เดินหน้าชน : ประชาชนคือผู้ตัดสิน

การอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นรายบุคคล นำโดย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

พร้อมกับรัฐมนตรีอีก 9 ราย คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) วิปฝ่ายค้าน และตัวแทนของ ครม.

เห็นชอบในกรอบเวลาให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายไม่ไว้วางใจ ระหว่างวันที่ 16-19 กุมภาพันธ์ และลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์

โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านได้รับจัดสรรเวลาไป 42 ชั่วโมง ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลและ ครม. วางกรอบเวลาแบบปลายเปิดไว้สำหรับชี้แจงข้อกล่าวหาจนครบทุกคน

แต่วิปรัฐบาลยืนยันหนักแน่นว่าจะต้องยึดตามกรอบเวลา คือ การอภิปรายไม่วางใจ ต้องจบภายใน 4 วัน จะไม่มีการยืดเวลาการอภิปรายออกไปจากข้อตกลงร่วมกัน

พร้อมกับเย้ยกลับฝ่ายค้านด้วยว่า เวลาที่ได้จัดสรรไป 42 ชั่วโมงนั้นเหมาะสมแล้ว ถ้ามีข้อมูลและหลักฐานเด็ดจริงๆ ตามที่มีการกล่าวอ้าง ฉายหนังตัวอย่างกันมาตั้งแต่ต้น

ก็อภิปรายเปิดเนื้อหาให้ตรงประเด็น เข้าเรื่องไปเลย ถ้ามีหมัดเด็ดจริง 10 ชั่วโมง ก็เปิดแผล นายกฯและ ครม.ให้ประชาชนรู้ดำรู้แดงได้แล้ว ไม่ต้องเสียเวลาอภิปรายถึง 42 ชั่วโมง

จริงอยู่ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ครม.นั้น ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ย่อมต้องเปิดสงครามน้ำลาย เปิดข้อมูล ดิสเครดิตการเตรียมความพร้อมของแต่ละฝ่ายให้เสียสมาธิ

ทั้งการตั้งวอร์รูมรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งในและนอกสภาของฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล รวมทั้งจัดองครักษ์ไว้คอยปกป้อง ตอบโต้ แทนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย

แน่นอนนั่นเป็นเพียงบทบาททางการเมืองที่แต่ละฝ่าย ออกมาตอบโต้ บลัฟกลับกัน ก่อนที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเริ่มขึ้น

แต่สิ่งที่พี่น้องประชาชนที่รอติดตามชมการอภิปรายไม่ไว้วาง คือ การทำหน้าที่ของฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ตั้งข้อกล่าวหา และการชี้แจงของ ครม.ที่ถูกกล่าวหา

ที่ต้องสู้กันด้วยข้อมูล หลักฐาน และข้อเท็จจริง ทำหน้าที่ให้สมศักดิ์ศรี ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้แทนราษฎรที่ประชาชนเลือกตั้งให้มาทำหน้าที่แทน ได้พิจารณาและตัดสิน ก่อนการลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ

จริงอยู่หากไม่มีแอ๊กซิเดนต์ทางการเมืองชนิดหักปากกาเซียน อย่างไรเสียเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลที่มีอยู่ถึง 276 เสียงต่อ 212 เสียง

หากพร้อมใจกันยกมือไปในทิศทางเดียวกัน มติไว้วางใจให้นายกฯและ ครม.ได้ทำหน้าที่ต่อ ย่อมชนะเสียงของฝ่ายค้าน แบบผ่านฉลุย

แต่ผู้ที่จะทำหน้าที่ตัดสินตัวจริง คือ ประชาชนที่เฝ้ามองอยู่ภายนอกสภา ผ่านผลการเลือกตั้ง ส.ส.ในครั้งต่อไปว่าจะให้ผู้ทรงเกียรติท่านใด เข้ามาเป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชน

จตุรงค์ ปทุมานนท์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อดีตผู้สมัคร ส.ส.พลังไทยรักไทย ยื่นจองตั้งพรรค “รักชาติไทย”
บทความถัดไปสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) จัดทำโครงการออกแบบและพัฒนาสื่อออนไลน์ Digital Government Standard