ตู้หนังสือ : สยามมหกรรม ทำไมต้องช่วงชิงสาธารณะ

ความเป็นสาธารณะแบบที่รวมเอาราษฎรเข้ามาอยู่ด้วยนั้น เกิดขึ้นในการจัดงานฉลองรัฐธรรมนูญ จึงเกิดหนังสือเล่มนี้ขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นการมาของความเป็นสาธารณะ ผ่านการเมืองวัฒนธรรมของการจัดมหกรรมฉลองรัฐธรรมนูญนี้ เพื่อเน้นให้เห็นการต่อสู้ช่วงชิงความเป็นสาธารณะในสยาม ช่วงก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475

งานสมโภชพระนครครบรอบ 100 ปี ถือเป็นการเรียนรู้และโอ้อวดถึงบุคลิกของผู้เจริญแล้ว หรือที่เรียกกันว่า “ศิวิไลซ์” ทั้งทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ต่อเจ้าอาณานิคมตะวันตก หากแต่ผู้ที่ได้รับเชิญไม่ได้รวมถึงราษฎรแต่อย่างใด โดยราษฎรที่เข้าร่วมงานได้ถูกทำให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงงานมหกรรมในฐานะ “ผู้ถูกดู” อันมิได้เป็นสาธารณะ

สยามมหกรรม การเมืองวัฒนธรรม กับการช่วงชิงความเป็นสาธารณะ ของ ปรีดี หงษ์สตัน ซึ่งย้อนวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นด้วยภาพของสาธารณะตั้งแต่ 1.งานมหกรรมสาธารณะสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ 2.งานฉลองรัฐธรรมนูญและการเมืองวัฒนธรรมไทยหลังการปฏิวัติ 2475 3.การประสานของสถาบันกษัตริย์เข้ากับงานฉลองรัฐธรรมนูญ และ 4.บทส่งท้ายยุคอเมริกัน จุดจบของงานฉลองรัฐธรรมนูญ และจุดเริ่มต้นของประเทศไทย ในฐานะเมืองกึ่งอาณานิคมของผู้นำระเบียบโลกใหม่

จึงเป็นหนังสือเพื่อเรียนรู้และเข้าใจการเมืองของการช่วงชิงความเป็นสาธารณะ โดยให้เห็นชัดเจนว่า ราษฎรเป็นตัวแสดงที่มีส่วนร่วมในความเป็นสาธารณะอย่างเป็นสาธารณชนในความหมายของสังคมประชาธิปไตยโดยแท้หรือไม่

หนังสือ 150 กว่าหน้าที่นำอดีตมาอธิบายปัจจุบันให้ตาสว่างขึ้นบ้าง

สุเนตร ชุตินธรานนท์ อาจารย์ผู้นำเพื่อนบ้านพม่ามาใกล้ชิดสังคมไทยมากขึ้น ด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์ซึ่งผูกมาถึงทุกวันนี้ ให้เห็นอีกหลายด้านนอกเหนือการศึกสงครามซึ่งตำราไทยยังฝังใจ เพื่อการเข้าใจความเป็นไปของโลกด้วยวุฒิภาวะที่ถูกต้อง

เที่ยวนี้อาจารย์นำเรื่อง พระสุพรรณกัลยา จากตำนานสู่หน้าประวัติศาสตร์ เพื่อเปิดมุมมองใหม่ โดยเทียบเคียงพระสุพรรณกัลยากับบทบาทสตรีคนอื่นๆในประวัติศาสตร์อยุธยา ซึ่งไม่เคยถูกหยิบมาศึกษาอย่างเป็นระบบ นอกจากกรณีสมเด็จพระศรีสุริโยทัย

ทั้งนี้ ด้วยการนำหลักฐานฝ่ายพม่าและไทยมาศึกษารอบด้าน ทำให้ข่ายข้อมูลขยายกว้างออกไป อย่างน้อย อดีตได้ชี้ให้เห็นแล้วว่า เงื่อนไขประวัติศาสตร์กำหนดให้ชีวิตของหญิงหนึ่งมีหน้าที่ต้องโลดแล่นในวังวนการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งอาจไม่เหลือแม้ในความทรงจำของคนรุ่นหลัง ถ้าไม่มีเงื่อนไขใหม่เกิดมาทำให้ต้องหยิบยกชีวิตนี้ขึ้นมาศึกษากัน หนังสือเล่มนี้จึงควรเรียนรู้เพื่อเข้าใจบุคคลในอดีตที่มีหน้าที่ซึ่งเลือกไม่ได้ เพื่อเข้าใจความเป็นมนุษย์อย่างถ่องแท้ยิ่งกว่าเรียนรู้เพื่อมองหาอิทธิอภินิหารใดๆ

๐ หนังสือพิสดารที่น่าอ่านอีกเล่ม พระจอมเกล้าฯพยากรณ์ ความย้อนแย้งของดาราศาสตร์กับโหราศาสตร์ในสังคมไทยสมัยใหม่ ซึ่งมี สิกขา สองคำชุม เป็นบรรณาธิการ ที่น่าอ่านก็เพราะบทความต่างๆในเล่มมีคุณอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ เพราะเป็นการเปิดมุมมองจากทัศนะที่แตกต่างกันทั้งทางด้านดาราศาสตร์และคณิตศาสตร์ ว่าด้านใดเป็นพระอัจฉริยภาพโดยแท้ในพระองค์ ซึ่งไม่เคยศึกษากันอย่างรอบด้านและลุ่มลึกเช่นนี้มาก่อน

นอกจากนี้ การนำหลักฐานสองด้านในฐานะที่ทรงเป็นพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์และโหราศาสตร์ มาแสดงอย่างกว้างขวาง ให้เห็นความรู้และความเชี่ยวชาญในพระองค์ ทำให้ผู้อ่านที่แม้มิได้มีความรู้ทั้งสองด้านก็สามารถอ่านได้อย่างเข้าอกเข้าใจ ก็ยังรู้ว่าได้เปิดหูเปิดตาต่อพระอัจฉริยภาพในพระองค์อย่างสำคัญ ควรแก่การยกย่องเพียงใด

๐ หนังสือสำคัญเล่มโตที่ยังถูกกล่าวขวัญอยู่จนวันนี้ คราสและควินิน ในฐานะที่ รื้อ สร้าง “ปากไก่และใบเรือ” ของนิธิ เอียวศรีวงศ์ ของ พิพัฒน์ พสุธารชาติ ที่จะทำให้เห็นความรู้ ทรรศนะ มุมมองและการวิเคราะห์แบบข้ามศาสตร์ของอาจารย์นิธิอย่างเข้าใจ ก่อนจะได้ใคร่ครวญตามตามการรื้อ สร้าง ของผู้เขียนที่มองปากไก่และใบเรือในฐานะหลักหมายสำคัญหนึ่งของไทยศึกษา

เพียงการค้นคว้าโดยการนำหลักฐานหรือความคิดนานาของผู้รู้ด้านต่างๆ มาประกอบการรื้อ สร้าง งานนี้ของผู้เขียน ก็เป็นความมานะที่ผู้อ่านจะได้รับประโยชน์อย่างยิ่ง ต่อความเข้าใจความคิดของสังคมในหลายๆ แง่มุมที่มีมาแต่เดิม ซึ่งแสดงชัดแจ้งว่าการเรียนรู้สำคัญต่อการดำรงอยู่ของสังคมอย่างไร

๐ หนังสือเพื่อการก้าวไปข้างหน้า หลิวเสี่ยวโป ตัวข้าไซร้ ไร้ศัตรู บทความคัดสรรของนักเขียนผู้สั่นคลอนพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งช่วยกันแปลโดย ชยางกูร ธรรมอัน กับ เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล และคณะ มีคำนิยมของ “โจชัว หว่อง” นักเคลื่อนไหวผู้เดินทางเข้าเมืองไทยไม่ได้กับ เพอรี่ ลิงค์ ประกอบ เพื่อเห็นชีวิตและความคิดของคนอีกคน ซึ่งยังสนใจจะถกถามถึงความยุติธรรมในสังคม และการปฏิบัติอย่างถูกต้องเหมาะสมต่อเพื่อนมนุษย์ อันเป็นคำถามพื้นเพธรรมดา ที่กลับทำให้สังคมอยุติธรรมหรือสังคมที่ผู้แสวงประโยชน์ส่วนตนกุมอำนาจอยู่ในหมู่พวกพ้อง ต้องสะดุ้งสะเทือนได้ เป็นหนังสือซึ่งปราศจากความซับซ้อนทางความคิด แต่ด้วยคำถามง่ายๆ เหล่านั้นเองที่มนุษย์ทุกรูปนามต้องตอบต่อตัวเองและผู้อื่น

มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับอภินิหาริปไตย ประกอบภาพ วิษณุ เครืองาม กับเรื่องเลือดใหม่ไทยแลนด์ เมื่อมีการสร้าง รด.ยุคใหม่ตีคู่สาวกฟ้ารักพ่อ จิตต์สุภา ฉินเล่าเรื่องรอยเท้าซึ่งลบยากที่สุด ส่วนสิ่งแรกในพระพุทธศาสนายังต้องอ่านติดต่อ เช่นเดียวกับตัวการันต์ของอาจารย์นิตยา

ที่ต้องไม่พลาดในเล่มก็คือ อยากได้ 5 จี คิดดีหรือยังโดยเพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง.


 

บรรณาลักษณ์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้จ่อเด้ง 5 เสือ สน.สุทธิสาร หลังทหารบุกจับบ่อน รวบนักพนันกว่า 30 ราย
บทความถัดไปโครงร่างตำนานคน : ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อยู่ที่ผลของงาน : โดยการ์ตอง