เดินไปในเงาฝัน : ครูเพื่อศิษย์ : โดย สาโรจน์ มณีรัตน์

หนังสือเรื่อง “ครูแท้แพ้ไม่เป็น” หรือชื่อภาษาอังกฤษคือ “Real Talk for Real Teachers” ซึ่งมี เรฟ เอสควิท เป็นผู้เขียน ส่วนผู้แปลคือ ผศ.อุบลรัตน์ เต็งไตรรัตน์ มากองอยู่บนโต๊ทำงานของผมตั้งนานมาแล้ว
ทำท่าว่าจะอ่านหลายครั้ง
แต่ยังไม่ได้อ่านเสียที เพราะเรื่องประเภทนี้ต้องตั้งใจอ่านอย่างจริงจัง อีกอย่างผมประเมินในเบื้องต้นว่าหนังสือเล่มนี้น่าจะออกแนววิชาการ

เพราะสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) เป็นผู้จัดพิมพ์

แต่พอลองอ่านบทแรกๆ กลับทำให้พบว่า “ครูแท้แพ้ไม่เป็น” ไม่ได้เป็นหนังสือวิชาการแต่อย่างใด ตรงข้ามเป็นหนังสือที่อ่านสนุก เพราะผู้เขียนอันหมายถึง เรฟ เอสควิท
เป็นครูมาทั้งชีวิต เขาอุทิศตัวตนให้กับการสอนลูกศิษย์อย่างทุ่มเทในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา

เขามีลูกศิษย์ลูกหาประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงมากมาย

ขณะเดียวกัน เขาก็เขียนหนังสือถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ในความเป็นครู โดยเฉพาะเรื่อง “ครูแท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” เพื่อให้ครูในทุกมุมโลกได้อ่าน

เรฟ เอสควิท บอกว่าครูแท้ หรือครูเพื่อศิษย์คือครูที่มุ่งมั่น และเรียนรู้ต่อการทำหน้าที่ช่วยเหลือศิษย์ในการปูทาง หรือวางรากฐานชีวิตที่ดีของศิษย์

ซึ่งมากกว่าการสอนวิชา

นอกจากนั้น “ครูแท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” ยังต้องทำหน้าที่ช่วยพวกเขาเชื่อมโยงช่องว่างระหว่างหน้าหนังสือ กับชีวิตของพวกเขา

ทั้งยังต้องช่วยเชื่อมโยงวิชากับตัวจริง และช่วยให้การเรียนของศิษย์เป็นการเตรียมพื้นฐานเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

ที่สำคัญ จะต้องเรียนรู้ และพัฒนาทักษะด้านความฉลาดทางอารมณ์ของตน และจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจ เตรียมยุทธศาสตร์ เผชิญ ประนีประนอม หรืออยู่กับความแตกต่างให้ได้

สำคัญอีกอย่างคือเมื่อ “ครูแท้” หรือ “ครูเพื่อศิษย์” ทำหน้าที่สมบูรณ์แล้วอย่างจริงจัง ก็จะมีคนเห็น และมีแนวร่วม ซึ่ง เรฟ เอสควิท แนะนำว่า อย่ารีรอที่จะขอความช่วยเหลือ และความช่วยเหลือต้องมาจากคนที่ทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างมืออาชีพ

มาช่วยกันฝึกเด็ก

สร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ขึ้นมา

จนทำให้เกิดเป็นความภูมิใจร่วมกัน

โดยเรื่องนี้ เรฟ เอสควิท แนะนำว่า ให้ลองไปดูบทที่ 22 ที่เขาตั้งชื่อเรื่องว่า…ทั้งหมดเพื่อหนึ่งเดียว และหนึ่งเดียวเพื่อทั้งหมด โดยมีใจความดังนี้

“การสอนมักเป็นวิชาชีพที่โดดเดี่ยว แต่มันไม่จำเป็นต้องเป็นอย่างนั้น ไม่มีใครเป็นผู้เชี่ยวชาญไปทุกเรื่อง และต้องใช้ผู้คนเป็นทีม เพื่อช่วยนักเรียนทำสิ่งต่างๆ ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้”

“ถ้าคุณร่วมมือกับคนอื่น ชั้นเรียนของคุณ และชีวิตของคุณจะมีความสุขขึ้น และเครียดน้อยลง หลังจากสอนมาเกือบสามสิบปี ผมมีทีมรอบตัว ผมมีผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ หลากหลาย ความรู้ และทักษะของพวกเขาได้เข้ามาอยู่ในห้อง 56 เพื่อเปิดประตูมากมาย จนทำให้ชีวิตของนักเรียนหลายพันคนดีขึ้น”

นอกจากนั้น เรฟ เอสควิท ยังพูดถึงเรื่องการสอนกีตาร์ให้นักเรียนบอกว่า…ผมสอนนักเรียนที่สนใจให้หัดเล่นกีตาร์อยู่เกือบสิบห้าปี ก่อนจะตระหนักว่าความสามารถแบบมือสมัครเล่นของผมกำลังฉุดรั้งชั้นเรียนไว้

“มีเพลงที่เราอยากเล่น และเท่าที่เราใช้ชีตดนตรีจากอินเตอร์เน็ต ฝีมือพวกเด็กๆ เรียกว่าพอทนได้ แต่พวกเขาสามารถเล่นให้ฟังดูดีกว่านั้นมาก ผมกำลังรั้งพวกเขาไว้ คนที่สอนพวกเขาเป็นมือสมัครเล่น เด็กๆ ต้องการมากกว่านั้น”

“จนแดน ชีอาร์เฟเลีย นักกีตาร์ และครูมืออาชีพก้าวเข้ามา ผมลงชื่อเรียนกับแดน ด้วยหวังว่าจะปรับปรุงทักษะของตัวเอง แล้วค่อยๆ ผ่องถ่ายความรู้ให้พวกเด็กๆ อย่างไรก็ตาม แดนรู้ว่าพวกนักเรียนต้องการอะไร พวกเขาเห็นในตัวผมว่าเป็นคนที่จะแสดงวิธีการเล่นกีตาร์ให้ดูดีได้”

“แต่ผมขาดความเข้าใจอย่างแท้จริงว่าดนตรีประกอบกันขึ้นมายังไง เพราะฉะนั้น แทนที่จะสอนผมโดยตรง แดนเริ่มเขียนสกอร์มืออาชีพสำหรับกีตาร์ในชั้น เขาสอนผมว่าชีตดนตรีสำหรับกีตาร์อาจจะตั้งใจดี แต่ความผิดพลาดของพวกนั้นถูกส่งต่อไปให้มือกีตาร์เด็กๆ ซึ่งพลาดโอกาสที่จะได้รู้จักดนตรีอย่างถูกต้อง แม่นยำ และพัฒนาความเข้าใจขั้นสูงเรื่องการเป็นสมาชิกในวง”

ดั่งจะเห็นว่า เรฟ เอสควิท เปิดโอกาสให้ตัวเองตามหามืออาชีพเข้ามาร่วมทีม เพราะโลกนี้ไม่มีใครเก่งคนเดียว ขณะเดียวกัน ใลกใบนี้ก็พร้อมยินดีต้อนรับคนเก่งๆ อยู่เสมอ

เพียงแต่ต้องเก่งถูกที่ถูกทาง

และต้องหยิบยื่นความเก่งเหล่านั้นไปให้กับคนอื่นๆ ด้วย

ซึ่งเหมือนกับ เรฟ เอสควิท ที่เปิดต้อนรับให้ แดน ชีอาร์เฟเลีย เข้ามาร่วมทีม เพราะเขามองเห็นว่าสิ่งที่เขาเรียนรู้ และเคยเชื่อว่าน่าจะถูกต้อง และถูกทาง

แต่สุดท้ายไม่ใช่เลย

เขาจึงพร้อมที่จะเรียนรู้ใหม่

น้อมรับความเป็นเมืออาชีพของ แดน ชีอาร์เฟเลีย จนที่สุดพวกเขาจึงตั้งวงดนตรีขึ้นมา ที่ไม่เพียงจะทำให้ เรฟ เอสควิท เกิดความภูมิใจ ยังทำให้ลูกศิษย์ของพวกเขาต่างภูมิใจในวงดนตรีพวกเขาสร้างขึ้นมาด้วย

สำคัญไปกว่านั้นเด็กๆ หลายคนพัฒนาไปเป็นมือกลอง เป็นนักเต้น และดารานักแสดงในที่สุด

ถามว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากอะไร ?

เกิดจากการถามตัวเองอยู่ทุกวันว่า…ความสุขของเราคืออะไร ?

ความสุขของเราคือการสอนใช่หรือไม่

ความสุขของเราคือต้องการเห็นลูกศิษย์ประสบความสำเร็จใช่หรือไม่

และความสุขของเราคือการสร้างให้ลูกศิษย์เติบโตเป็นคนดีของสังคม และถ้าลูกศิษย์จะพัฒนาไปช่วยเหลือประเทศชาติต่อไปในอนาคต ก็นับเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง

ผ่านมา เรฟ เอสควิท ปฏิบัติตัว ปฏิบัติตนอย่างนี้ จนทำให้เขาถึงกลายเป็นครูแห่งศตวรรษที่ทุกคนอยากรู้จัก และอ่านงานของเขา

ลองไปอ่านงานของเขาดูนะครับ

“ครูแท้แพ้ไม่เป็น”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon