ศาลประชาชน

ศาลประชาชน

ศาลประชาชน

ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ที่นำโดย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมกับรัฐมนตรี รวม 6 คน

สุดท้ายผลการลงมติของที่ประชุมสภาเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา สรุปว่า ทั้งนายกฯ กับ 5 รัฐมนตรี ได้ไปต่อในเส้นทางการเมือง คือผลคะแนนไว้วางใจผ่านเกินกึ่งหนึ่งทุกคน

คือเสียงโหวตของ ส.ส.ในสภา (ที่ยังปฏิบัติหน้าที่ ยกมือโหวตได้) ต้องโหวตไว้วางใจไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส.ในขณะนี้ ที่มีจำนวน 482 ราย คือ 241 เสียง

แต่ที่ต้องโฟกัสผลคะแนน คือคะแนนไว้วางใจของ พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ ไม่มาตามนัด ตามที่แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) รับปากว่า ของนายกฯ ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง

สืบเนื่องจากภายหลังเกิดปฏิบัติการเฉือนคมกันทางการเมืองที่อยู่นอกห้องประชุมสภา ระหว่างเบอร์หนึ่งของฝ่ายบริหาร กับคีย์แมนคนสำคัญของพรรค พปชร.

ในปฏิบัติการเขย่าเก้าอี้ “สร.1” ด้วยเกมการเมืองของคนกันเองภายในพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยคะแนนไว้วางใจของ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ที่ 264 เสียง อยู่ในอันดับ “รองบ๊วย”

เมื่อไล่สแกนดูคะแนนเสียงไว้วางใจของนายกฯ แม้พรรค พปชร.จะไม่แตกแถว ลงคะแนนไปในทิศทางเดียวกันทั้ง 119 เสียง แต่ที่เหนือการควบคุม

คือการแสดงพลังของพรรคเล็ก ที่มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับแกนนำพรรค พปชร.คนสำคัญ แม้จะอยู่ร่วมรัฐบาลเดียวกัน กลับโหวตสวนไม่ไว้วางใจนายกฯ ให้เห็นร่องรอยของความไม่พอใจ

หลังเสร็จศึกการอภิปรายไม่ไว้วางใจ สิ่งที่ต้องจับตาคือ จะมีปฏิบัติการเช็กบิล กวาดล้าง กลุ่ม ก๊วน ในพรรค พปชร.ที่แสดงอิทธิฤทธิ์ โชว์เพาเวอร์ เขย่าเก้าอี้นายกฯ

จน “พล.อ.ประยุทธ์” แสดงออกแบบเสียอาการในช่วง 2-3 วันก่อนลงมติเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมาหรือไม่

โจทย์นี้จึงถูกโยนกลับไปที่ผู้บริหารอำนาจทั้งในพรรค พปชร.และในรัฐบาลว่าจะจัดสมดุลอำนาจใหม่เพื่อสยบรอยร้าว และอิทธิฤทธิ์ภายในพรรค พปชร.กันอย่างไร

เพราะเมื่อมีการแสดงออกถึงความไม่พอใจในฝั่งของพรรค พปชร. โดยเฉพาะ ส.ส.ที่กุมเสียงชี้ขาดความเป็นไปของผู้นำรัฐบาลในครั้งแรกได้ หากผู้นำไม่จัดการดุลอำนาจให้ลงตัว ปฏิบัติการเขย่าเก้าอี้ผู้นำ รวมทั้งการเขย่าอำนาจภายในพรรค พปชร.ในครั้งที่สองย่อมเกิดขึ้นได้

แน่นอนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้าไม่ใช่คนกันเองล้มกันเอง ด้วยมือของฝ่ายค้าน ย่อมไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ แต่ทุกอย่างอยู่ในความทรงจำของประชาชน

เหมือนกับที่ สุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน)

ระบุไว้ว่า “หากท่านไม่ออก พวกผมก็ทำสุดความสามารถแล้ว ก็หวังจากพรรคร่วมรัฐบาล ท่านก็รู้ว่าชาวบ้านอยากได้อะไร เป็นโอกาสที่ดีที่สุดแล้วที่ท่านมีโอกาสแก้ตัว

ท่านยกมือไม่เอานายกฯก็จบ ให้ของขวัญชิ้นสำคัญกับชาวบ้าน หากยังยกมือหนุน คดีอาญามีคำเปรียบเทียบว่ามีโจรวิ่งเข้าบ้านเท่ากับให้ที่หลบซ่อน โดนคดีอาญาด้วย

นี่คือศาลประชาชน เมื่อประชาชนไม่เอาแต่ท่านยังเอา ถือว่าท่านประเมินต่ำ เพราะใกล้เลือกตั้งพวกเรากำลังจะเดินขึ้นศาลประชาชนด้วยกัน ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน”

จตุรงค์ ปทุมานนท์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สธ. อัญเชิญ ‘พระพุทธมหานวนาคปฏิมากร’ วัดไตรมิตรฯ ประดิษฐานกลางสำนักงานปลัดฯ
บทความถัดไป‘สมศักดิ์’ แจงพืชกระท่อมปลูก ใช้ ครอบครอง ขายใบสดได้เสรี น้ำต้มกินเอง-แจกจ่ายได้