ตู้หนังสือ : ราษฎรธิปไตย การเมือง อำนาจ ทรงจำของ(คณะ)ราษฎร

เวลายาวนานที่ผ่านมาถึง 87 ปี หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ท่ามกลางบรรยากาศประชาธิปไตยที่ก้าวหน้าไปทั่วโลก ตัวอย่างเหตุการณ์ทางการเมืองและสังคมต่างๆ ในอารยประเทศ ตัวอย่างการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ เช่น การต่อต้านกฎหมายที่ชาวฮ่องกงขัดแย้งกับรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ล้วนแสดงความคิดซึ่งนำทางความเป็นไปของโลกปัจจุบัน ที่มีองค์ประกอบร่วมสำคัญคือ เทคโนโลยีวิทยาการซึ่งล้ำสมัยไปเรื่อยๆ ช่วยให้การสื่อสารรับรู้ระหว่างผู้คนในโลกเข้าใจสิ่งที่เหมือนหรือแตกต่างที่เกิดขึ้นได้รวดเร็วทันการ

แต่ทั้งหมดนี้ ประชาชนไทยมีส่วนร่วม หรือคิดว่าตนมีส่วนร่วม หรือสนใจที่จะมีส่วนร่วม ต่อการที่จะก้าวไปพร้อมกับโลกอย่างไรบ้าง ยังเป็นคำถามที่ไม่เกิดขึ้น หรือไม่ค่อยเกิดขึ้น เนื่องจากไร้สภาพกระเพื่อมพอที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงทางความคิดของทั้งผู้คนและสังคม ที่จะเห็นการขยับก้าวไปข้างหน้า ร่วมกับโลกอารยะที่สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค ภราดรภาพ และความเท่าเทียม เป็นธงนำของทุกสังคม ประชาชนไทยยังไม่สนใจการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ไม่ต้องการเรียนรู้ พอใจจะเห็นภาพเหตุการณ์ 2475 คลุมเครือหม่นมัวอยู่เสมอมา

นอกจากจะมีผู้เข้าใจ สนใจ และเรียกร้องการเรียนรู้รอบด้านเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ซึ่งหมายถึงการเรียกร้องการปกครองระบอบประชาธิปไตยเต็มรูป เช่น อารยประเทศทั้งหลาย จำนวนหนึ่งแล้ว ประชาชนส่วนใหญ่เป็นเช่นที่กล่าวข้างต้นหรือไม่

เป็นคำถามที่คนส่วนใหญ่ไม่อยากจะตอบหรือเปล่า

ทำไมถึงไม่อยากตอบ

ราษฎรธิปไตย – การเมือง อำนาจ และทรงจำของ (คณะ) ราษฎร ค้นคว้า เล่าเรื่อง และเรียบเรียงโดย ศรัญญู เทพสงเคราะห์ เพื่อให้ภาพการต่อสู้ที่จะสถาปนาความหมาย คุณค่า และความทรงจำ ต่อระบอบประชาธิปไตยในยุคคณะราษฎร

เป็นหนังสือ 4 ภาค 6 บท เกือบ 400 หน้า ที่ลำดับเหตุการณ์ให้เห็นสำนึกใหม่หลังการปฏิวัติสยาม พูดถึงอำนาจและสถาบันอำนาจ ตลอดจนอนุสาวรีย์และความทรงจำ เพื่อแสดงภาพซึ่งผ่านการปัดเป่าความพร่ามัวให้เห็นว่า ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง แล้วเจอรัฐประหารเงียบของพระยามโนปกรณ์นิติธาดา เจอกบฏบวรเดช ความพยายามลอบสังหารแกนนำคณะราษฎร รัฐประหาร 2490 จนถึงรัฐประหาร 2500 ซึ่งทำให้อำนาจและเชื้อสายคณะราษฎรหมดไปอย่างสิ้นเชิงนั้น คุณค่า ความหมาย และเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ถูกบ่อนเบียน ทำลาย และพยายามที่จะลดความสำคัญลงต่อเนื่องอย่างไร จนแม้หมุดคณะราษฎรบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ยังถูกถอดออกไป อนุสาวรีย์ปราบกบฏก็ถูกย้าย

เกิดอะไรขึ้นกับกระบวนการประชาธิปไตยในประเทศ กระบวนการที่หลายคนอยากระบุแบบกำปั้นทุบดินว่า คนไทยไม่อยากเรียนรู้ ไม่อยากเข้าใจ

ทั้งๆ อยากจะมีสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดใช้ อยากกระโจนเข้ายุคอะไรๆ ก็จุดศูนย์วันนี้พรุ่งนี้

…และที่น่าทึ่งสำหรับคนอยากรู้อยากเรียนก็คือ มีคนนอกที่เห็นเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองเล่าเรื่องและสิ่งที่เห็นให้ฟัง บันทึกของทูตญี่ปุ่นผู้เห็นเหตุการณ์ปฏิวัติ 2475 ของ ยาสุกิจิ ยาคาเบ พิมพ์ครั้งที่ 3 แล้ว โดยมีอาจารย์มหาวิทยาลัยวาเซดะ เออิจิ มูราชิมา กับ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ร่วมกันแปลให้อ่านอย่างชัดเจน กระทั่งบรรยากาศพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับถาวรในวันที่ 10 ธันวาคม…

” …แต่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ นั้น เคยเป็นพระมหากษัตริย์แบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ประทับใต้เศวตฉัตร แต่ครั้งนี้ แม้จะประทับใต้เศวตฉัตรเช่นกัน แต่ทรงฐานะเป็นพระมหากษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ ผู้เขียนแม้ว่าจะมิใช่ข้าราชการของประเทศสยาม แต่เป็นนักการทูต เมื่อเห็นพระพักตร์แล้ว มีความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายได้…”

น่าอ่านน่ารู้ขนาดไหน ไม่ว่านักเรียนนักศึกษาหรือคนไทยใฝ่รู้คนไหนควรหาอ่าน

…ว่ากันว่า ที่ทำงานจริงยิ่งกว่าละคร ว่าแล้วคุณหมอ มนตรี แสงภัทราชัย ใช้ความรู้เกี่ยวกับการทำงานของสมองตามหลักการแพทย์ และศาสตร์การโค้ชหรือให้แนวทางเพื่อ สยบดราม่าในองค์กร ในฐานะนักโค้ชชั้นนำคนหนึ่งของสังคม เพื่อไขความลับการบริหารจัดการความขัดแย้ง ของคนทุกระดับในองค์กร อย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน ด้วยวิธีการโค้ชตนเองหรือที่ฝรั่งเรียกว่า เซลฟ์ โค้ชชิ่ง (self-coaching) เพื่อจะได้ไม่เป็นเหยื่อดราม่าในที่ทำงาน และหลุดพ้นจากวังวนนั้น

ลองอ่านดูว่าคุณหมอนิยามดราม่าไว้ขนาดไหน อะไรคือดราม่า โดยเฉพาะดราม่าในที่ทำงาน เพราะแค่ยืนเฉยๆ ก็ยังดราม่าได้ เอาล่ะสิ

…สำหรับคนชอบธุรกิจนั้น ลงทุนแมน เป็นจอที่ใครต่อใครที่สนใจเศรษฐกิจ การเงิน ธุรกิจ เข้าไปหาอ่านตั้งแต่ปี 25601 เพราะเขียนเรื่องยากให้อ่านง่าย อ่านสนุก ไม่ว่าเรื่องในหรือนอกประเทศ ภายในปีเดียวมีผู้ติดตามถึง 4 แสนราย และมีเฟซบุ๊กที่คนถูกใจถึง 9 แสนกว่าราย จนต้องพิมพ์หนังสือเล่มออกมาสนองความอยากเรียนรู้ของผู้คน ตั้งแต่ ลงทุนแมน 1.0 กระทั่งปัจจุบันกำลังผ่าน ลงทุนแมน 10.0 เข้า 11.0 แล้ว

หนังสือพิมพ์กระดาษปอนด์หนา จึงทำให้หนังสือ 250 กว่าหน้าดูเป็นหนังสือโตกระชับมือ อ่านเพลินเดินเหินสบาย เล่ม 10.0 นี้ว่ากันตั้งแต่ สรุปตลาดหุ้นให้รู้เรื่องแค่นาทีเดียว จิราธิวัฒน์ ตระกูลรวยอันดับสองของประเทศ ทอม ครูซ จากเด็กเรียนแย่สู่นักแสดงหมื่นล้าน อายุ 4 ขวบก็ทำธุรกิจได้แล้ว อาดิดาสกับไนกี้ ใครใหญ่กว่ากัน สวิตเซอร์แลนด์ ประเทศที่ดอกเบี้ยเงินฝากติดลบ ทรัพย์สินของจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ฟินแลนด์ ประเทศที่มีความสุขมากที่สุดในโลก การปล้นธนาคารครั้งใหญ่สุดในโลก ฯลฯ

แค่เห็นหัวข้อก็อยากรู้ไปแล้วเสียทุกเรื่อง แถมแต่ละเรื่องสั้นๆ อ่านจบได้เร็ว เข้าใจทันที จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า จะต้องยืนยงเป็นคุรุ (guru) ในด้านนี้ และเป็นที่พึ่งของคนไม่น้อยไปอีกนาน

แพรว ฉบับเฉลิมฉัตรศรีกษัตรา ทศมราชาภิเษกสดุดี ด้วยภาพชุดชื่นตาชื่นใจ พรั่งพร้อมเนื้อหาอันเกี่ยวเนื่องด้วยพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแห่งสยามเป็นขวัญตา

อะ เดย์ ฉบับว่าด้วยเพศ “การวางตัวในฐานะผู้หญิง การเป็นผู้หญิงในสังคมนี้ มีข้อจำกัดเยอะมาก” ปาริฉัตร พิมล ว่า

“มีเซ็กซ์ไม่ได้ทำให้ผู้หญิงสูญเสียอะไร อวัยวะก็มีครบเท่าเดิม” นิศารัตน์ จงวิศาล ว่า “ยังมีทรรศนะที่ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจซึ่งน่าอ่านอีกเยอะ”

หนังสือเป็นที่พึ่งของความคิดจริงๆ ยิ่งยุคนี้วันนี้ยิ่งจำเป็น


บรรณาลักษณ์

บทความก่อนหน้านี้กรมควบคุมโรค ชี้ “วัณโรค” รักษาหายขาดได้ แต่ต้องกินยาต่อเนื่อง6เดือน
บทความถัดไป“ดร.สมคิด” เป็น ปธ.มอบรางวัล Money & Banking Awards 2019 วันพุธที่ 10 ก.ค.นี้