในการออกแบบการเลือกตั้ง ทำให้คนไร้อุดมการณ์แต่มีความเลื่อมใสในระบอบเผด็จการ สามารถเดินเข้ารัฐสภาได้ง่าย โดยหวังตำแหน่งต่างๆ เป็นสิ่งตอบแทน ถึงการเมืองจะวิปริตผิดเพี้ยน แต่ประชาชนก็อย่าเพิ่งหมดศรัทธากับระบอบประชาธิปไตย เพราะความผิดไม่ได้อยู่ที่ประชาธิปไตย แต่ความผิดอยู่ที่รัฐธรรมนูญถูกออกแบบมาเพื่อวางกลไกสืบทอดอำนาจเผด็จการ

ครั้งหนึ่ง “บิ๊กตู่” แนะนำให้คนอื่นๆ ไปอ่านหนังสือ Animal Farm การเมืองเรื่องสรรพสัตว์ แต่เห็นทีวันนี้ท่านนายกฯคงต้องกลับไปอ่านเองให้แตกฉานอีกหลายๆ รอบ เพราะ “ฟาร์มของลุงตู่” ที่ลงทุนลงแรงร่างพิมพ์เขียวออกมา กำลังผลิดอกออกผล ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวให้ชาวบ้านเอือมระอากันขนาดไหน …

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กป้อม’ ย้ำตำรวจเร่งสางคดี ‘จ่านิว’ หาตัวคนร้ายทำผิด ปัดไม่รู้โยงการเมือง (คลิป)
บทความถัดไปพม.ระดมสมองถกสร้างคุณภาพชีวิตสูงวัยอาเซียน