เปิดประวัติศาสตร์-ปัจจุบันแดนมังกร กับ 3 เล่มสำคัญของ “พรรคคอมมิวนิสต์จีน”

คงปฏิเสธไม่ได้อีกแล้ว ถึงความสำคัญของแดนมังกร ที่กลายเป็นกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนโลกในแทบทุกด้านของวันนี้

แต่ปัจจุบันจะไม่เกิด ถ้าไม่มีอดีต ท่ามกลางความรุดหน้าในทุกด้านของจีน ประวัติศาสตร์ในช่วงพรรคคอมมิวนิสต์จีน เป็นยุคสมัยที่น่าสนใจอย่างยิ่ง หากอยากเข้าใจว่าสภาวการณ์ของจีนในปัจจุบัน

รศ.วรศักดิ์ มหัทธโนบล นักวิชาการด้านจีนศึกษา เคยเอ่ยไว้ในปาฐกาเมื่องานประชุมวิชาการระดับชาติจีนศึกษา ครั้งที่ 5 ว่า หากจะเปรียบพรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นราชวงศ์หนึ่ง วันที่ 1 ตุลาคม 2562  พรรคคอมมิวนิสต์ก็ปกครองประเทศจีนมาได้แล้ว 70 ปี

“ตั้งแต่ปี ค.ศ.1949/ พ.ศ. 2492 เรื่อยมา พรรคคอมมิวนิสต์สามารถเปลี่ยนแปลงการปกครองได้ และปกครองประเทศเรื่อยมาท่ามกลางความขัดแย้งบ้าง ราบรื่นบ้าง แน่นอนว่าปีที่จีนเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้นมีความสำคัญกับสังคมโลกเป็นอย่างมาก เพราะจีนนั้นเริ่มฉายแววการเป็นจักรวรรดิของตนเองเมื่อราวทศวรรษ 60 เป็นต้นมา จีนไม่ได้มีแต่ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ แต่จีนนั้นยังมีแสนยานุภาพทางการทหาร และยังมีนโยบายอื่นๆ ที่ทำให้เราเห็นว่าจีนมีแววความเป็นจักรวรรดิมากขึ้นเรื่อยๆ…

จักรวรรดิใหม่ของจีนในยุคนี้ ประกาศความฝันของตัวเองออกมาอย่างชัดเจน เมื่อถึงปี ค.ศ.2020/พ.ศ.2563 จีนจะบรรลุสู่ “สังคมอยู่ดีกิน” โดยที่ผ่านมาจีนพยายามลดอัตราส่วนคนจนลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้จะลดให้เหลือเพียง 10-20 ล้านคน จากจำนวนประชากรทั้งหมดจีนมีประชากร 1,400 ล้านคน เพื่อเป็นวาระอันสำคัญยิ่งที่จะเฉลิมฉลองวาระอันสำคัญยิ่ง 100 ปี ของพรรคคอมมิวนิสต์ในปี ค.ศ.2021 /พ.ศ.2564” เป็นบางส่วนที่ รศ.วรศักดิ์ ได้เอ่ยไว้ในปาฐกถา

การเข้าใจจีน ผ่านประวัติศาสตร์พรรคคอมมิวนิสต์จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย หรือมองว่าก็เป็นแค่อดีตที่ผ่านเลย เพราะอดีตนี้ส่งผลอย่างยิ่งต่อปัจจุบันของแดนมังกรที่กระทบไปยังประเทศอื่นๆ ไม่น้อย ล่าสุดสนพ.แสงดาว ได้ตีพิมพ์หนังสือ 3 เล่ม ซึ่งน่าจะเป็นซีรีส์เกี่ยวกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ครบถ้วนทุกด้านที่สุดในไทยตอนนี้ คือ  ‘ประวัติการพัฒนาแนวทางหลักของพรรคคอมมิวนิสต์จีน’ โดย หวง อี ปิง, ‘ความคิดชี้นำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประวัติและพัฒนาการ’ โดย เจิ้ง เฉียน และ  ‘นวัตกรรมทางความคิดของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในยุคปฏิรูปเปิดประเทศ’ โดย อู๋ กว๋อ โหย่ว และ ติง เสวี่ย เหมย

เมื่อไล่เลียงทั้งสามเล่ม จะเห็นถึงทุกด้านของพรรคคอมมิวนิสต์ ตั้งแต่จุดเริ่มต้น แนวคิด พัฒนาการ รวมถึงนวัตกรรมทางความคิดในยุคปฏิรูปเปิดประเทศ

ทุกเล่มมีมุมมองที่น่าสนใจศึกษาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเล่ม “นวัตกรรมทางความคิดของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในยุคปฏิรูปเปิดประเทศ” ที่หลายบทบ่งบอกถึงการก้าวเดินของจีนปัจจุบันได้อย่างชัดเจนมาก จีนมุ่ง “สร้างสังคมมีกินมีใช้ ด้วยทัศนะการพัฒนาที่เป็นวิทยาศาสตร์”

ภายใต้การชี้นำของทฤษฎีเติ้งเสี่ยวผิงและแนวคิดสามตัวแทน การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ตลอดจนงานด้านต่างๆ ของจีนได้รับการพัฒนาไปมาก จนปลายศตวรรษที่ 20 ระบบสังคมนิยมการตลาดขั้นต้น ได้สร้างให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอยู่ระดับมีกินมีใช้ คณะกรรมการกลางพรรคฯ เลยเสนอเป้าหมายสำหรับศตวรรษใหม่ที่มีเป้าหมายคือสร้างสรรค์สังคมให้มีกินมีใช้ทั่วทุกด้าน และชี้นำด้วยทัศนะการพัฒนาที่เป็นวิทยาศาสตร์ เพื่อปฎิรูปเศรษฐกิจการตลาดอย่างรอบด้าน โดยค้นคว้าและประสานหลักการทั่วไปของลัทธิมาร์กซ์-เลนิน ความคิดของเหมาเจ๋อตง ทฤษฎีเติ้งเสี่ยวผิง และแนวคิดสามตัวแทนให้เข้ากับการปฏิรูปเปิดประเทศของจีน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนมีความเข้าใจลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมนิยมการตลาด

เมื่อถึงปี 2020 จีนได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องมีอนาคตที่สวยงามใน 4 ด้าน ทั้ง ยอด GDP ที่เพิ่มขึ้น 4 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2000 ซึ่งเป็นผลจากการปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจและเพิ่มประสิทธิภาพ, ประชาธิปไตยสังคมนิยมและระบบกฏหมายสังคมนิยมได้รับการปรับปรุงให้สมบูรณ์, ขจัดความไม่รู้หนังสือของประชาชนให้หมด เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต และระบบนิเวศได้รับการปรับปรุง

ทั้งหมดไม่ได้เขียนอยู่ในกระดาษเฉยๆ รัฐบาลจีนทำมาตลอดในทุกสมัย เหมือนมีเป้าหมายไว้พุ่งชน

เป็นหนังสือเกี่ยวกับจีน 3 เล่มที่น่าสนใจมากๆ เพราะทำให้เห็นทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของแดนมังกร

ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ส่งตรงมาจากผู้นำ

……………..

สิรนันท์ ห่อหุ้ม

 

 

 

 

บทความก่อนหน้านี้“ไพบูลย์” แนะ “บิ๊กตู่” ส่งคืนหนังสือเรียกของ”เสรีพิสุทธิ์” เหตุกระทำโดย ผิดกฏหมาย
บทความถัดไปโพลกีฬามติชน : ทัพนักกีฬาไทยจะคว้าเหรียญทองได้ 121 เหรียญทอง ในซีเกมส์หนนี้หรือไม่