รพินทร์ ไพรวัลย์ จากไปแล้ว มอบขุมเพชรพระอุมาแก่คนอยู่หลัง

พนมเทียน
ภาพจากเพจ ผาด พาสิกรณ์

รพินทร์ ไพรวัลย์ จากไปแล้ว มอบขุมเพชรพระอุมาแก่คนอยู่หลัง

พนมเทียน – หากถามขึ้นมา เป็นไปได้ไหมว่า ยามจำเป็นต้องอยู่บ้านเพราะโรคระบาดร้ายแรงนี้ อาจมีใครหยิบนิยายครอบงำความรู้สึก เพชรพระอุมา จากหิ้งมาอ่านอีกหน ไม่รู้หนที่เท่าไหร่ หรืออาจมีใครที่คิดว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะได้อ่านนิยายเขียนยาวข้าม 2 ทศวรรษชุดนี้ มาอ่านเสียที

นิยายซึ่งผู้เขียน พนมเทียน หรือ ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ อดีตนักเรียนนายร้อยตำรวจ ที่ลาออกไปทำดีกรีอักษรศาสตร์บัณฑิต ภาษาสันสกฤตและอินเดียโบราณ จากมหาวิทยาลัยบอมเบย์ ประเทศอินเดีย เพิ่งจากลาผู้อ่านไปเมื่อวันที่ 21 เมษายนนี้ ด้วยวัย 89 ปี

ทิ้งขุมเพชรพระอุมาคุณค่ามหาศาลไว้เบื้องหลัง จากงานสาระและบันเทิงยิ่งยวด 38 เรื่อง ที่กล่อมเกลานักอ่านและนักดูหนังดูละครมานานกว่าครึ่งศตวรรษ

จะมากจะน้อย พนมเทียนเป็นนักเขียนเช่นนักเขียนชั้นยอดอีกหลายคน ที่เปิดโลก เปิดชีวทัศน์ แก่นักอ่านไปตามวัย ตามวุฒิภาวะ ทั้งสร้างความใฝ่ฝัน และให้ความคิดกับพฤติกรรมของตัวละคร ได้ซึมซาบเข้าถกถามความเป็นมนุษย์กับตัวเอง

จุฬาตรีคูณ ไม่ได้เขียนด้วยความรู้หลังกลับจากอินเดีย หากเขียนตั้งแต่ยังนุ่งกางเกงขาสั้น เรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ส่วน เห่าดง เรื่องแรกก่อนหน้านั้น เขียนลงสมุดให้เพื่อนอ่านเล่น ตั้งแต่อยู่ ม.5 โรงเรียนวัดสุทธิวรารามโน่น – เจ๋งไหม

พอนำจุฬาตรีคูณไปให้ มัณฑนา โมรากุล นางเอกละครวิทยุดู มัณฑนาก็พาไปพบครู แก้ว อัจฉริยะกุล เลย ซึ่งพอรู้เรื่องจุฬาตรีคูณเข้า ครูก็นำไปแปลงเป็นละครวิทยุกับสร้างเป็นละครเวที กลายเป็นเรื่องโด่งดังทันทีถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะเพลงประกอบละคร 5 เพลงที่ครู เอื้อ สุนทรสนาน ประพันธ์ จุฬาตรีคูณ, เจ้าไม่มีศาล, ปองใจรัก, ใต้ร่มมะลุลี และ อ้อมกอดพี่ กลายเป็นเพลงอมตะไป

หนังละครนำมาสร้างแล้วสร้างอีก โดยเฉพาะจุฬาตรีคูณ​ ฉบับ 2510 ที่นักดูหนังจดจำ ซึ่งประชันบทกันระหว่างสองพระเอก มิตร ชัยบัญชา กับ สมบัติ เมทะนี และสองนางเอก เพชรา เชาวราษฎร์ กับเนาวรัตน์ วัชรา รองนางสาวไทยปี อาภัสรา หงสกุล 2504 ผู้ไปคว้าตำแหน่งนางงามจักรวาลปีรุ่งขึ้น (แถมปีนั้น ยังมีรองนางสาวไทยที่โด่งดังอีกคนคือ อรัญญา นามวงศ์ โดย ดอกดิน กัญญามาลย์ กำกับการแสดง

ส่วนเห่าดงซึ่งแต่แรกไม่มีสำนักพิมพ์ไหนรับ เพลินจิตต์ ก็รับไป ต่อมาจึงกลายเป็นหนังให้ ไชยา สุริยัน พระเอกตุ๊กตาทอง 3 ปีซ้อนเล่นเป็นเรื่องแรก ฉายที่เอ็มไพร์ โรงฉายหนังไทย ปากคลองตลาด แต่คนรุ่นนั้นคงจำภาพโฆษณา อมรา อัศวนนท์ ในชุดเห่าดง สูง 12 เมตร ที่วงเวียนราชเทวีได้ ศิริ ศิริจินดา กำกับปี 2501

เริ่มกล่าวเพียง 2 เรื่อง ก็เห็นแล้วว่า งานของพนมเทียนกระเพื่อมสู่ผู้คนวงกว้างขนาดไหน

คนที่เกิดก่อนรัฐประหาร 2500 โดย จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ สักสิบปี คงจำได้ว่า ช่วงเวลาก่อนถึง 14 ตุลาคม 2516 แผงหนังสือมีหนังสือเพียง 2 ประเภทคือ บันเทิงกับเบื้องหลังข่าว และเบื้องหลังข่าวที่ว่าคือข่าวอาชญากรรม ไม่มีข่าวการเมือง โดยเฉพาะการเมืองของประชาชน

เรื่องบันเทิงมีแต่โรงภาพยนตร์ที่ฉายหนังไทย 16 มม. หนังอินเดีย หนังญี่ปุ่น กับหนังฝรั่ง พากย์ไทยทั้งหมด และละครวิทยุที่ได้ยินทุกบ้าน ทุกคุ้งน้ำ กับนิยายฉบับกระเป๋ากับในนิตยสาร

นิตยสารรายคาบประจำแผงเช่น สกุลไทย, สตรีสาร, ศรีสัปดาห์, เดลิเมล์, สยามสมัย, เพลินจิตต์, บางกอก, ศรีสยาม ฯลฯ ล้วนเสนอนวนิยายเป็นหลัก พนมเทียนเป็นหนึ่งในนักเขียนลือชื่อขณะนั้น

เล็บครุฑ องค์การลับของรัฐโดย คมน์ สุรคุปต์ ในคราบทรชน ชีพ ชูชัย ที่ต่อกรกับอั้งยี่ จางซูเหลียง ส่งให้ ลือชัย นฤนาท สุดหล่อคอเอียงดังระเบิดบนจอเงิน ต่อมาเป็นพฤติการณ์ของ อิสมาแอล ชาห์ หรือ ฤทธี นฤบาล แห่งราชนาวีไทยเพื่อนรักใน ทูตนรก ตามด้วย กงจักร กมลาสน์ ที่สวมรูปโฉมของ จักร มเหศวรใน ล่าพระกาฬ และ เฉียบ ชัยณรงค์ (ซึ่งพนมเทียนเคยเปรยถึงตัวละครนี้ว่า ภาพที่เขาเห็นคือ สะอาด เปี่ยมพงษ์ศานต์ ไม่ใช่พระเอกรูปหล่อคนไหน) ใน มัจจุราชสีรุ้ง กับสงครามกู้ชาติของไทยใหญ่ และ สิงห์ เมฆพัด หรือ เลอพงษ์ ถวัลยา เพื่อนตายของชีพ ชูชัยใน สิงห์สั่งป่า ที่ช่วยเหลือนายตำรวจท้องที่ต่อสู้เจ้าพ่ออิทธิพลท้องถิ่น

ล้วนเรียกเลือดลมให้เดือดระอุกับการเอาเปรียบข่มเหงสังคมและผู้คนในรูปแบบต่างๆ 

เป็นนิยายของลูกผู้ชายใจเพชร ซึ่งอ่อนไหวกับความไม่เป็นธรรม และเป็นที่พึ่งของผู้ถูกรังแก

ไม่เพียงอาชญนิยาย บู๊ล้างผลาญ สู้กันด้วยไหวพริบ ชั้นเชิง สืบสวนคดี นิยายรักของพนมเทียนยังอ่อนหวาน เจ็บปวด ทั้งสุขใจและระทมทุกข์ กับจังหวะขวากหนามของรัก ก่อนจะคลี่คลายให้ผู้อ่านอิ่มเอม ไม่ว่า มัสยา หรือ ละอองดาว หรือ สกาวเดือน หรือ รัศมีแข หรือ แววมยุรา หรือ กัลปังหา ล้วนถูกนำมาสร้างหนังสร้างละครโทรทัศน์​ ซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ละครั้งยังมีผู้ชมไม่รู้เบื่อหน่าย

มัสยาซึ่งช่อง 7 นำมาสร้างถึง 3 ครั้งตั้งแต่ปี 2528 พระนางระดับ ศรัณยู วงศ์กระจ่าง กับ มนฤดี ยมาภัย จนเมื่อปี 2560 ก็ยังมาสร้างเป็นครั้งหลังสุด บอกถึงความนิยมเนื้อหาอันซาบซึ้งไม่สร่างซา

นิยายส่งให้นักแสดงอยู่ในความทรงจำ นักแสดงทำให้นิยายยังอยู่ยงกับความทรงจำพร้อมกันไป

ตัวละครในความนิยมชมชื่นจากนิยายซึ่งโดดเด่นอีกเรื่องคือ ละอองดาว หญิงหยิ่งในศักดิ์กับชายทรนง สร้างเป็นละครโทรทัศน์มาแล้วถึง 4 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2519 ทางช่อง 9 ครั้งที่ 2 ปี 2534 ทางช่อง 7 ครั้งที่ 3 ทางช่อง 5 ปี 2550 ครั้งที่ 4 ทางช่อง 7 เมื่อปี 2560 นี้เอง

หากมิได้เป็นนิยายที่ได้รับความนิยม ไหนเลยผู้ผลิตละครจะนำมาสร้างหาโฆษณาได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก สร้างเรทติ้งผู้ชมได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก

ไม่เพียงเท่านั้น ปี 2503 ยังได้รับตุ๊กตาทองบทประพันธ์ยอดเยี่ยม จาก เด็กเสเพล  ในงานประกวดภาพยนตร์ไทยประจำปี ครั้งที่ 4 ซึ่ง จิตรกร สุนทรปักษิณ ได้ตุ๊กตาทองนักแสดงนำ

จินตนิยายล้ำค่าอีกเรื่อง ด้วยปรัชญา ความคิด กฎแห่งกรรม อธรรมกับธรรมะ และความรัก ศิวาราตรี ผ่านสงครามอารยันผู้ถือตัวว่าเหนือกว่าด้วยชาติเชื้อ กับมิลักขะชนพื้นเมือง โดยแฝดสามพี่น้อง ที่ต้องกระจัดพลัดพรายจากภัยสงคราม หนึ่งตกในมือนักบวช ทุษยันต์ หนึ่งตกในมือโจร เวชยันต์ และอีกหนึ่งตกในมือนักมายากล ทัสสยุ ที่ต้องเผชิญหน้าหาญหักกันเพราะอยู่คนละฝ่าย ก่อนจบลงด้วยความเสียสละสะเทือนใจระหว่างพี่น้อง

นิยายที่นักอ่านวัยเรียนมัธยมคุยกันว่า นี่น่าจะเป็นวรรณคดีสมัยรัตนโกสินทร์ได้เรื่องหนึ่งนะ

และด้วยความรู้เรื่องเทพฮินดูจากประวัติศาสตร์อินเดียโบราณ กับผีสางทางพุทธแบบไทย เมื่อเขียน ภูติสีชมพู ความรักระหว่างนักวิทยาศาสตร์หนุ่ม กับหญิงสาวจากอีกมิติ ไปได้ไม่กี่ตอน ก็มีจดหมายผู้รู้และผู้ต้องการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อหา ส่งไปนิตยสาร ถกถึงผู้เขียนเรื่องภูติผีและวิญญาณ เพิ่มรสชาติ ความรู้ และคุณค่าแก่นิยายขึ้นไปอีก

ตอนนั้นเอง ที่วัยรุ่นนักอ่านได้รู้จักคำว่า “โอปปาติกะ”

นิยายเรื่องนี้ต่อมา มีเนื้อหาติดต่อเป็นสองภาคในชื่อ รัตติกาลยอดรัก กับ รัตติกัลยา

แต่ที่น่าทึ่งสำหรับวัยรุ่นนักอ่านขณะนั้นจริงๆก็คือ พนมเทียนเป็นนักเขียนคนเดียว ตอนนั้น (เมื่อค่อนศตวรรษที่ผ่านมา) ที่กำลังเขียนนิยายตีพิมพ์ในนิตยสารฉบับหนึ่งแท้ๆ แล้วอยู่ๆ ย้ายเรื่องไปตีพิมพ์กับอีกฉบับหนึ่งได้

แล้วจึงมาถึง เพชรพระอุมา มหากาพย์ความรักและการผจญภัยในไพรลึก ซึ่งใช้เวลาเขียนนานถึง25 ปี 7 เดือนกับ 2 วัน จากพฤศจิกายน 2507 ถึงมิถุนายน 2533 และจากที่ตกลงกับผ่านฟ้าพิทยาผู้พิมพ์ว่า จะเขียนนิยายเผชิญภัยในป่า 8 เล่ม แต่กลายเป็น 10 เล่ม 15 เล่ม เพราะความต้องการนิยายเรื่องนี้ล้นหลาม จนหนังสือฉบับกระเป๋าถึงเล่มที่ 99 ปี 2513 จึงนำมาตีพิมพ์เองในนิตยสาร จักรวาลรายสัปดาห์ ต่อมาอีก 5 ปีจึงจบภาคแรก

จากนั้น ด้วยความนิยมที่ยังร้อนแรง หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ รายวัน จึงติดต่อให้เขียน ภาค 2 ตั้งแต่ ปี 2518 นานจนอีก 6 ปีก็ยังไม่จบ มาต่อที่ จักรวาลปืน จาก 2525 – 2533 จึงจบลงได้

ความกินใจผู้อ่านต่องานเขียนของพนมเทียน คือบุคลิกลักษณะนิสัยของตัวละคร ทั้งหญิงชาย ซึ่งมีความเป็นตัวของตัวเองในหลักการดำรงชีวิต ซึ่งส่งผลต่อการดำเนินชีวิตอย่างเคร่งครัด

ไม่ต้องอะไรมาก เพียง 2 ประเด็น ที่นาย อำพล พลากร ผู้อำนวยการ บริษัท ไทย ไวล์ด ไลฟ์ ตอบคำถาม ม.ร.ว.เชษฐา วราฤทธิ์ เกี่ยวกับ รพินทร์ ไพรวัลย์ ว่า ชีวิตอนาคตของเราทั้งหมด พอจะฝากไว้กับเขาได้แน่หรือ ในวันแรกพบพรานใหญ่

“เท่าที่ผมรู้จักเขามานะครับ คุณชาย ผมขอรับรองได้ในเฉพาะด้านความซื่อสัตย์สุจริต และความเป็นสุภาพบุรุษ”

ตัวละครหลักบุรุษทั้งหลายของพนมเทียน มักจะมีชีวิตพื้นฐานอยู่กับหลักสองประการนี้

สุภาพบุรุษ เป็นคำที่ปัจจุบันไม่ค่อยถูกเอ่ยถึงให้ได้ยินกันแล้ว ความซื่อสัตย์สุจริตหรือ – ไปไกลๆ

เมื่อหญิงที่รักหักอกไปแต่งกับคนอื่น ก่อนจะเลิกร้างแล้วกลับมาหาถึงปางพักในป่า พรานใหญ่กลับหนีไปนอนกับลูกน้อง, น้องสาวยืนยันความเป็นสุภาพบุรุษของพรานกับพี่ชาย ระหว่างหลงป่าอยู่สองต่อสอง และเมื่อคุณหญิงดารินประดักประเดิดกับการไม่มีอะไรนุ่งห่ม เพราะต้องผึ่งเสื้อผ้าทุกชิ้นผิงไฟให้แห้ง เนื่องจากล่องธารน้ำลึกมาใต้โพรงถ้ำหลังหนีช้าง พรานพูดไม่ยินดียินร้ายให้ต้องกังวลที่เปลือยต่อหน้าชายว่า “รพินทร์ใจหนักมากครับ เรื่องนี้”

พรานผู้สำรวม ไม่เคยแสดงกิริยานอกหน้าให้พี่ชายและเพื่อนพี่ชายรู้ ว่ารักน้องสาว และน้องสาวรักตน

สุภาพบุรุษ สุภาพ และไม่เอารัดเอาเปรียบข่มเหง ไม่ว่าทางใดๆ ต่อผู้น้อย เด็ก สตรี และผู้ใด

เมื่อพบขุมทองเต็มทั้งแผ่นผา แล้วชวนนายจ้างให้ไปเห็นกับตา นายจ้างพิศวงถามว่า คุณโง่หรือเปล่า รพินทร์ ทำไมไม่เก็บเงียบไว้ แล้วหาทางมาเอาไปภายหลัง พรานใหญ่งุนงง “ผมไม่ควรจะบอกกับทุกคนหรือครับ”

กรกฎ เบญจรงค์ กลับจากเมืองนอกถึงบ้าน โทร.ไปบอกเลิกพันธะตามพินัยกรรมของบิดา ที่ให้แต่งงานกับ ละอองดาว เบญจรงค์ มิเช่นนั้น จะไม่ได้รับมรดก 200​ ล้านบาท โดยขอให้เธอเขียนหนังสือสัญญาไม่ยอมแต่งงาน ตั้งแต่ยังไม่พบหน้า

แต่หลังจากนั้น ความรักเริ่มเพาะตัวขึ้นตั้งแต่ยังไม่รู้จนเจ็บหนัก นางชวนชมแม่นมทนเห็นทุกข์สาหัสนั้นไม่ได้ ขอร้องต่อหญิงที่ถูกเลิกพันธะซึ่งรู้การเปลี่ยนแปรว่า ถ้าเธอมาคุกเข่ายอมรับผิด คุณดาวก็ให้อภัยเธอเถิดนะคะ เธอกลับเสียงเข้มขึ้นมา

น้าชวนไม่รู้จักคุณหนูของน้า ถ้าเขามาคุกเข้าต่อหน้าฉัน ฉันจะไล่เขาไป แต่เชื่อเถอะ ผู้ชายอย่างเขาไม่มีวันเด็ดขาดที่จะทำอย่างนั้น

ซึ่งในที่สุด คนเขลา (สารภาพต่อหน้ารูปถ่ายพ่อ) ก็ทิ้งสมบัติมหาศาลบากหน้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์

นี่คือชายทรนง ชายซึ่งรักศักดิ์ศรี สุภาพบุรุษ และซื่อสัตย์ทั้งต่อบุคคลอื่นและความรู้สึกตัวเอง เป็นบุคลิกหลักของตัวละครนำของพนมเทียน ยิ่งตัวละครในอาชญนิยายที่เบื้องหลังมักเป็นคนในเครื่องแบบ ยิ่งเป็นชายซึ่งถือเป็นเยี่ยงอย่างได้

ทรงกลด บริรักษ์นรากร ที่วัยและสถานะเป็นน้าของ สกาวเดือน ราชไมตรี ได้ ซึ่งต้องงำความรู้สึกไว้กระทั่งวันที่เธอไม่ได้เลือกผู้ใดที่เสนอตัวเข้ามา จึงต้องเปิดเผยใจกับเธอ ไม่ยอมให้เธอเข้าโบสถ์เป็นสาวกพระผู้เป็นเจ้า

สกาวเดือนก็เช่นเดียวกับตัวละครสตรีของพนมเทียน ที่มีความคิดอ่าน รักศักดิ์ ถือตัว แต่เมตตาและอ่อนโยน แทบทุกตัวละครสตรี มีความเข้มแข็งที่จะยังชีวิต และดำเนินชีวิต

ความกินใจในพฤติการณ์ของบรรดาตัวละครจากความคิดของพนมเทียน จึงกินลึกลงในใจผู้อ่าน

ขอขอบคุณศิลปินแห่งชาติ ปี 2540 และขอคุณพระคุ้มครองให้สุขสงบในสัมปรายภพ.

……

อารักษ์ 

 

 

 

 

 

 

 

        

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ก.ล.ต.’ เตรียมแก้เกณฑ์รองรับการเพิ่มใบอนุญาตตัวกลางด้านตราสารทุนและการจัดการกองทุนส่วนบุคคล
บทความถัดไปอาลัย!’กุ้ง’ ยูทูปเบอร์ดังในอังกฤษ ป่วยโควิดตาย