เดินหน้าชน : ใครโกงมากกว่ากัน?

วันก่อนผมได้อ่านเนื้อหาบางส่วนของ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ไปปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การผลักดันยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตสู่ประเทศไทยใสสะอาดทั้งชาติต้านทุจริต ปี 2562”

พล.ต.อ.วัชรพลบอกว่า ป.ป.ช.ยกระดับการรับรู้การทุจริต (ซีพีไอ) ของประเทศไทย 3 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าสังคมไม่ทนต่อการทุจริตได้ก่อตัวขึ้น เช่น กรณีการเปิดโปงการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ กรณีเงินอาหารกลางวันของนักเรียนในโรงเรียน โครงการระบายข้าวของรัฐแบบจีทูจี คดีทุจริตโครงการก่อสร้างโรงพักตำรวจ คดีทุจริตโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอล และกรณีเงินทอนวัด

ประธาน ป.ป.ช.พยายามโฟกัสไปที่ภาคการเมือง มองว่าเป็นต้นตอส่งผลร้ายแรงที่สุด เพราะผู้มีอำนาจทางการเมืองในระดับต่างๆ ที่กำหนดนโยบายสาธารณะตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับประเทศ

ผมขอตั้งข้อสงสัยถึงเคสต่างๆ ที่ ป.ป.ช.ยกมาเป็นผลงาน ส่วนใหญ่เป็นการทุจริตของฝ่ายการเมืองในรัฐบาลเก่าๆ ซึ่งยอมรับว่าสิ่งที่ผิดก็ต้องผิดอย่างไม่มีข้อสงสัย

แต่หลายคนกลับตั้งข้อกังขาถึงการทำงานว่ามี “hidden agenda หรือวาระซ่อนเร้น” หรือไม่

เพราะเมื่อถามกลับไปยังช่วงรัฐบาล คสช.เรืองอำนาจ เรื่องฉาวโฉ่ต่างๆ อาทิ แหวนเพชร-นาฬิกาหรู อุทยานราชภักดิ์ เครื่องตรวจระเบิดจีที 200 เรือเหาะ 350 ล้านบาท การเซ็นอนุมัติพื้นที่ป่าสาธารณะเอื้อเอกชน คดีบิ๊กทหารตั้งบริษัทในค่ายทหาร ปมคฤหาสน์หรู การประมูลโรงงานกำจัดขยะ
หลายคนจึงตั้งคำถามว่าใช้มาตรฐานตรวจสอบเดียวกันหรือไม่

ยิ่งปมคำถามของ นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านการคอร์รัปชั่น ที่โพสต์เฟซบุ๊กว่า “เราอยู่ในยุคสมัยรัฐบาลทักษิณ หรืออยู่ในยุครัฐบาลประยุทธ์กันแน่ พวกที่เกลียดทักษิณก็ว่าสมัยรัฐบาลทักษิณพวกข้าราชการมีการโกงกันมาก พอมาถึงยุครัฐบาลประยุทธ์ ก็บอกว่าเป็นรัฐบาลปราบโกง ข้าราชการน่าจะไม่กล้าโกง แต่เมื่อมาดูตามความเป็นจริง การโกงของเจ้าหน้าที่รัฐ ในยุครัฐบาลประยุทธ์มันก็ไม่ได้ต่างจากยุคสมัยรัฐบาลทักษิณเลย อาจจะเพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำไป ท่านเห็นด้วยไหมครับ?”

เป็นปมคำถามที่ ป.ป.ช.น่าแสวงหาข้อเท็จจริงอย่างยิ่ง

สิ่งเหล่านี้ ยืนยันด้วยตัวเลขจากนักวิชาการที่เคยออกมาเปิดเผยข้อมูล โดย ดร.เสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยตัวเลขดัชนีคอร์รัปชั่นไทยเดือนธันวาคม 2560 พบว่า ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในยุครัฐบาล คสช.เพิ่มขึ้นถึง 37% สูงสุดในรอบ 3 ปีนับตั้งแต่ปี 2558 และคาดว่าการทุจริตคอร์รัปชั่นในปี 2561 จะเพิ่มขึ้นเป็น 48%

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า หลังปี 2558 อัตราการจ่ายใต้โต๊ะปี 2560 อยู่ที่ร้อยละ 5-15 สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจปีละ 100,000-200,000 ล้านบาท งบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลปี 2560 จำนวน 2.932 ล้านล้านบาท ถ้าคอร์รัปชั่น 5-15% คิดเป็นเงินถึง 146,600-439,800 ล้านบาท ส่วนงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลปี 2561 จำนวน 2.9 ล้านล้านบาท ถ้าคอร์รัปชั่น ร้อยละ 5-15 เงินจะถูกทุจริตไปถึง 145,000-435,000 ล้านบาท รวม 2 ปีงบประมาณ เงินภาษีของประชาชนจะถูกปล้นไปถึง 291,600-874,800 ล้านบาท

ประชาชนคนไทยรู้หรือไม่ว่ามีคนโกงเงินภาษีของท่าน โดยอาศัยอำนาจของ คสช.และรัฐบาลโกงแผ่นดินถึง 874,800 ล้านบาท นับว่าโกงชาติครั้งมโหฬารจำนวนสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติไทยทั้งที่ไม่มีนักการเมืองบริหารประเทศเลยแม้แต่คนเดียว

มีแต่ คสช.และแม่น้ำ 5 สายผูกขาดบริหารล้วนๆ องค์กรตรวจสอบการทุจริตที่สำคัญอย่าง ป.ป.ช. คสช.ก็แทรกแซงส่งคนเข้าไปเป็นประธานกรรมการเรียบร้อยแล้ว สนช.ก็ไม่กล้าตรวจสอบเพราะกลัวไม่ได้เป็น ส.ว.สมัยหน้า

เงินภาษีของประชาชนถูกโกงมากที่สุดเกือบ 900,000 ล้านบาท ใน 2 ปีงบประมาณนี้ ใครจะเป็นผู้ตรวจสอบและทวงคืนให้แก่แผ่นดิน ไม่น่าเชื่ออย่างยิ่งว่า ยุคสมัยที่มีการโกงชาติมากที่สุดปรากฏในรัฐบาล คสช.

อยากให้ ป.ป.ช.ตอบคำถามด้วยว่า “รัฐบาลที่บริหารโดยนักการเมืองกับรัฐบาลที่บริหารโดยข้าราชการ”

รัฐบาลไหนโกงมากกว่ากัน?

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ป.ป.ช.เล่า 4 ปีจึงสำเร็จ สอบโกงสนามฟุตซอล บิ๊กนักการเมืองโคราช ดันงบ ไร้คนกล้าแตะ
บทความถัดไปเรียงคนมาเป็นข่าว : 29 สิงหาคม 2562 : พลุน้ำแข็ง