เดินหน้าชน : ขันนอตทีมศก. : โดย สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

สถานการณ์เศรษฐกิจไทยช่วงนี้ ต้องบอกว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามหาทางกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายๆ มาตรการ เพื่อพยุงเศรษฐกิจไทยไม่ให้ย่ำแย่ไปกว่านี้

เพราะทั้งตัวเลขการส่งออกปีนี้ส่อติดลบ จีดีพีอาจจะต่ำเตี้ยติดดินเหลือโต 2% กว่าๆ

แต่ดูเหมือนมาตรการต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น “ชิม ช้อป ใช้” การท่องเที่ยว อุ้มอสังหาริมทรัพย์ และอีกหลายมาตรการ จะช่วยกระตุ้นไม่ได้มากนัก

สาเหตุเพราะประเทศไทยเจอปัญหาหนักหลายด้าน จำเป็นต้องใช้ยาแรง

ไล่ย้อนไปดูตั้งแต่ต้นปี ทั้งเรื่องภัยแล้ง อุทกภัย ค่าเงินบาทแข็งกว่าคู่แข่ง แถมยังแข็งนาน แข็งมากที่สุดในโลก

จนทำให้ผู้ส่งออกกระอักเพราะต้นทุนขายของแพงกว่าคู่แข่ง

แถมนักท่องเที่ยวต่างชาติหดหายเพราะมาเที่ยวไทยราคาสูงขึ้น

ล่าสุดยังเจอปัญหา สหรัฐอเมริกาประกาศตัดสิทธิพิเศษทางการค้าหรือจีเอสพี เป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลจะต้องเร่งหาทางแก้ไขโดยเร็ว

และอย่าแก้โดยใช้ความสะใจ แต่ควรใช้ความรอบคอบ

ไม่อย่างนั้นอาจจะมีคนตกงานอีกจำนวนมาก

การออกไปหาตลาดส่งออกของไทยใหม่ๆ เพื่อรับมือกับสงครามการค้า

กรณี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางไปจับมือ แคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดประจำเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ถึงฮ่องกง

พร้อมประกาศให้กำลังใจผู้บริหารฮ่องกงอย่างชัดเจน ในช่วงที่ฮ่องกงกำลังถูกโจมตีจากกลุ่มผู้ชุมนุมที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างหนัก

หากมองในแง่กลยุทธ์ทางการค้า การมีท่าทีห่วงหาอาทรของนายสมคิดต่อแคร์รี แลม ในช่วงที่เจอมรสุมรุมถล่ม ถือว่าได้ใจอย่างมาก

แต่อีกมุมก็ควรระมัดระวัง เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน สุ่มเสี่ยงจะถูกฝ่ายตรงข้าม หรือฝ่ายที่ไม่ชอบจีน

อย่างเช่นสหรัฐอเมริกา หรือแม้แต่อีกหลายประเทศที่สนใจจะเข้ามาลงทุนในไทย

อาจเกิดความกังวลในท่าทีดังกล่าว เชื่อมโยงมาเป็นปัญหาถึงเรื่องเศรษฐกิจอีกก็เป็นได้

ดังนั้น ในฐานะประเทศไทยเป็นประเทศเล็กๆ แต่มีบทบาทอย่างมากในภูมิภาคอาเซียน

จำเป็นต้องละเอียดรอบคอบในการวางท่าที อย่าผลีผลามออกตัวเลือกข้างอย่างออกนอกหน้า

เพราะเวลาเจอแรงกระแทกจากบรรดายักษ์ใหญ่ จะส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างรุนแรงได้

หากรัฐบาลจะเล่นเกมเอาใจฮ่องกงและจีน ก็ควรจะไปเอาใจสหรัฐอเมริกา อียู ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลี และอีกหลายๆ ประเทศ เพื่อรักษาสมดุลด้วย

ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ ก็ต้องเร่งทยอยออกมาอย่าให้ขาด

โดยเฉพาะโครงการใหญ่ๆ ของภาครัฐ ที่มีผลดีต่อเศรษฐกิจ ต้องเข็นออกมาให้นักลงทุนมั่นใจอย่างต่อเนื่อง

อย่างเช่น โครงการ 5จี เดิมทีรัฐบาลนี้ไม่ค่อยสนใจจะเดินหน้าเท่าใดนัก

เพราะไปมองแคบๆ แค่ปัญหาเอกชนไม่มีเงินลงทุน

แต่ไม่มองยาวๆ ไปถึงผลดีจะเกิดขึ้นตามมาในภาพกว้างอย่างเทียบกันไม่ได้

ล่าสุดสำนักงาน กสทช.ประกาศเดินหน้าชงให้รัฐบาล แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นั่งเป็นประธาน

และยังเดินหน้าเปิดราคาประมูล 5จี ถือว่าเป็นเรื่องดี

แสดงให้เห็นว่ายังพอมีทางรอด นอกเหนือจากโครงการอีอีซีจะเข้ามาช่วยดึงนักลงทุนเข้ามาลงทุนในไทย

นอกจากนี้ ทีมเศรษฐกิจที่ พล.อ.ประยุทธ์นั่งเป็นหัวหน้าทีม ต้องทำงานเข้มข้นกว่านี้ ที่ผ่านมายังดูไม่เป็นเอกภาพ

อย่าให้เกิดภาพการ “ขบเหลี่ยม” กันระหว่าง รองนายกฯทั้ง 3 คน มาจากต่างพรรค ทำงานไปคนละทิศ

นายสมคิด จาก พปชร. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จาก ปชป. และนายอนุทิน ชาญวีรกูล จาก ภท. มาร่วมดูแลกระทรวงเศรษฐกิจ แต่ละคนล้วนมีความสามารถ

แต่ถ้ายังอืดอาดยืดยาด ต่างคนต่างทำ ที่สำคัญไม่เร่งขันนอตกระทรวงเศรษฐกิจให้ทำงานเชิงรุกเป็นทีมกันมากกว่านี้

มีสิทธินับถอยหลังได้เลย

 

บทความก่อนหน้านี้นิวส์โน้ต : คนในอยากออก!
บทความถัดไปการ์ตูนอรุณ 30ต.ค.2562 : อรุณ วัชระสวัสดิ์