เตรียมว้าวอีกครั้งกับ “Lit Fest 2” เทศกาลหนังสือสนุกไฟลุกพรึ่บ!

หลังจากปีที่แล้วได้สร้างปรากฏการณ์สนุกๆ ให้เกิดขึ้นกับวงการหนังสือไทย เป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้รู้สึกว่า กิจกรรมที่เกี่ยวกับหนังสือมีอะไรให้เล่นสนุกเยอะมากๆ ไม่น่าเบื่อเลยสักนิด และสามารถพาเราไปไกลกว่าเรื่องเล่าที่เราอ่านอยู่ตรงหน้าได้

ปีนี้เทศกาลหนังสืออย่าง “Lit Fest” ที่ทำให้รู้สึกสนุกไฟลุกพรึ่บ!” ก็ได้กลับมาอีกครั้ง ในช่วงวาเลนไทน์พอดีเป๊ะ คือวันที่ 14-16 กุมภาพันธ์ มิวเซียมสยามที่เดิม พร้อมกับคอนเซปต์ “Debut”

ทำเอางงไปนิดหนึ่งเลย ว่าทำไมถึงมาเดบิวต์ หรือ แจ้งเกิดกันในครั้งที่ 2 แถมกิจกรรมในงานก็ล้วนเกี่ยวกับการเดบิวต์แจ้งเกิดเพียบ

เพราะเราอยากให้งานปีนี้เป็นพื้นที่ให้กับการเดบิวต์ในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวหนังสือใหม่ นักเขียนหน้าใหม่ นักดนตรีใหม่ๆ งานศิลปะใหม่ๆ เพื่อให้เกิดความคึกคักในแวดวงนักอ่านนักเขียน รวมไปถึงแวดวงศิลปะในบ้านเราครับ” “วิภว์ บูรพาเดชะบรรณาธิการบริหาร happening และหนึ่งในทีมงานของ LIT Fest 2020 เอ่ยกับเราด้วยรอยยิ้ม ก่อนอธิบายถึงข้อสงสัยของเราต่อไปว่า

บางคนอาจจะงงว่าทำไมจัดเป็นปีที่ 2 แล้วถึงเพิ่งมาเดบิวต์ คือเรื่องนี้ทีมงานก็คุยกันว่า เราคิดว่า Lit Fest เป็นเทศกาลที่เต็มไปด้วยการให้แรงบันดาลใจครับ ส่วนหนึ่งเราก็อยากรู้ และอยากชักชวนให้คนที่ได้มารับแรงบันดาลใจจากปีที่แล้ว ได้ลองมาเป็นฝ่ายส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ ด้วยการเดบิวต์งานของตัวเองด้วยนะครับ

หลายโซนใน Lit Fest 2020 ไม่น่าพลาดทั้งนั้น วิภว์เล่าให้ฟังตั้งแต่โซน Book Showcase ที่เป็นการออกบูทของสำนักพิมพ์หลากหลายมากกว่า 30 สำนักพิมพ์ ซึ่งทุกสำนักพิมพ์ก็นำหนังสือใหม่ โปรโมชั่น หรือกิมมิกสนุกๆ มาอวดกันเต็มที่ ในส่วนของไฮไลต์จากปีที่แล้วก็ยังอยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็นโซน Kid & Family ที่เป็นพื้นที่สำหรับการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้กับเด็กๆ โซน Lit Poetry ที่ให้นักอ่านได้มาเจอและพูดคุยกับนักเขียนแล้วได้ของที่ระลึกเป็นถ้อยคำพิเศษจากนักเขียน หรือโซน Book Blind Date ที่เป็นการเอาหนังสือมาแลกกับคนแปลกหน้า แต่อาจจะทำให้เราไม่เป็นคนแปลกหน้าต่อกันอีกในอนาคต

ยังมีโซน Book Factory ซึ่งผู้มาร่วมงานสามารถลองเป็นบรรณาธิการ เลือกต้นฉบับที่ชอบ แล้วรวมเล่มหนังสือในแบบของตัวเอง มีวงสนทนาเกี่ยวกับหนังสืออีกหลายรายการ และยังมีการแสดงบนเวทีหลักที่ชวนนักดนตรีหลายแนวมาแสดงดนตรีให้ฟัง ที่ไม่อยากให้พลาดเลยคือการเดบิวต์ของพี่ซันมาโนช พุฒตาล ที่จะมาเป็นวงปิดงานวันสุดท้ายคือเรารู้กันว่าพี่ซันคือศิลปินระดับเก๋าของวงการ แต่ยืนยันว่าจะมาเดบิวต์ในงานนี้นะครับ ต้องมาดูกันว่าจะแจ้งเกิดอย่างไร

ที่สำคัญคือโซนใหม่อย่าง Debut Table ที่เชื่อมโยงกับคอนเซปต์งานอย่างชัดเจน

“Debut Table เปิดให้นักเขียน นักวาด ศิลปินหน้าใหม่ ได้มาลองตั้งโต๊ะขายผลงานและแนะนำตัวเองสู่สายตาคนในแวดวงหนังสือ ในขณะที่วงดนตรีหลายวงที่เราเลือกมาเล่นก็เป็นวงหน้าใหม่ที่น่าจะได้มาแจ้งเกิดบนเวทีนี้ อย่างเช่นวงลานดอกไม้, Mirrr หรือ Numcha ซึ่งล้วนทำเพลงได้ไพเราะมากๆ ครับ กระทั่งโซนอย่าง Book Factory ก็เปิดโอกาสให้นักเขียนหน้าใหม่ได้ส่งต้นฉบับมาวางร่วมกับนักเขียนที่มีชื่อเสียงแล้ว ให้คนได้เลือกหยิบไปรวมเล่มด้วย ถ้าดูกันจริงๆ ผมว่าทีมงานเราคิดเรื่องเดบิวต์กันค่อนข้างเยอะ อยากให้มาดูในงานจริงๆ ว่าเราเล่นกับธีมนี้ขนาดไหนนะครับรับรองว่าสนุกแน่นอน

อีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลท์ที่น่าสนใจ คือช่วงเย็นวันอาทิตย์ Lit Fest 2020 ได้ชวนนักการเมืองมาร่วมล้อมวงคุยในประเด็นเมืองกรุงเทพฯ กับการอ่านหนังสือมากันทั้ง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์, กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ, พริษฐ์ วัชรสินธุ และรสนา โตสิตระกูล

เราเชื่อว่าการปลูกฝังวัฒนธรรมการอ่านต้องทำในหลายๆ ระดับ ตั้งแต่ครอบครัว ไปจนถึงนโยบายภาครัฐ การเชิญนักการเมืองหรือผู้ที่มีโอกาสบริหารบ้านเมืองมาแลกเปลี่ยนความเห็น ก็น่าจะทำให้ได้รู้มุมมองที่ทุกท่านมีต่อการอ่านนะครับ แต่ที่สำคัญคือผมว่าสำหรับคอการเมือง ไม่ว่าจะรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ ก็คงอยากให้มีเวทีเสวนาอย่างสร้างสรรค์และหลากมุมมองอย่างนี้อยู่แล้ว ก็เลยเป็นความตั้งใจของทีมงานที่จะให้มีวงเสวนาแบบนี้ทุกปีครับ พอดีปีนี้น่าจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ด้วย เราเลยขอเอาเรื่องการบริหารเมืองหลวงเข้ามาเป็นประเด็นการสนทนาด้วยเลยก็แล้วกัน

ความสำเร็จของปีที่แล้ว ส่วนสำคัญคือพลังของวัยรุ่นที่ทำให้เกิดขึ้น ในฐานะที่ทำงานคลุกคลีกับวัยรุ่นผ่านสื่อต่างๆมาตลอด วิภว์มองว่า เด็กไทยอ่านหนังสือพอๆ กับที่ผู้ใหญ่อ่าน เพียงแต่อาจจะอ่านแบบออนไลน์เยอะกว่าเท่านั้น ซึ่งการอ่านของคนไทยยังเติบโตได้อีกเยอะ และการที่สำนักพิมพ์หลายแห่งยังพยายามทำงานอย่างต่อเนื่อง ยังมีกิจกรรมเกี่ยวกับการเขียนการอ่าน ทั้งจากภาคเอกชนและภาครัฐออกมาอย่างต่อเนื่อง ก็เป็นสัญญาณที่บอกได้ว่าที่สุดแล้วผู้คนในสังคมก็ยังพอจะเห็นความสำคัญของการอ่านอยู่

เราต้องพยายามสร้างกิจกรรมแบบนี้ให้มากขึ้นๆ ครับ และมีสีสันมากขึ้น เพื่อดึงดูดให้ทั้งคนรุ่นเก่ารุ่นใหม่หันมาสนใจการอ่านมากขึ้นเรื่อยๆ คนรุ่นใหม่เป็นวัยที่มีพลัง และมีเรื่องราวและเรื่องเล่าที่น่าสนใจในแบบของตัวเอง ถ้าผู้ใหญ่เห็นว่าประเด็นนี้น่าสนใจน่าเข้าไปทำความเข้าใจ ก็จะสามารถสร้างกิจกรรมที่เข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นได้ เคล็ดลับหนึ่งที่ผมคิดว่าได้ผลคือ ให้โอกาสเด็กได้ลองมีส่วนร่วมคิด ร่วมสร้างงานด้วยครับ จะทำให้ได้กิจกรรมที่ตรงใจพวกเขานะฮะ

สำหรับ Lit Fest ครั้งที่ 2 นี้ วิภว์ตั้งเป้าไว้ว่าต้องการให้งานดีขึ้นในทุกๆ ด้าน และได้รับการยอมรับจากคนในวงกว้างมากขึ้นๆ เป็นงานสนุกๆ ที่ทุกคนอยากมา

งาน LIT Fest เป็นงานเกี่ยวกับหนังสือก็จริง แต่เราไม่ได้เน้นขายหนังสืออย่างเดียว

เราอยากให้คนที่มางานได้รับรู้ว่างานหนังสือก็เป็นงานที่สนุกและมีสีสันได้ เขาอาจจะไม่ใช่หนอนหนังสือ แต่ถ้าลองมางานนี้แล้ว ก็น่าจะสนุกไปกับงานได้ เราหวังว่าแค่เขาอาจจะเดินผ่านแล้วได้คุยกับนักเขียน ได้ลองหยิบจับหนังสือ ได้ฟังนักดนตรีร้องเพลงที่ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือ หรือได้เห็นแพสชั่นของคนที่หลงรักการอ่านการเขียนอย่างสุดหัวจิตหัวใจ

ในวันหนึ่ง ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็จะเริ่มสนใจหนังสือบ้างครับ

ตอนนี้แฟนเพจของงานเริ่มลงรายละเอียดกิจกรรมต่างๆ แล้ว ลองเข้าไปดูรายละเอียดที่https://www.facebook.com/LITFest.th/ ได้เลย

งานนี้สนุกไฟลุกพรึ่บ! อีกแน่ๆ

……………….

สิรนันท์ ห่อหุ้ม

บทความก่อนหน้านี้เปิดสนาม ‘จีเอสบี เซ็นเตอร์ คอร์ต’ ยิ่งใหญ่ ‘สุวัจน์’ ลั่นไทยแลนด์ โอเพ่น กอบกู้ความเชื่อมั่นไทย
บทความถัดไปกสทช.ถกแนวทางเสนอข่าวสะเทือนขวัญ-กราดยิง 11 ก.พ.นี้ เล็งใช้มาตรฐานสื่อมะกัน-ฮู