คอลัมน์ เดินไปในเงาฝัน : เจดีย์อินคัลเลอร์

พลันที่เห็นหนังสือ “สมัยสุโขทัย เจดีย์อินคัลเจอร์” ซึ่งมี “ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สันติ เล็กสุขุม” เป็นผู้เขียนแล้วรู้สึกชอบมาก

ชอบเพราะเนื้อหาหนึ่ง

ชอบเพราะการออกแบบรูปเล่มหนึ่ง

ชอบเพราะกราฟิกดีไซน์หนึ่ง

และชอบเพราะภาพประกอบภายในเล่มหนึ่ง

ซึ่งทุกองค์ประกอบของความชอบจากสิ่งที่กล่าวมา ผมจึงอยากเชิญชวนทุกคนให้ไปหาซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่านดู เผื่อวันหน้าวันหลังมีโอกาสไปยลโฉมเมืองมรดกโลกจะได้มีความรู้ความเข้าใจในศิลปะประวัติศาสตร์มากยิ่งขึ้น

เพราะดั่งที่ทุกคนทราบ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ครอบคลุมพื้นที่โบราณสถานกรุงสุโขทัย เพราะเป็นศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรสุโขทัย ซึ่งมีอำนาจอยู่บริเวณภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทยราวช่วงพุทธศตวรรษที่ 18-19

ที่สำคัญ ผังเมืองสุโขทัยเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร กว้างประมาณ 1.6 กิโลเมตร มีประตูเมืองอยู่ตรงกลางกำแพงเมืองแต่ละด้าน

มิหนำซ้ำ ภายในอุทยานยังเหลือร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของพระราชวัง และวัดต่างๆ อีก 26 แห่ง โดยมีวัดมหาธาตุ สุโขทัย เป็นวัดใหญ่ที่สุด

เพราะฉะนั้น เนื้อหาภายในเล่ม จึงไม่เพียงเกี่ยวข้องกับวัดวาอารามต่างๆ ในจังหวัดสุโขทัย หากยังเกี่ยวข้องกับศิลปะการออกแบบเจดีย์ในลักษณะต่างๆ อีกด้วย

ไม่ว่าจะเป็นเจดีย์ยอดทรงดอกบัวตูมกับเจดีย์บริวาร เจดีย์ทรงปราสาทยอด เจดีย์ทรงระฆัง เจดีย์ทรงกรวยสี่เหลี่ยม เจดีย์ทรงปราสาทยอด และ ฯลฯ

ไม่เท่านั้น ภายในหนังสือเล่มนี้ “ศาสตราจารย์เกียรติ คุณดร.สันติ” ยังกล่าวถึงเมืองศรีสัชนาลัย ราชธานีคู่แฝด และเมืองเครือข่ายอย่างกำแพงเพชร และพิษณุโลกอีกด้วย

“ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สันติ” กล่าวถึงเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ในบทกล่าวนำ โดยความบางส่วนว่า…หนังสือเล่มนี้ผู้เขียนใช้ข้อมูล และประสบการณ์จากการศึกษาวิจัยที่ผ่านมาเป็นระยะกว่า 30 ปี

“โดยตรวจสอบข้อคิด ข้อมูลเรื่องเจดีย์สมัยสุโขทัยโดยเฉพาะ พร้อมทั้งผนวกประเด็นต่างๆ ที่พึ่งค้นพบ ด้วยการนำเสนอเป็นข้อสันนิษฐานผ่านสีสันของวิธีคิด วิธีการใหม่เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ เพราะรูปแบบที่ไม่ซับซ้อนของเจดีย์ในศิลปะสุโขทัย กลับช่วยเพิ่มความเข้าใจในงานเพื่อทดลองหาลักษณะใหม่ๆ ของช่างสมัยนั้น”

“อันมีส่วนสำคัญจากการรับรู้แหล่งบันดาลใจจากดินแดนภายใน และภายนอก ผ่านการเลือกสรร ทดลอง โดยไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์จนเกินมากนัก แม้แต้ในส่วนของสถาปัตยกรรม และเจดีย์ ที่อาจมีรูปแบบเดียวกันก็จริง แต่กระนั้น กลับมีความกลมกลืนตามครรลองของพุทธศาสนาเถรวาท เช่นเดียวกับความงามที่แฝงอยู่ในความเรียบง่ายของพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย”

อันขึ้นชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะงดงามมากที่สุดยุคหนึ่งของประเทศไทย

แต่กระนั้น เมื่อกลับมาดูมุมมองต่อเรื่อง “เจดีย์อินคัลเจอร์” ที่ “ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สันติ” กล่าวถึงเจดีย์วัดมหาธาตุ สุโขทัย ซึ่งเป็นเจดีย์ยอดทรงดอกบัวตูมกับเจดีย์บริวาร หรือที่ใครๆ ในวงการศิลปะประวัติศาสตร์เรียกว่าเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์กลับพบอีกมุมมองหนึ่งที่น่าสนใจ

“งานออกแบบเจดีย์ทรงนี้สะท้อนศักยภาพ และภูมิปัญญา และรสนิยมของช่างสุโขทัยอย่างชัดเจน เพราะเจดีย์ทรงนี้แพร่หลายมากในราชธานีสุโขทัย และเมืองในเครือข่าย จึงสมควรเรียกว่าเจดีย์สัญลักษณ์ของราชธานี ขณะเดียวกัน เจดีย์ทรงเดียวกันนี้ใช่แต่จะมีที่วัดมหาธาตุ สุโขทัยเพียงอย่างเดียว”

“หากยังพบที่วัดร้างเมืองบางขลัง อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย วัดเจดีย์ยอดทอง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก วัดเจดีย์กลางทุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร วัดมหาธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ วัดโตนดหลาย อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท และวัดสวนดอก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่”

สำหรับในส่วนของวัดช้างล้อม หรือที่บางคนเรียกว่าวัดช้างรอบ “ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สันติ” ก็กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ในหนังสือเล่มเดียวกันว่า จารึกวัดช้างล้อมจารึกเมื่อปี พ.ศ.1927 มีเนื้อความว่า พนมไสคำออกบวชได้ประดิษฐานพระพุทธรูป สร้างหอพระปิฎกธรรม ปลูกต้นศรีมหาโพธิ์ ตลอดจนการบำเพ็ญกุศล และสร้างถาวรวัตถุในพระพุทธศาสนา

“เจดีย์ประธานมีแถวรูปช้างครึ่งตัว ประดับเรียงหน้าออกจากด้านทั้งสี่ของผนังฐานเรียกว่าเจดีย์ช้างรอบ เรียกให้ต่างจากเจดีย์ที่มีแถวรูปช้างล้อมเต็มตัวหันหน้าออกจากผนังซึ่งเรียกว่าเจดีย์ช้างล้อม ส่วนรูปแบบสำคัญของเจดีย์คือองค์เจดีย์ทรงระฆัง ตั้งอยู่เหนือยกพื้นที่ ซึ่งมีแถวรูปรูปช้างประดับ ชุดลวดบัวถลารองรับลวดบัวปากระฆัง อันเป็นส่วนกลางของทรงระฆังป้อม ตั้งต่อเหนือทรงระฆังด้วยบัลลังก์รูปสี่เหลี่ยม รองรับทรงกรวยประกอบจากปล้องไฉน และปลายยอดสั้นๆ ที่เรียกว่าปลี”

ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราจะไม่ค่อยเข้าใจประวัติศาสตร์ศิลปะเช่นนี้มาก่อนเลย

แต่เมื่อมาอ่านหนังสือ “สมัยสุโขทัย เจดีย์อินคัลเจอร์” ทำให้ผมรู้สึกว่าหากมีโอกาสไปอุทยานประวัติศาสตร์ สุโขทัยและมีโอกาสเดินชมกลุ่มเจดีย์ต่างๆ อีกครั้ง คิดว่าคราวนี้เห็นทีสนุกแน่

เพราะหนังสือเล่มนี้ไม่เพียงเป็นไกด์ศิลปะประวัติศาสตร์ชั้นดี

หากยังทำให้เราเข้าใจประวัติศาสตร์อย่างง่ายๆ ด้วยว่า แต่ละเจดีย์ที่เราเห็นตลอดเวลาผ่านมาเป็นเจดีย์ทรงอะไรบ้าง และมีคุณค่า ความงามทางประวัติศาสตร์อย่างไรบ้าง

อย่าลืมไปหาซื้ออ่านนะครับ
รับรองคุณจะเดินยลโฉมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อย่างมีความสุขแน่นอน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ศิลปินแห่งชาติ’ ติง อย่าโทษแต่ ‘น้ำใส’ โวยการศึกษาไทยปลูกฝังค่านิยมฝักใฝ่เผด็จการ ตัดต่อความทรงจำปวศ.
บทความถัดไปเพจดังวงการสาธารณสุขทนไม่ไหว! ปัญหาวิกฤตฝุ่นจิ๋ว ชี้เป็นความล้มเหลวของรัฐราชการ