‘Go Further…ก้าวไปข้างหน้า’ กับหนังสือคุณภาพจากมติชน

มหกรรมหนังสือฯ กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งแล้ว ปีนี้ย้ายไปจัดที่ชาเลนเจอร์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 2-13 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00-21.00 น.

มติชนอยู่ที่บูธ T06 และยังเล่นใหญ่เพื่อนักอ่านทุกท่าน ไม่น้อยกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ปีนี้มาด้วยแนวคิด “Go Further” … ก้าวไปข้างหน้าด้วยการอ่าน และบูทชิคๆคูลๆนี้ ออกแบบโดย S U N T U R

ท่ามกลางสภาวะแย่ๆ หลายอย่างที่กำลังเกิดในบ้านเมืองของเราตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นสังคม การเมือง โดยเฉพาะเศรษฐกิจ ไม่แปลกหรอกที่ความรู้สึกท้อแท้ถดถอยจะเกิดขึ้นในชีวิตใครหลายๆคน หดหู่ได้ เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ แต่อย่าจมกับมันนานๆ เลย ต่อให้เจอไต้ฝุ่นกระหน่ำ ฝนก็หยุดได้ ฟ้าก็ใสเป็น สำคัญที่สุดคือใจเราที่ต้องพร้อมที่จะ “Go Furthur ก้าวไปข้างหน้า”   

หนังสือที่มติชนคัดสรรมานำเสนอในงานครั้งนี้ หลายเล่มก็เลยช่วยสร้างความหวังให้กับคนอ่านได้ไม่ยากเย็น เป็นความหวังที่มาจากความมุ่งมั่น ความตั้งใจ และการลงมือทำ อย่างไม่พร่ำบ่นต่ออุปสรรคความทุกข์ยากใดๆ เพื่อให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยการอ่านด้วยกัน

เล่มแรกตอนนี้กำลังฮอตมาก ขนาดยังไม่วางขายเลยด้วยซ้ำ แค่ชื่อก็กระแทกใจสุดแล้วอย่าง “ความสำเร็จ ดีใจได้วันเดียว” หนังสือที่ ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส CP Group ที่จะเผยเบื้องลึกของทั้งความสำเร็จ ความล้มเหลว และทีเด็ดที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อน

ธนินท์ใช้เวลากว่า 8 ปี ถ่ายทอดประสบการณ์กว่า 50 ปี บนเส้นทางธุรกิจให้กลายเป็นเรื่องเล่าเรียบง่ายด้วยตัวเอง แฝงแนวคิดและปรัชญาในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ เพื่อส่งต่อเคล็ดวิชาสู่นักธุรกิจรุ่นใหม่ แต่ต่อให้ไม่เป็นนักธุรกิจ เราก็คิดว่าเล่มนี้ไม่มีใครควรพลาดเลย เพราะสิ่งที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้นั้น มีประโยชน์ต่อมุมมองต่างๆ ในชีวิตมากๆ .. เอาจริงๆ แค่โควทคำที่เป็นชื่อหนังสือก็จับใจมากแล้ว ยิ่งเจอประโยคแบบ “ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ธุรกิจที่เคยเป็นยักษ์ใหญ่ของโลกยังล้มหายตายจากไปได้… วันนี้เราเก่ง พรุ่งนี้ก็อาจมีคนที่เก่งกว่า ถ้าเราไม่พัฒนาตัวเอง ใครจะรู้ วันข้างหน้าเราอาจจะล้มเหลวก็ได้ ฉะนั้นมันยังไม่จบ แบบนี้จะให้ผมไป ‘ฉลอง’ ได้อย่างไร” .. สมควรแล้วที่เจ้าสัวซีพีตั้งใจว่าจะให้เป็น “บทเรียนจากของจริงและแรงบันดาลใจให้ผู้ที่มีความฝัน นำไปต่อยอดสร้างความสำเร็จในเส้นทางของตัวเอง”

ซื้อเล่มนี้ มีกิจกรรมพิเศษด้วย เพราะเปิดพรี-ออร์เดอร์แล้วจนถึง 30 กันยายนนี้ สั่งซื้อหนังสือพร้อมไปกับลุ้นรับสิทธิ์เข้าร่วมฟังเสวนา “ความสำเร็จ ดีใจได้วันเดียว” Exclusive Talk โดย ธนินท์ เจียรวนนท์ ซึ่งดำเนินรายการโดย หนุ่มเมืองจันท์ ดูรายละเอียดได้ที่ เฟซบุ๊ค Matichon Book – สำนักพิมพ์มติชน

จากรุ่นใหญ่ มารุ่นเล็กกันบ้างกับเล่ม “Winning with Ideas จากหนึ่งถึงพันล้าน” เป็นเรื่องราวของ 20    สตาร์ตอัพที่ล้มลุกคลุกคลาน ผ่านร้อนผ่านหนาว จนสำเร็จ หรือกระทั่งล้มเหลว ผ่านปลายปากกาของ มาโนช พฤฒิสถาพร นวัตกรและนักเขียนผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงธุรกิจสตาร์ตอัพ ทั้งยังผ่านประสบการณ์การทำงานในบริษัทสตาร์ตอัพมูลค่าหลักพันล้านดอลลาร์   ที่อาสาพาไปสำรวจ       20 สตาร์ตอัพสุดล้ำจากซิลิคอนวัลเลย์ เพื่อเจาะลึกเข้าไปในหัวใจแห่งความสำเร็จ เผยเบื้องหลังของความล้มเหลว และจุดประกายความคิดจากไอเดียแปลกแหวกแนวของสตาร์ตอัพสัญชาติอเมริกัน

เขาไม่ได้เขียนตำราสอนกลยุทธ์ธุรกิจ แต่กำลังชักชวนให้ร่วมขุดค้นเข้าไปยังศูนย์กลางของไอเดีย สตาร์ตความคิดและแรงบันดาลใจให้กล้าที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เพื่อที่จะล้มยักษ์ใหญ่ ในเกมระดมทุนที่มีชื่อว่าสตาร์ตอัพ ด้วยการเริ่มนับหนึ่งนี่ล่ะ

“เมื่อความจน เฆี่ยนตีผม” เป็นอีกเล่มที่อยากแนะนำ เพราะคือบทสัมภาษณ์และเรียบเรียงประสบการณ์ชีวิตของ สุพจน์ ธีระวัฒนชัย เจ้าของอาณาจักรโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ผ่านปลายปากกาของ วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ นักเขียนสารคดีลำดับต้นๆ ของเมืองไทย ที่บอกเล่าเรื่องราวความล้มลุกคลุกคลาน และการไม่ยอมแพ้ จนนำพาธุรกิจร้านอาหารขนาดยักษ์ฝ่ามรสุมและยืนหยัดมั่นคงมาได้ตลอด 20 ปี … ทำธุรกิจร้านอาหารยากมาก ที่ยากกว่าคือทำให้อยู่ได้ยาวๆ เป็นความสำเร็จที่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน แนวคิด เทคนิค กลยุทธ์ การบริหารงาน ในหนังสือเล่มนี้นำไปปรับใช้ได้เยอะมากๆ

อีกเล่มถือเป็นเล่มของการสิ้นสุดกับการรอคอย! หนุ่มเมืองจันท์กลับมาอีกครั้งแล้ว กับหนังสือ “แค่เริ่มต้นใหม่ไม่ใช่พ่ายแพ้” ฟาสต์ฟู๊ดธุรกิจ ลำดับที่ 31 ของเขา ว่าด้วยมุมมองชีวิตที่ว่า เพราะชีวิตเหมือนกับการวิ่งมาราธอนที่ไม่มีเส้นชัย ไม่มี “ชนะ” ไม่มี “พ่ายแพ้” มีแต่ “การเปลี่ยนแปลง” และ “เริ่มต้นใหม่” เท่านั้นเอง

เล่มสุดท้ายที่ขอแนะนำเพื่อ Go Further คือ “A World of Three Zeros” โลกสามศูนย์ ผลงานภาคภาษาไทยเล่มล่าสุดของ มูฮัมหมัด ยูนูส เจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพ ที่เสนอว่าท่ามกลางปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม และมลภาวะ เป็นโจทย์ท้าทายที่สุดของมนุษยชาติในศตวรรษที่ 21 และอาจจะเป็นศตวรรษสุดท้ายของเราหากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที ซึ่งการใช้กำลังเพื่อยุติความเหลื่อมล้ำและแก้ไขปัญหาระบบนิเวศน์ก็ไม่ใช่ทางออก และการรอคอยให้ระบบทุนนิยมเปลี่ยนแปลงตัวเองก็อาจจะช้าไป ดังนั้นทางออกจึงคือการดำเนินธุรกิจแบบใหม่ ที่ไม่ได้เน้นการสั่งสมความมั่งคังส่วนบุคคล หรือการเติบโตแบบไร้ขีดจำกัด เป็น“ธุรกิจเชิงสังคม” คือ ธุรกิจที่ไม่เน้นความร่ำรวยล้นพ้นเพื่อสร้างโลกที่ความยากจนเป็นศูนย์ ภาวะว่างงานเป็นศูนย์ และมลภาวะเป็นศูนย์นั่นเอง น่าสนใจมากๆ เล่มนี้เป็นฝีมือแปลของ ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ไม่น่าพลาดเลยสักเล่ม

สิรนันท์ ห่อหุ้ม

 

บทความก่อนหน้านี้คอลัมน์ เล่าเรื่องหนัง : Joan Didion : The Center Will Not Hold แด่ ‘โจน ดิเดียน’ นักเขียนสารคดี ผู้สะท้อนยุคสมัยอันปั่นป่วน
บทความถัดไป‘บิ๊กตู่’ เตรียมเปิดรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ทดลองนั่งจากสถานีท่าพระ-วัดมังกรฯ 30 ก.ย.นี้