เดินหน้าชน : คะแนนตกต่ำ

ถ้านับตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ จนถึงปัจจุบัน รัฐบาลก็บริหารประเทศมาแล้วกว่า 2 เดือน
ช่วงเวลากว่า 2 เดือนนี้ ต้องยอมรับว่า ผลงานของรัฐบาลยังไม่เป็นรูปธรรม ยังไม่มีอะไรโดดเด่นที่เข้าตาประชาชนส่วนใหญ่ แม้จะเป็นรัฐบาลที่ต่อยอดมาจากรัฐบาล คสช.ที่บริหารประเทศมากว่า 5 ปีก็ตาม

ขณะเดียวกัน กลับมีเรื่องและปัญหาที่ส่งผลต่อคะแนนนิยมของรัฐบาลหลายเรื่อง

หนึ่ง การถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ

เรื่องนี้ ปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ท้วงติงตั้งแต่วันที่ พล.อ.ประยุทธ์แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ไม่มีคำตอบจาก พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาล

เมื่อยื่นกระทู้ถามในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อหาทางออกร่วมกัน แต่ พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่มาตอบคำถาม

7 พรรคฝ่ายค้านจึงยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152
ซึ่งกว่าจะได้คำตอบว่า จะเปิดอภิปรายในวันที่ 18 กันยายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการประชุมสภา ก็ใช้เวลาประสานงานกันหลายวัน

ในวันเปิดอภิปราย ปิยบุตร แสงกนกกุล ที่เปิดประเด็นเรื่องนี้ ได้ตั้งคำถามในการอภิปราย 4 ข้อ

1.นายกฯได้อ่านคำถวายสัตย์ฯ ที่เตรียมมาเองใช่หรือไม่ เหตุใดไม่อ่านจากกระดาษแข็งในแฟ้มสีน้ำเงินที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เตรียมให้

2.หากมีรัฐมนตรีคนหนึ่งลาออก ท่านตั้งคนใหม่มาเป็นรัฐมนตรีแทน ท่านจะนำถวายสัตย์ปฏิญาณอย่างไร

3.ขอถามนายกฯ และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ว่า หากนายกฯ คนต่อไปมีโอกาสเข้าเฝ้าฯ แล้วกล่าวถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วน ท่านเห็นว่าสามารถทำได้หรือไม่

4.ขอถามนายวิษณุ ที่ทำงานในทำเนียบรัฐบาลเกือบ 2 ทศวรรษ ท่านเคยเห็นนายกฯ คนใดทำแบบ พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่

ทั้ง 4 ข้อนี้ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจากรัฐบาล และมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ตอบคำถามแบบเลี่ยงไปเลี่ยงมา ไม่ตรงประเด็น

ขณะที่ สุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน อภิปรายสรุปตอนหนึ่งว่า การไม่กล่าวถ้อยคำตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ที่ถูกสร้างโดย พล.อ.ประยุทธ์และนายวิษณุ

แม้รัฐบาลจะบอกว่า ประเด็นการถวายสัตย์ฯ จบแล้ว แต่เชื่อได้เลยว่าไม่มีทางจบง่ายๆ อย่างน้อยก็จะเป็นเรื่องเล่า เป็นข้อครหา และเป็นประเด็นที่จะมีการหยิบยกขึ้นมาโจมตีรัฐบาลได้ตลอด

ฝ่ายรัฐบาลก็ย่อมรับรู้ว่า เรื่องการถวายสัตย์ฯไม่ครบนี้ มีผลต่อคะแนนนิยมของรัฐบาล เห็นได้จากแฮชแท็กทวิตเตอร์ “ประยุทธ์ออกไป” พุ่งขึ้นอันดับ 1 ภายหลังการอภิปรายจบลง

อีกเรื่องคือ ข้อกล่าวหา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกี่ยวกับคดีในประเทศออสเตรเลีย และวุฒิการศึกษาปริญญาเอก

เรื่องนี้ หากรัฐบาลแสดงท่าทีให้ประชาชนเห็นว่าจะรีบตรวจสอบโดยเร็ว โดยให้กระทรวงการต่างประเทศ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานขอข้อมูล ก็จะไม่มีผลต่อคะแนนนิยมของรัฐบาล

อีกเรื่องคือ ปัญหาน้ำท่วมภาคอีสาน โดยเฉพาะ จ.อุบลราชธานี ที่รัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงประสิทธิภาพในการทำงาน

อีกเรื่องคือ หากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบพรรคจริง ย่อมส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ปัญหาคือ คะแนนนิยมของรัฐบาลที่ตกต่ำต่อเนื่อง เพราะประชาชนไม่เชื่อมั่นในการบริหารจัดการ

ยิ่งรัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำ ยิ่งต้องทำให้ประชาชนยอมรับ

ทรงพร ศรีสุวรรณ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon