เดินหน้าชน : ต่อยอด-ฝ่าวิกฤต : โดย สราวุฒิ สิงห์เอี่ยม

ต้องลุ้นกันว่าพิษร้ายจากไวรัสโควิด-19 จะยืดเยื้อแค่ไหน เศรษฐกิจโลกจะทรุดยาวหรือไม่ แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นขณะนี้ ก็หนักหนาสาหัสแล้ว
ดังนั้นไม่เพียงภาครัฐที่ต้องทุ่มสรรพกำลังเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสร้าย พร้อมอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อประคองภาคเศรษฐกิจ แต่องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ต้องช่วยเสริมด้วย
อย่างบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ “จีซี” ที่ยังเดินหน้านโยบาย “สานต่อ-ต่อยอด” การดำเนินงานในปี 2563

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “จีซี” แจกแจงรายละเอียดการ “สานต่อ” ที่ยังมุ่งเน้นสร้างความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม ทั้งการลดก๊าซเรือนกระจก และนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้

เพิ่มความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชน และเชื่อมต่อธุรกิจให้ครบวงจรในโครงการ อัพไซคลิ่ง บาย จีซี อาทิ โครงการเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า โดยสนับสนุนด้านการจัดการขยะ และร่วมกับวัดจากแดง ผลิตจีวรจากพลาสติกรีไซเคิล

รวมทั้งโครงการธนาคารทิ้ง-ไซเคิล โครงการ Waste This Way ที่ร่วมจัดการขยะในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74 ที่ลดก๊าซเรือนกระจกได้ 18,121 กิโลกรัม เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 2,013 ต้น

นอกจากนี้ยังร่วมมือกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ในโครงการทดสอบและพัฒนาต่อยอดเครื่องบำบัดอากาศที่มีมลพิษและฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 เพื่อช่วยลดมลพิษทางอากาศ

ส่วนกระบวนการผลิตของบริษัทฯ ก็ตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 20% ใน 10 ปีข้างหน้า เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของโลกในการควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส

โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับการรับรองเครื่องหมายคาร์บอน ฟุตพริ้นต์ และคาร์บอน ฟุตพริ้นต์ รีดัคชั่น จากองค์การก๊าซเรือนกระจก (TGO) มาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน

รวมทั้งตั้งเป้าหมายจะมีผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษและผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มเป็น 30% ภายในปี 2573 และยกเลิกการผลิตเม็ดพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งใน 5 ปีข้างหน้า

ส่วนการ “ต่อยอด” ในปี 2563 เป็นต่อยอดโครงการลงทุนและสร้างมูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งปัจจุบันลงทุนโครงการหลักที่ตอบสนองนโยบาย New S-Curve ของภาครัฐ มูลค่าการลงทุนกว่า 100,000 ล้านบาท

อย่างเช่น โครงการปรับปรุงกระบวนการผลิตโอเลฟินส์ เพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบ และต่อยอดธุรกิจปลายน้ำด้วยกำลังการผลิตเอทิลีน 500,000 ตัน และโพรพิลีน 250,000 ตัน การก่อสร้างคืบหน้าไปแล้ว 85% จะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ มูลค่ากว่า 36,000 ล้านบาท

โครงการผลิตโพรพิลีนออกไซด์ 200,000 ตันต่อปี และโครงการผลิตโพลีออลส์ 130,000 ตันต่อปี มูลค่า 34,000 ล้านบาท เป็นการต่อยอดผลิตภัณฑ์โพรพิลีนไปสู่ผลิตภัณฑ์ปลายทางสายโพลียูรีเทน เพื่อเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ก่อสร้างคืบหน้าไปแล้ว 85% จะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ไตรมาสที่ 3 ปีนี้

โครงการพลาสติกรีไซเคิล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “GC Circular Living” ที่นำขวดพลาสติกใช้แล้ว มาเป็นวัตถุดิบในกระบวนการรีไซเคิล ได้เม็ดพลาสติกคุณภาพสูงระดับฟู้ดเกรด และแพคเกจจิ้งเกรด

ตั้งบริษัทร่วมทุน บริษัท เอ็นวิคโค จำกัด ที่นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย มาบตาพุด ผลิตเม็ดพลาสติกหมุนเวียนคุณภาพสูงชนิด rPET 30,000 ตันต่อปี และชนิด rHDPE 15,000 ตันต่อปี มูลค่า 2,000 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างต้นปีนี้ จะผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2564

การเดินหน้า “สานต่อ” ดูแลสิ่งแวดล้อม และ “ต่อยอด” ลงทุนโครงการต่างๆ ของ “จีซี” เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยให้ฝ่าวิกฤตนี้ไปได้

สราวุฒิ สิงห์เอี่ยม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้หมอเหรียญทองรับ ยึดหลักเผด็จการในการบริหาร ชี้ ถ้าใช้เชิงบวก ไม่ได้เลวร้าย
บทความถัดไปการ์ตูนรุทธ์ ประจำวันที่ 10 มี.ค. 63