ปลาไหลลากยาว แก้รธน.

การชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน ของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมยุติลงด้วยความผิดหวังของบางคนที่ใช้ท่าทีดูถูก เหยียดหยาม ชิงชัง ตำหนิ ประณามว่าคนหนุ่ม
คนสาวรุ่นใหม่ไร้กึ๋น ตกเป็นเหยื่อใครต่อใคร

เพราะพวกเขาแสดงให้เห็นความมีสติปัญญา วุฒิภาวะ เข้าใจ เห็นอกเห็นใจในความเป็นเพื่อนมนุษย์ รับผิดชอบต่อชีวิตความปลอดภัยของมวลชน ประนีประนอม ไม่ดื้อรั้น สุดขั้ว
ไม่ดึงดันเข้าถึงจุดสุ่มเสี่ยงและต้องได้คำตอบทันทีทันใด แต่หยุดอยู่แค่ยื่นหนังสือต่อผู้บัญชาการตำรวจนครบาลในจุดสกัดที่สองก่อนประกาศสลายตัวยุติการชุมนุม บรรยากาศตรงข้ามกับสิ่งที่ถูกกล่าวหาถึงความรุนแรง น่าหวาดกลัวก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม การหักมุมไม่พามวลชนเดินไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและทำเนียบรัฐบาล การปักหมุดคณะราษฎรที่ 2 ที่สนามหลวง และยื่นข้อเรียกร้องถึงประธานองคมนตรีเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดหรือไม่ ไม่สรุปบทเรียนครั้งก่อนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต จะส่งผลให้เสียมวลชนแค่ไหน การชุมนุมนัดต่อๆ ไปวันที่ 24 กันยายน และ 14 ตุลาคม 2563 จะเป็นคำตอบ

ขณะที่แกนนำต้องแลกด้วยหมายเรียก หมายจับ เผชิญข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการ ละเมิด กม.ชุมนุมสาธารณะ ทำลายโบราณสถาน เสียอิสรภาพหากถูกตัดสินจำคุกฯ ล้วนเป็นต้นทุนที่ต้องจ่ายอยู่แล้วเมื่อตัดสินใจเดินเส้นทางนี้

การชุมนุมครั้งนี้ก็เช่นเดียวกับที่ผ่านมา คำถามที่ตามมาคือ สังคมได้อะไร

คำตอบเชิงหลักการประการหนึ่งก็คือ สังคมได้ขบคิด พิจารณา ใคร่ครวญ ตั้งคำถามถึงความจริงกับสิ่งต่างๆ ที่ควรจะเป็นของความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์

นอกจากสะท้อนว่าพวกเขาคิดอย่างไรกับสภาพที่ดำรงอยู่แล้ว ได้สื่อสาร ส่งเสียง สะท้อนความคิด อารมณ์ความรู้สึกไปยังสังคมและผู้มีอำนาจ ได้ตัดสินใจแก้ไขปัญหา ออกแบบระบบสังคมที่ดี มีอนาคตของพวกเขาเป็นเดิมพันอยู่ด้วย

หัวใจสำคัญของการแสวงหาทางออกร่วมกันจึงต้องเริ่มจากความจริงในทุกเรื่องที่ทำให้เกิดปัญหาคืออะไร และเป็นอย่างไร

ยอมรับความจริงว่าทุกฝ่ายต้องปรับตัว ยอมรับความหลากหลาย ความเห็นต่าง ไม่ใช้ความรุนแรงเป็นทางแก้และอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

แม้สัจธรรมจะบอกว่า ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่คนพูดความจริงตายก่อน ก็ตาม

การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชงเอง กินเอง เหลื่อมล้ำ เอารัดเอาเปรียบ เป็นเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการคลี่คลายสถานการณ์ไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างมีศักดิ์ศรี

ถึงขณะนี้เท่ากับกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้อง ส่งบอลกลับคืนมาให้ผู้เล่นอีกฝ่าย คือ รัฐบาล ส.ส. ส.ว. และประชาชนทั้งสังคม ไม่ว่ามีสิทธิหรือยังไม่มีสิทธิออกเสียงประชามติ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่มีบทบาทโดยตรงต่อความสำเร็จของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจาก ส.ว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 คือ 84 คน

เมื่อเริ่มเกิดกระแสข้อเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญท่าทีของวุฒิสมาชิกยังไม่เป็นเอกภาพ ส่วนใหญ่ยังนิ่งเงียบไม่แสดงออกอย่างเปิดเผยชัดเจน

มีแต่ ส.ว.ระดับนำบางคนที่ประกาศจุดยืนแตกต่างกันไป มีทั้งที่เห็นด้วยกับการแก้ไขไม่ว่าแก้รายมาตรา หรือมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมายกร่างใหม่ทั้งฉบับ กับเห็นด้วยเฉพาะการแก้ไขเป็นรายมาตรา แต่ไม่เห็นด้วยกับการมี ส.ส.ร.เพราะจะเป็นความสุ่มเสี่ยงเหมือนเซ็นเช็คเปล่า ผลที่ออกมาอาจเกินเลยไปกว่าที่ควรจะเป็นก็ได้

แนวโน้มที่ปรากฏจากท่าทีของ ส.ว.ระดับนำจึงเป็นไปในทิศทางไม่เอาด้วยกับการมี ส.ส.ร.เพราะไม่มีหลักประกันและสิ้นเปลือง ทั้งกระบวนการการได้มาซึ่ง ส.ส.ร.และการทำประชามติ ต้องใช้งบประมาณหลายพันล้าน

ต่อเมื่อสถานการณ์ร้อนแรงขึ้นใกล้ถึงวันที่ต้องตัดสินใจ มีข้อเสนอแนวทางการแก้ไขทั้งจาก ส.ส.ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และภาคพลเมืองล่าชื่อได้เกือบแสนคน ชัดเจนขึ้น

ท่าทีของวุฒิสมาชิกชัดขึ้นเช่นกัน กลับกลายเป็นปลาไหล ลื่นไป ลื่นมา การปรึกษาหารือล่าสุดไม่ให้น้ำหนักเท่าที่ควรกับผลการศึกษาอย่างเป็นทางการ เป็นเรื่องเป็นราว มีเหตุมีผลของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขของสภาผู้แทนราษฎรที่มีที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

จากท่าทีที่เคยบอกว่าพร้อมกับการแก้ไขเป็นรายมาตรา กลับยกเงื่อนไขใหม่ขึ้นมาขวางลำเสียอย่างนั้น จะแก้ไขต้องทำประชามติ ฟังความเห็นประชาชนที่เคยให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้กว่า 15 ล้านเสียงเสียก่อน

ฟังดูดีก็จริง แต่ผลที่จะเกิดขึ้นต่อตัวบทรัฐธรรมนูญและสถานการณ์ที่กำลังร้อนแรงขึ้นตามลำดับ จะลงเอยอย่างไร

แทนที่วิกฤตจะคลี่คลาย กลับกลายเป็นยิ่งเพิ่มวิกฤต เพราะกระบวนการแก้ไขหรือยกร่างใหม่ถูกลากยาวออกไปเรื่อยๆ ยังไม่รู้จุดจบ

ผลสุดท้ายสถานการณ์จะบานปลายต่อไปและลงเอยในลักษณะใด คาดเดาได้ยาก

เมื่อผู้ที่สามารถแก้ไขวิกฤตให้ผ่อนเบาลงได้เลือกทางเดินตรงกันข้าม ก็พูดได้คำเดียวว่า ขอให้โชคดี ครับ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ประยุทธ์’ ถามนร.-เผ่าม้ง เป็นคนไทยหรือไม่ รักประเทศไหม ชี้คนไทยต้องรักสถาบันหลักชาติ
บทความถัดไปผู้ชุมนุมสังเกตการณ์แก้รธน.ทยอยมาหน้ารัฐสภา ตร.เตรียมรถน้ำปราบจลาจลสแตนด์บาย