ตู้หนังสือ : ต้นรัตนโกสินทร์ ผลัดแผ่นดินมังกร

เป็นคุณหมอที่สนใจประวัติศาสตร์ชาติ เขียนหนังสือให้ผู้คนได้อ่านสนุกเพิ่มพูนความรู้ความคิดอ่านมานาน คุณหมอ วิบูล วิจิตรวาทการ มากับอดีตสองร้อยสามสิบกว่าปี ในยุคกู้กรุงหลังเสียอยุธยาผ่านกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร ด้วยเรื่อง ต้นรัตนโกสินทร์ เมื่อสยามเผชิญการคุกคามรูปใหม่ แม้สงครามเก้าทัพจะเป็นงานใหญ่ แต่ด้วยการวางแผนแยบคายรัดกุม ก็ผ่านขวากหนามมาได้ ที่เริ่มเป็นปัญหาสาหัสคือการมาของเรือรบล่าอาณานิคมจากตะวันตก กับกบฏต่างชาติในสยามเอง พระมหากษัตริย์และบรรพชนยุคต้นรัตนโกสินทร์นำพาบ้านเมืองผ่านวิกฤตมาอย่างไร

อ่านเบื้องลึกและเบื้องหลังเหตุการณ์ต่างๆ ว่ามีอะไรซุกซ่อนพ้นการรับรู้อยู่บ้าง และการพลิกฟื้นสร้างชาติขึ้นใหม่ทำได้อย่างไร จากงานเขียนของคุณหมอเล่มนี้


…คงมีน้อยคนที่ตอบได้ว่า ยุคไหนสมัยใด ที่เงินไทย 1 บาทมีราคาเท่ากับ 1 ปอนด์อังกฤษ ขณะที่ปัจจุบันเงินแข็งค่า 30 บาทต่อ 1 เหรียญสหรัฐก็โอดครวญกันขนาดหนักแล้ว แทนที่คนไทยจะใช้จ่ายได้ปรีดาจากการแลกเปลี่ยนเงินเหรียญด้วยเงินบาทที่น้อยจำนวนลง (ใครมองมุมไหนกันอยู่แฮะ) คุณหมอวิบูล มากับหนังสืออีกเล่มที่ต่อจากเล่มเมื่อกี้ แผ่นดินพระจอมเกล้าฯ ที่สยามตกในอันตรายยิ่งยวด จากการรุกรานของมหาอำนาจ ซึ่งคืบเข้ามาทั้งด้านตะวันออกและตะวันตก

อังกฤษยึดครองพม่า ฝรั่งเศสครอบครองญวน ลาว เขมร สยามจึงต้องจ่ายดินแดนที่เคยยึดครองออกไป โดยยังคงสถานะเอกราชของบ้านเมืองไว้ได้

สมัยพระจอมเกล้าเป็นยุคของการเปิดหูเปิดตา รับวิทยาการจากต่างประเทศ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกแห่งบุรพทิศ ที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษ และสร้างสัญญาระหว่างประเทศซึ่งดีที่สุด ยกฐานะบ้านเมืองขึ้นเทียมทันอารยประเทศ ทั้งศาสนาก็ยังรุ่งเรือง

นี่เป็นยุคที่ต้องศึกษาจริงจังอย่างยิ่ง

…ทันโลกกับเพื่อนบ้านร่วมทวีปที่กำลังเรืองอำนาจ ผลัดแผ่นดินมังกร จีนภายใต้ผู้นำรุ่นที่ 5 จากการค้นคว้าข้อมูลมายาวนานของนักจีนวิทยาอาวุโส จุลชีพ ชินวรรโณ จนการวิเคราะห์กลายเป็นงานวิจัยอย่างมีระบบ บนฐานข้อมูลละเอียดถี่ถ้วน ด้วยประสบการณ์คิดอ่านอย่างสืบเนื่อง กลายเป็นหนังสือรวบรวมข้อเท็จจริงที่สำคัญ และให้ความรู้มหาศาลอย่างกระชับ ตรงประเด็น อันเป็นประโยชน์ยิ่งต่อผู้สนใจความเป็นไปของวิวัฒนาการจีนปัจจุบัน ซึ่งอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ เตช บุนนาค ผู้เขียนคำนำหนังสือเล่มนี้ กล่าวว่า เป็นคู่มือที่เหมาะอย่างยิ่งกับผู้มีอาชีพติดตามสถานการณ์ในจีน และมหาชนทั่วไป

จึงย่อมเป็นหนังสือสำหรับคนทันยุคอีกเล่ม ที่พลาดไม่ได้เลย

ด้วยความรู้จริงของผู้เขียน ผู้อ่านจะรู้จักกระทั่งรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลจีนเป็นรายบุคคลด้วยซ้ำ ว่าเป็นใครมาจากไหน จบปริญญามาอย่างไร ได้รับความนิยมจากประชาชนหรือไม่ ทำให้เห็นองคาพยพของฝ่ายบริหารทั้งพรรคทั้งรัฐบาลอย่างชัดเจน นี่เพียงตัวอย่างเดียว ก่อนจะจบลงด้วยบทผลัดแผ่นดิน ที่อาจารย์ฟันธงถึงแนวโน้มอนาคตอย่างมั่นใจ ทำให้ผู้อ่านที่คิดทำมาหากินกับจีน ได้ความคิดอันเกิดประโยชน์ตามไปด้วย


…ยังมีงานชิ้นโตสำหรับผู้ที่ติดตามกระแสจีนไม่อาจละเลยคือ ใช่หัวเว่ยหรือไม่ ที่จะล้มเป็นรายต่อไป เรื่องราวและปรัชญา กับเบื้องหลังการเติบโตและถดถอยของบริษัทยักษ์ใหญ่จีน ที่มีความเป็นสากลและประสบความสำเร็จที่สุดของจีน

งานเขียนที่เสนอทัศนคติอันโดดเด่น ที่มีต่อหัวเว่ย ซึ่งช่วยให้ผู้อ่านทางตะวันตก และผู้สนใจทั่วไป เข้าใจองค์กรนี้ได้ถ่องแท้ รู้ปรัชญาการบริหารจัดการ กับวัฒนธรรมองค์กร รวมถึงรูปแบบการเป็นผู้นำอันเป็นเอกลักษณ์ของ เหรินเจิ้งเฟย คนดังด้วย

หนังสือของ เถียนเทา กับ อู๋ชุนปัว แปลให้เข้าใจกระจ่างโดย ชัญญพร จาวะลา กับคณะเล่มนี้ คืองานวิจัยเชิงสำรวจที่ยอดเยี่ยม วิเคราะห์และบรรยายความจริงอันซับซ้อนยิ่งขององค์กรหนึ่ง กับนักธุรกิจที่ไม่ธรรมดาคนหนึ่ง จนคณบดี “ไชน่า ยุโรป อินเตอร์เนชั่นแนล บิซิเนส สคูล” นาย เปรโด นูเอโน กล่าวว่า เป็นงานเขียนซึ่งประเมินราคาไม่ได้ ที่สามารถทำให้พวกเราเข้าใจสิ่งที่เรียกว่า “จิตวิญญาณของนักธุรกิจ” ในโลกอันสับสนวุ่นวายนี้

ส่วนอดีตคณบดี “เดอะ จอร์จ วอชิงตัน ยูนิเวอร์ซิตี้ บิซิเนส สคูล” กล่าวว่า ผู้เขียนเข้าใจหัวเว่ยอย่างลึกซึ้ง ด้วยการสังเกตใกล้ชิดชนิดไม่เคยปรากฏมาก่อน เขาเปิดผ้าคลุมที่ปกปิดความลับของบริษัทให้ผู้อ่านรู้ สำหรับนักการเมือง ผู้เชี่ยวชาญ และผู้อ่านอื่นๆ ที่ต้องการเข้าใจหัวเว่ยนั้น จำเป็นต้องอ่านหนังสือเล่มนี้อย่างยิ่ง

เช่นเดียวกับคณบดี “วิทยาลัยการจัดการ” มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ กล่าวถึง “หนังสือที่ต้องอ่านเล่มนี้” ว่า ช่วยให้พวกเราเข้าใจองค์กรธุรกิจ อันเป็นแบบฉบับขององค์กรธุรกิจยุคปัจจุบันได้อย่างรอบด้าน และเข้าใจแนวคิดของผู้นำในการผลักดันองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้า เป็นหนังสือทฤษฎีปรัชญาการบริหารจัดการ ที่เหนือกว่าหนังสือด้านบริหารทั่วๆ ไป ซึ่งจะช่วยให้ผู้อ่านได้รับประโยชน์มากมาย

ไม่หาอ่านไม่ได้แล้วสิ


…ข้ามไปฝั่งตะวันตกกับ ทรรปณะ ประวัติศาสตร์ยุโรปในคริสต์ศตวรรษที่ 19 พิมพ์ครั้งที่ 3 แล้ว กับงานชิ้นโตซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมเหตุการณ์สำคัญๆ ในศตวรรษดังกล่าว เริ่มจากการประชุมใหญ่แห่งเวียนนา (ปี 1814 หรือ 2357) จนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 รวมทั้งการปฏิวัติตุลาคมในรัสเซีย (1917 หรือ 2460) อันลั่นโลก หนังสือเสนอเรื่องน่าสนใจ 15 เรื่อง พร้อมความนำและสรุปความสำคัญของทั้งศตวรรษ อย่างเลือกสรรมาอธิบายและวิเคราะห์ เพื่อเป็นกระจกเงาสะท้อนความจริงตามความหมายของทรรปณะ หากหาเวลาอ่านได้ก็จะดี


…สลับบรรยากาศด้วย ปรัชญาน่าคิด คาลิล ยิบราน หรือพากย์อังกฤษว่า เดอะ ไลฟ์ แอนด์ ฟิลอสซอฟี่ ออฟ คาลิล ยิบราน เล่มกะทัดรัดเหมาะมือ เพื่อดื่มด่ำกับความอุโฆษของเสียงจากดวงจิต ซึ่งแผ่ซ่านไปทุกอณูแห่งความรักในชีวิต ของมนุษย์ผู้งดงามด้วยความคิดและถ้อยคำ


…ตามติดโดย ด้วยเลือดและชีวิต รวมเรื่องสั้นเวียดนามของ จิตร ภูมิศักดิ์ ที่แปลความหวังจากการต่อสู้เพื่อเป็นอิสระจากแอกทั้งหลายทั้งปวง ด้วยความบริสุทธิ์ ซื่อใส จากการสื่อสารเรื่องราวของเพื่อนบ้านผู้ตกทุกข์การเมืองระหว่างประเทศและในประเทศมายาวนาน จนวันที่ลุกขึ้นได้


…ปิดท้ายด้วยเรื่องของเจ้าหญิงอียิปต์องค์หนึ่งก่อนสิ้นสุดสถาบันกษัตริย์ ฟอว์ซียา วีนัสแห่งลุ่มน้ำไนล์ ซึ่งได้รับการยกย่องว่างามล้ำเลิศ ผู้ต่อมากลายเป็นราชินีของอิหร่าน

หากทว่า พระชนม์ชีพมิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทรงหย่าร้าง เผชิญทุกข์โศกหนักหนา ก่อนจะกลายเป็นสามัญชนในที่สุด ความจริงแห่งชีวิตที่จะนำพาผู้อ่านพลัดเข้าไปในเศษเสี้ยวประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่ง ของราชวงศ์แห่งลุ่มแม่น้ำไนล์ วราวุธ แปลอย่างเศร้าซึ้งถึงอนิจจังที่แสนจะจีรัง

ขอให้มีความสุขกับการอ่าน เทอญ

 


บรรณาลักษณ์

บทความก่อนหน้านี้6 เดือน รัฐบาล “ลุงตู่” บริหารประเทศภายใต้การเลือกตั้ง ยังสอบตก แก้เศรษฐกิจไม่ได้ ไม่โปร่งใส ช่วยพรรคพวก “บิ๊กป้อม” นำยี้
บทความถัดไป‘ธนกร’ป้อง’บิ๊กตู่’ ไม่เคยใช้อำนาจ-ผลประโยชน์แลกเสถียรภาพรัฐบาล