สวนสนุกแห่งการลงทัณฑ์ฯ นิยายที่มาพร้อมความตายของนักเขียน

หลังจากที่ หลินอี้หาน (Lin Yi-Han) สาวน้อยหน้าตาน่ารักที่เราเห็นอยู่ตรงหน้า เขียนนิยายเรื่อง Fang si Chi’s First Love Paradise จบไม่นานนัก เธอก็ตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลังนิยายตีพิมพ์เพียง 2 เดือน และก่อนงานเปิดตัวหนังสือเพียงไม่กี่วัน

Fang si Chi’s First Love Paradise ดังเป็นพลุแตกที่ไต้หวัน ตีพิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ใช่เพียงเพราะความตายของผู้เขียนที่ส่งให้นิยายเรื่องแรกของเธอโด่งดัง แต่เพราะนี่คือ “เรื่องจริงที่ยิ่งกว่านิยาย” เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริง และกระทบใจผู้คนในสังคมอย่างรุนแรง

ปัญหาการถูกครูล่วงละเมิดทางเพศ , การใช้ความรุนแรงในครอบครัวต่อภรรยา เป็นเรื่องเล่าหลักๆ ของนิยายเล่มนี้ ที่สะเทือนหัวใจของคนอ่านมากมาย โดยเฉพาะผู้หญิง

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ล่าสุดนิยายจากไต้หวันเรื่องนี้เพิ่งถูกแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ “สวนสนุกแห่งการลงทัณฑ์ รักในฝันของฝางซือฉี” โดย อารยา เทพสถิตศิลป์ และ เขมณัฏฐ์ ทรัพย์เกษมชัย จาก Maxx Publishing เมื่ออ่านจบก็เข้าใจเลยว่า ทำไมถึงโด่งดังมาก และได้รับการชื่นชมมากมาย

ทุกบรรทัดทำให้สะเทือนใจจริงๆ ระหว่างอ่านต้องพักสงบใจเป็นระยะๆ แต่เขียนเก่งแบบอ่านแล้ววางไม่ลงเลย มาแบบรวดเดียวจบทุกตัวอักษร จะบอกว่านักเขียนกรีดเลือดมาเขียนคงเบาไป เพราะนี่เหมือนแลกชีวิตมาเขียน

สวนสนุกแห่งการลงทัณฑ์ฯ เป็นเรื่องราวของ “ฝางซือฉี” เด็กสาววัย 13 ปี ผู้งดงามราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ เธอเป็นลูกสาวของครอบครัวฐานะดีในเมืองเกาสง ฝางซือฉี และมีเพื่อนสนิทคือ “หลิวอี๋ถิง” ทั้งคู่หลงใหลในหนังสือ หลงใหลในวรรณกรรม และความหลงใหลนี้ ก็ชักนำให้ไปรู้จักกับเพื่อนบ้านใหม่อย่าง “หลี่กั๋วหัว” ครูวัย 50 ปี ผู้เชี่ยวชาญรอบรู้ด้านวรรณกรรม ที่อาสามาสอนพิเศษให้เด็กสาวทั้งคู่ โดยที่มีจุดประสงค์เร้นลับแอบแฝงกับฝางซือฉี ตั้งแต่แรกที่เห็นเธอในลิฟต์ และโศกนาฏกรรมของการล่อลวงก็เริ่มต้นจากจุดนั้น ลวงให้ก้าวเข้าสู่สวนสนุกและตกอยู่กับสิ่งที่เด็กสาวคิดว่าคือรักแท้ จนกระทั่งจิตใจของเธอแตกสลายอย่างไม่เหลือชิ้นดี

นอกจากชีวิตของเด็กสาววัยแรกรุ่นอย่างฝางซือฉี ที่แตกสลายจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศจากคนที่เธอเคารพแล้ว ยังมีชีวิตของเด็กสาวอีกหลายคนที่ถูกหลี่กั๋วหัวล่อลวง ชายผู้ยึดถือหลักคำสอนของขงก้ง ลูกศิษย์ของขงจื๊อ และมักท่องคุณธรรม 5 ข้ออย่าง อ่อนโยน เมตตา ให้เกียรติ มัธยัสถ์ ถ่อมตน อยู่เสมอนี่ล่ะ

และไม่ใช่แค่ชีวิตของเด็กสาวเท่านั้น อีกหนึ่งตัวละครที่สร้างความสะเทือนใจอย่างรุนแรงไม่แพ้กัน คือชีวิตของ “อีเหวิน” หญิงสาวที่ยอมทิ้งหน้าที่การงาน ยอมทิ้งการเรียนต่อปริญญาเอกในสาขาวรรณกรรม เพื่อมาเป็นแม่บ้านที่ดีให้กับสามี เป็นสะใภ้ที่สมบูรณ์แบบให้กับครอบครัวใหม่

สิ่งที่อีเหวินได้รับตอบแทนการเสียสละชีวิตของเธอ คือการถูกทำร้ายร่างกาย ทำร้ายจิตใจ และไม่สามารถที่จะระบายกับใครได้เลย รอยยิ้มของเธอค่อยๆ จางหายไปจากใบหน้า มีเพียงช่วงเวลาที่ได้พูดคุยเรื่องวรรณกรรมกับเด็กสาวเท่านั้นที่ช่วยรักษาจิตใจของเธอจากความบอบช้ำทั้งมวลที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ความบอบช้ำที่เกิดจากความรุนแรงในครอบครัว และผู้หญิงที่มีสถานะทางสังคมเช่นเธอก็ไม่กล้าที่จะเอื้อนเอ่ยออกไปให้ใครได้รับรู้ ไม่กล้าแม้กระทั่งขอความช่วยเหลือจากคนในครอบครัวตัวเอง

 

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในนิยายเรื่องนี้ แม้ว่าจะเป็นเรื่องแต่ง แต่คนอ่านอย่างเราแทบไม่รู้สึกถึงความเป็นเรื่องแต่งเลย วิธีที่ผู้เขียนใช้เล่าเรื่องบางส่วนผ่านไดอารีของตัวละครหลักอย่างฝางซือฉี ที่ถูกค้นพบหลังจากที่ชีวิตของเธอพังภินท์ไป และเล่าโดยใช้งานวรรณกรรมระดับโลกจากประเทศต่างๆ มาเป็นสื่ออธิบายความรู้สึกในแต่ละช่วงของตัวเองได้อย่างมีชั้นเชิงมาก โดยเฉพาะเมื่อรู้สึกอ้างว้างและอับอาย ซึ่งนำไปสู่มุมมองที่เหมือนว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของตัวละคร และสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เป็นเพียงความผิดของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความพังของโครงสร้างทางสังคม โดยเฉพาะสังคมเอเชียที่เรื่องเหล่านี้เป็นเสมือนเรื่องต้องห้าม เป็นความอับอาย เป็นเรื่องที่ถ้าเกิดในหลายๆ ครอบครัว วิธีทางแก้คือกลบมันซะ ทำให้เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

ไช่อี๋เหวิน นักเขียนชาวไต้หวัน ได้กล่าวในนิยายเรื่องนี้ว่า “เรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงทางเพศล้วนเป็นเรื่องของ ‘สังคม’ หรือพูดอีกอย่างว่า เรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงทางเพศล้วนไม่ใช่เรื่องที่ผู้กระทำผิดจะสามารถดำเนินการได้สำเร็จเพียงคนเดียว แต่ทั้งสังคมต่างมีส่วนช่วยเหลือ ให้ผู้กระทำผิดกระทำจนสำเร็จได้” คำพูดนี้คือครอบคลุมทุกประเด็นนิยายเรื่องนี้มากๆ นักเขียนวิพากษ์ทุกบทบาทในโครงสร้างทางสังคม ที่มีส่วนก่อเกิดโศกนาฏกรรมของผู้หญิงแบบนี้ขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตั้งแต่สถาบันครอบครัวจนถึงระบบการศึกษา และการกดทับสถานะของผู้หญิงในสังคมตะวันออกที่ยังคงมีอยู่ เมื่อ 2 ปีก่อนที่เกาหลีใต้ แฮชแท็กปัญหาทางสังคมที่ถูกทวีตมากที่สุดคือ #SchoolMeToo ซึ่งนักเรียนมัธยมปลายต่างก็มาเล่าเรื่องการถูกล่วงละเมิดทางเพศจากครู ในไทยเองก็เห็นข่าวกันอยู่บ่อยครั้ง เป็นสถานการณ์ที่อันตรายมาก

หลังการตัดสินใจจบชีวิตของหลินอี้หาน เกิดคำถามมากมายว่าสิ่งที่เธอเขียนคือเรื่องจริงหรือเปล่า ต่อมาชายวัย 55 ปีคนหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นครูของเธอในชั้นมัธยมถูกนำตัวไปขึ้นศาลเพื่อพิจารณาคดี โดยถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามรายละเอียดในนิยาย และทำให้หลินอี้หานตัดสินใจฆ่าตัวตาย แต่นิยายของเธอที่เขียนไว้ว่า “แต่งจากเรื่องจริงและบุคคลจริง” ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เป็นหลักฐานในศาล เฉินกัวซินได้รับการปล่อยตัวเนื่องจาก “ขาดหลักฐานที่น่าเชื่อถือ”

ในเฟซบุ๊คของสำนักพิมพ์ พ่อแม่ของหลินอี้หานได้ออกแถลงการณ์ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในนวนิยาย เป็นประสบการณ์จริงในชีวิตลูกสาวของพวกเขา ลูกสาวที่น่ารัก ฉลาดเฉลียวในครอบครัวแพทย์ เธอเคยสอบเข้าเรียนคณะแพทย์ของมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ ได้ แต่ก็ต้องพักการเรียนไปหลังจากเรียนได้เพียง 2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นผลจากโรคซึมเศร้า ก่อนไปเรียนด้านวรรณคดีจีนแทน และหยุดเรียนอีกครั้งหนึ่ง เพราะสภาพจิตใจย่ำแย่ระดับที่คิดฆ่าตัวตายครั้งแล้วครั้งเล่า

ทั้งคู่กล่าวว่า พวกเขาเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 8-9 ปีก่อน เป็นสาเหตุหลักของความเจ็บปวดและฝันร้ายของหลินอี้หาน และกล่าวด้วยว่า

“เธอเขียนนิยายเรื่องนี้ เพราะเธอหวังว่าจะไม่มีอีกฝางซือฉีในสังคมอีกต่อไป” 

สิรนันท์ ห่อหุ้ม

บทความก่อนหน้านี้“จุรินทร์” ย้ำ ปชป.ยันเดินหน้าแก้ รธน. เป็นเงื่อนไขพรรคร่วม ชี้รบ.ยอมรับ-บรรจุนโยบายเร่งด่วนต้องทำ
บทความถัดไป“เพื่อไทย” ชี้จะปฏิรูปการศึกษาให้สำเร็จต้องกระจายอำนาจ