ตู้หนังสือ : หมิงสือลู่ ชิงสือลู่ คนขี้เกียจทำอะไรได้บ้าง

สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเคยบันทึกไว้ว่า “บุคคลจะต่างชาติกัน จะมีชาติใดที่รักชอบกันยืดยาวมายิ่งกว่าไทยกับจีนนี้ เห็นจะไม่มี ด้วยไม่เคยเป็นศัตรูกัน เคยแต่ไปมาค้าขายแลกผลประโยชน์กันมาได้หลายร้อยปี ความรู้สึกทั้งสองชาติจึงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มาแต่โบราญจนตราบเท่าทุกวันนี้ ซึ่งควรจะหวังว่าจะเป็นอย่างเดียวกันต่อไปในวันข้างหน้า”

สำหรับคนรักรู้รักเรียนในบ้านเมืองแล้ว ปรารถนามานาน ที่จะเห็นจดหมายเหตุของจีน หรือทางมณฑลภาคใต้ของจีน เช่น ยูนนาน เป็นต้น มีการศึกษาและแปลถ่ายทอดบันทึกความสัมพันธ์ที่มีระหว่างจีนกับอยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ หรือเก่าแก่ไปกว่านั้น เช่น โถโลโปตี้ (ทวารวดี) ที่เคยปรากฏนามแต่พันปีก่อน เพื่อจะได้เข้าใจและเห็นภาพตัวเองได้ชัดเจนกว่าเดิม ถึงสถานะของกลุ่มชนที่ตั้งหลักแหล่งอยู่ในสุวรรณภูมิ ว่ามีลักษณะและสภาวะการดำรงอยู่เช่นไร

เมื่อมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จัดพิมพ์ หมิงสือลู่ ชิงสือลู่ บันทึกเหตุการณ์และเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงของราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง สองราชวงศ์สุดท้ายของจีน ถ่ายทอดเป็นภาษาไทยตอน “ว่าด้วยสยาม” กับหนังสือ “ระยะทาง ราชทูตไปกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ตั้งแต่ ณ เดือน ๘ ปีกุญ ตรีศก และปีชวด จัตวาศก ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” โดย พระอินทรมนตรี (แย้ม) เรียบเรียงไว้ในรัชกาลที่ ๕

หนังสือปกแข็ง เย็บกี่ ไสกาว หนา 500 กว่าหน้าเล่มนี้ จึงน่าอ่านอย่างยิ่ง เพื่อจะได้รู้เห็นความสัมพันธ์ที่แท้ของสยามกับจีน ว่าดำรงอยู่ลักษณะใด และความเป็นไปของสยามก่อนการเข้ามาของลัทธิล่าอาณานิคม อยู่ในสภาพไหน น่าตื่นเต้น

…เรื่องสนุกสนาน ชวนให้อยากรู้อยากเห็นอีกเรื่องสำหรับคนไม่น้อย ตั้งแต่ตอนวัยรุ่นถึงหนุ่มสาว กระทั่งเข้าวัยชราแล้วยังชอบ ก็คือดูหมอ หรือให้หมอดูดู ทำนายโชคชะตาราศี สมัยก่อนว่ากันด้วยเนื้อคู่เป็นสำคัญ แต่สมัยนี้เรื่องทำมาหากินนำหน้า เนื้อคู่มาทีหลัง ช่วยให้หมอดูที่ว่ากันว่าทำนายแม่น ตั้งตัวมีฐานะร่ำรวยมีเงินเป็นถุงเป็นถังขึ้นมาได้ แม้คนไปดูหมอจะยังลำบากลำบนเสมอต้นเสมอปลายเหมือนเดิมก็ตาม

ลายมือ ดูเองก็ได้ ทายให้เพื่อนก็ดี ฉบับอ่านง่ายจากญี่ปุ่นของ โชโกะ อะยาเบะ ให้วิธีตรวจดวงชะตาชีวิต เหมือนมอบเข็มทิศช่วยการตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆ เพื่อใคร่ครวญได้ด้วยตนเอง เป็นการฝึกดูลายมือเพื่อชีวิตที่มีความสุข เพราะหากดวงเจ็บไข้ได้ป่วยปรากฏ ก็จะได้รีบดูแลสุขภาพป้องกันไว้ ไม่ชะล่าใจ อาจช่วยผ่อนหนักเป็นเบา และหากดวงความรักหรือหน้าที่การงานไม่ค่อยเข้าที ก็ตรวจดูได้ว่ามีสาเหตุมาจากที่ไหน เส้นลายอะไรเกิดปัญหา จะได้แก้ไข

หนังสือประกอบภาพลายเส้นเชิงการ์ตูนชัดเจน อ่านง่ายเล่มนี้ พิสูจน์เนื้อหาได้เป็นหลักเป็นฐาน ไม่ต้องเชื่อ แต่มีที่มาของการบ่งชี้ เพราะผู้เขียนที่นอกจากเป็นนักเขียนการ์ตูนและวาดภาพประกอบแล้ว ยังเป็นนักดูลายมือ โดยเฉพาะที่ห้องดูลายมือของเธอมีผู้ติดตามเป็นขาประจำเพียบ

นาถวีณา จิราสวัสดิ์ แปลไทยให้อ่านสะดวกเข้าใจทันที เผลอๆ อาจเพิ่มจำนวนหมอดูลายมือสมัครเล่นไทยขึ้นอีกหลายคน ฮ่าฮ่า


…หนังสือไม่น่าพลาดอีกเล่มของ ชิป คิดด์ นักออกแบบกราฟิกระดับนำของโลก ชาวนิวยอร์ก ผู้ยกระดับวงการสิ่งพิมพ์มาเกือบสามทศวรรษ ด้วยการออกแบบปกหนังสือสำคัญๆ หลายเล่ม เช่น หนังสือของไมเคิล ไครช์ตัน, ออร์ฮาน ปามุก, ฮะรุกิ มุระคะมิ, โคจิ สึซึกิ ฯลฯ และการ์ตูนมังงะของ เทตสึกะ โอสะมุ เป็นต้น จึงน่าสนใจเมื่อคิดด์เขียน judge this ถูกใจสิ่งนี้ เล่มนี้ขึ้น เพื่อบอกเรื่องประสบการณ์รักแรกพบในงานออกแบบของนักออกแบบระดับโลกให้เราได้รู้

เพราะความประทับใจแรกอาจเป็นหัวใจของทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ หน้ากระดานห้อง (เว็บไซต์) หรือโปสเตอร์หนัง เนื่องจากสามารถชี้ให้สิ่งใดโดดเด่นขึ้นมาได้ และเราจะมีท่าทีต่อสิ่งนั้นอย่างไร รู้สึกอย่างไร จะดูไหม จะซื้อไหม

ผู้เขียนจะนำเราไปดูงานออกแบบเหล่านั้น รวมถึงสิ่งที่เราจะต้องพบทุกวัน เพื่ออธิบายด้วยสายตานักออกแบบว่างานไหนใช้ได้ และงานไหนไม่ได้ผล เพราะอะไร เยี่ยม-อยากรู้แล้วล่ะ

แถมยังนำงานออกแบบปกหนังสือของตัวเองมาชำแหละให้เราได้เรียนอีกด้วย ว่าเบื้องหลังการใช้องค์ประกอบต่างๆ ที่เห็นนั้น มาจากความคิดใด

กมลกานต์ โกศลกานต์ แปลให้อ่านได้อย่างราบรื่นทีเดียวเชียว


…คนชอบกินอาหารและกินเรื่องคน อาจชอบเรื่องนี้ my chefs ของ อนุสรณ์ ติปยานนท์ ผู้มาเล่าเรื่องชีวิตในอาหารกับอาหารที่มีชีวิตให้ฟัง เป็นบันทึกอาหารที่เกี่ยวกับผู้คน จากก้นครัวสู่นอกครัว ชวนให้เพลิดเพลินกับการรับประทานเรื่องราวที่หอมหวนชวนท้องลั่นโครกและน้ำลายสอ


…นิยายชวนตื่นเต้น เร้าใจ และพิสดาร รักในโลกพิศวง เมื่อวันหนึ่ง หญิงที่เขาหมายปองได้กลายเป็นคนรัก ทั้งที่แต่เดิมเธอเป็นหญิงเคียงกายเพื่อนสนิท และจากวันนั้นเพื่อนสนิทกลับหายไป เกิดอะไรขึ้นในวันที่ผ่านๆ มา เขาจึงตัดสินใจเริ่มกลับไปค้นหาอดีตตัวเอง ว่าเกิดเหตุการณ์ผิดปกติอะไรขึ้นกันแน่ ฮิงาชิโนะ เคโงะ นักเขียนที่ชื่อโด่งดังทั่วเอเชียรวมทั้งไทย กลับมาอีกครั้งด้วยความระทึก บัณฑิต ประดิษฐานุวงษ์ จะพาเราเข้าสู่โลกพิศวงด้วยภาษาไทย


…พระพุทธท่านว่า ขี้เกียจเป็นบ่อเกิดแห่งหายนะทั้งปวง ดังนั้น คนขี้เกียจจะทำอะไรได้บ้าง หรือจะหาอะไรให้คนขี้เกียจทำเป็นเรื่องเป็นราวได้บ้าง วันนี้จะว่าด้วยคนขี้เกียจที่อยากปลูกผัก

ปลูกผักง่ายๆ สไตล์คนขี้เกียจ แบบไม่ต้องถอนหญ้า ไม่ต้องพรวนดิน ไม่ต้องลงแรง ผักก็งอกงามให้เก็บกินได้ เมื่อรู้วิธีปลูกผักไปพร้อมกับหญ้า ฮ่าฮ่า คนญี่ปุ่นที่ไม่ขี้เกียจสอนให้ทำ คะสึโอะ นิชิมุระ เขียน จิตรลดา มีเสมา แปลให้รู้ว่าวัชพืชคืออาหารของรากพืชผัก ไม่พึ่งปุ๋ยจนเกินจำเป็น ประหยัดแรง ประหยัดต้นทุน ทำเกษตรอินทรีย์แบบไม่ให้ปุ๋ยหลัก แต่ใช้ปุ๋ยเสริม มีผัก 42 ชนิดให้กินได้ทั้งปี มะเขือเทศ มะเขือม่วง พริกหวาน แตงกวา แตงโม ฟักทอง กระเจี๊ยบเขียว ข้าวโพด ถั่วลันเตา มันเทศ มันฝรั่ง เผือก ขิง หัวไชเท้า ต้นหอม กระเทียม ผักกาด กะหล่ำปลี อาร์ติโช้ก ฯลฯ

ถึงขี้เกียจแค่ไหน ดูหนังสือนี้แล้วต้องอยากลุกขึ้นบิดขี้เกียจลงมือทำแน่ๆ แฮ่ๆ


บรรณาลักษณ์

บทความก่อนหน้านี้ของขวัญสิ้นปี รัฐบาลจัดให้ เทกระจาดแสนล้าน
บทความถัดไปอาหารเช้า กลางวัน กับการพัฒนาเด็กสู่ IQ 120 : โดย สมพงษ์ จิตระดับ สุอังคะวาทิน // ชุติมา ชุมพงศ์