ตู้หนังสือ : นครวัดทัศนะสยาม สองเล่มเรื่องสั้นเข้ารอบซีไรต์

ตู้หนังสือ : นครวัดทัศนะสยาม สองเล่มเรื่องสั้นเข้ารอบซีไรต์

สถานการณ์ตอนนี้ “ทั้งโรคซ้ำกรรมซัดวิบัติเป็น” แต่จะถึงกับ “ไม่เล็งเห็นที่ซึ่งจะพึ่งพา” เหมือนอย่าง สุนทรภู่ ว่าไว้ใน นิราศภูเขาทอง หรือไม่ คงพิสูจน์กันได้เร็วๆ นี้ เพราะสังคมไม่ได้อยู่เงียบๆ นิ่งเฉยอย่างที่คนมีอำนาจหรือคนมีเงินต้องการให้เป็น

โรคระบาดถึงตายยังรุมล้อมอยู่ทั่วโลก แม้ไทยจะควบคุมได้อยู่มือระดับที่ผู้คนยกย่อง แต่หากรอบบ้านยังแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไม่ได้ การระมัดระวังยังต้องเข้มงวดเต็มกำลัง ถึงภาวะเศรษฐกิจจะย่ำแย่ก็ต้องคิดหาทางปรับแปรให้มีช่องทางทำกินอยู่สู้โลกได้

แต่ปัญหาความไม่เป็นธรรมในบ้านเมืองถั่งโถมเข้ามารุนแรง เหมือนตอกย้ำว่า แม้โรคร้ายจะจำกัดหรือกำจัดให้พ้นไปได้ แต่ภัยความเหลื่อมล้ำในสังคมจะกัดกินชัดเจนขึ้นยิ่งกว่า และนั่นจะทำให้คนเดินดินกินข้าวแกงส่วนมากสิ้นหวังกับการไว้ใจและมอบอนาคตไว้กับมือผู้บริหาร

เมื่อข้าราชการพลเรือนกับข้าราชการการเมืองไม่ยี่หระกับชีวิตประชาชน กินภาษีอากรเปล่าๆ ซ้ำยังคิดโกงภาษีอากรกันดื้อๆ อีก บ้านเมืองนี้จะฟังและเชื่อถือผู้บริหารกับข้าราชการไปได้อย่างไร

ทางหนึ่งโลกชื่นชมการสาธารณสุขในวิธีดูแลประชาชน อีกทางโลกหยามหมิ่นขื่อแปผุกลวง

กระทั่งคดีอาญาในกระบวนการยุติธรรมในบ้านตัวเอง ยังต้องไปรู้ข่าวจากต่างประเทศ

ไม่เรียกว่า เห็นประชาชนกินหญ้า อยากปิดปาก ปิดหู ปิดตาให้เชื่อง แล้วจะเรียกว่าอะไร

อ่านหนังสือกี่เล่มก็คลายความขุ่นข้องไม่ได้ ต้องร่วมกันเรียกร้องให้ความยุติธรรมปรากฏขึ้น

๐ ประกาศหนังสือเข้ารอบ 13 เล่มรางวัลซีไรต์ ประจำปี 2563 ประเภทเรื่องสั้นแล้ว มีงานพิมพ์ 2 เล่มจากสำนักพิมพ์มติชนเข้าร่วมประชัน สั่งซื้อร่วมกันได้ในราคาพิเศษตั้งแต่บัดนี้

เล่มแรก ลิงหิน และเรื่องสั้นอื่นๆ ของ ภาณุ ตรัยเวช นักเขียนงานวรรณกรรมและงานสารคดี ทำงานชิ้นนี้ในฐานะนักอ่านที่สามารถเขียนหนังสือ โดย 11 เรื่องสั้นซึ่งดำเนินไปด้วยแก่นของชีวิตและงานของบรรดานักเขียนหรือตัวละครที่ผู้คนรู้จัก ไม่ว่า เฟอร์ดินานด์ มิรันดา จากบทละคร เดอะ เทมเปสท์ ของมหากวี วิลเลียม เชคสเปียร์ หรือนายอุทิศที่เป็นตัวละครประจำในเรื่องผีของ เหม เวชกร หรือ นิทานเวตาล ซึ่งเพิ่มเรื่องที่ 11 ขึ้นจาก 10 เรื่องของ น.ม.ส. หรือจากงานของ อกาธา คริสตี ก็ยังมีบุคคลจริงในแวดวงวรรณกรรม มามีชีวิตร่วมอยู่ในเรื่องสั้นเหล่านั้นเพิ่มรสชาติขึ้นอีกด้วย

ฟังความคิดในวิธีการนำเสนอก็น่าอ่านสุดสุดแล้ว ว่าไหม

อีกเล่มเป็นงานของ อนุสรณ์ ติปยานนท์ เรื่อง ตะวันออกศอกกลับ กับแปดเรื่องของชายหนุ่มหญิงสาว ความรู้สึกของคนที่ได้รับรู้กับคนที่ได้ไปเห็นเรื่องราวเอง ชายชราที่อยู่ริมทะเล หญิงสาวซึ่งหอบหิ้วอัฐิคนรักในญี่ปุ่น การตามหาหญิงคนหนึ่งแต่ไปพบอีกคนที่มีชื่อเดียวกัน ฯลฯ ระหว่างที่โลกและสังคมเคลื่อนไหวไป

ก็เป็นงานที่น่าลิ้มลองอีกชิ้นของผู้ซึ่งรู้ฝีมือกันดีอยู่แล้ว และน่าสัมผัสสำหรับคนที่อยากรู้จัก
ทั้ง 2 เล่มสั่งจองได้ในราคา 330 บาทจากราคาปก 435 ตั้งแต่วันนี้จนสิ้นเดือนสิงหาคม


๐ เขมรกับไทยเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิด เหมือนลาว พม่า และมาเลเซีย แต่นอกจากคนจำนวนหนึ่งซึ่งรู้จักในฐานะเพื่อนบ้านที่มีบ่อนกาสิโนแล้ว ก็อาจมีนักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์เดินทางไปมาอยู่บ้าง เนื่องจากเป็นประเทศซึ่งมีบรมมหาโบราณสถานที่ต้องไปเห็นก่อนตาย “นครวัด นครธม” ยังเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทยอย่างใกล้ชิด ทั้งภาษาที่ถ่ายทอดมาใช้โดยเฉพาะราชาศัพท์ และเป็นภูมิภาคแห่งปราสาทหินอันแนบสนิทกันอยู่ แต่นอกจากนี้ เราหาได้คุ้นเคยเพิ่มขึ้นไม่

เพราะเรื่องคอมมิวนิสต์ไม่คอมมิวนิสม์ ภาพเขมรแดงกับคิลลิ่ง ฟิลด์ส มักบดบังเรื่องอื่นๆ ไป

หรืออีกอย่าง คนไทยเรามักชอบจะสนใจกับเรื่องหรือสถานที่ศิวิไลซ์ อย่างฮ่องกง (เมื่อก่อน) ญี่ปุ่น ยุโรป อเมริกา มากกว่าจะสนใจประเทศบ้านๆ อย่างเพื่อนใกล้ชิดรอบด้านเช่นที่กล่าวมา

ดังนั้น หากแม้แต่ “นครวัด นครธม” หรือกัมพูชา ที่อยู่ติดกัน ยังไม่เคยได้พบเห็นเรียนรู้ ทั้งๆ ไปสหรัฐไม่รู้กี่เที่ยว ไปอังกฤษ อิตาลี ฝรั่งเศส ไม่รู้กี่หน ก็น่าเสียดายชื่อสุวรรณภูมิซึ่งเกิดกายมากินอยู่หลับนอนไม่น้อย เนื่องจากไม่เห็นและไม่ได้รู้จักสุวรรณภูมิจริงๆ ไม่สามารถซาบซึ้งถึงคุณค่าที่แวดล้อมอยู่ได้

โดยเฉพาะความรู้ความทรงต่อนครวัดของคนท้องถิ่น นอกเหนือชาวกัมพูชาเจ้าของดินแดน ชาวสยามเองก็ต่างมีความทรงจำต่อนครวัดมาหลากหลายและยาวนาน ย้อนกลับไปก็จะพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไกลไปถึงก่อนสุโขทัย ระบุถึงความรู้ที่ชาวสยามมีต่อนครวัดไว้จำนวนมาก ซึ่งไม่เพียงชนชั้นสูงเท่านั้นที่รู้จัก และสั่งให้สร้างวัดกับวังเลียนแบบขึ้นมา กระทั่งชาวบ้านร้านตลาดและพระสงฆ์องคเจ้าแต่ละยุค ล้วนรู้จักนครวัดและเคยเดินทางไปถึงเมืองมรดกโลกแห่งนี้มาด้วยกันทั้งสิ้น

นครวัดจึงไม่ใช่เมืองที่ถูกทิ้งร้างและแวดล้อมด้วยชนป่าเถื่อนเช่นนักผจญภัย ฿อองรี มูโอท์฿ เล่าเอาไว้ในบันทึกการเดินทางอันโด่งดัง ที่ยังเกี่ยวกับสยามทั้งมีโอกาสได้เข้าเฝ้ารัชกาลที่ 4 เพราะเรื่องของนครวัดยังวนเวียนอยู่ในความทรงจำของคนท้องถิ่นมาตลอด เพียงแต่ไม่ใช่ในแบบที่คนปัจจุบันเข้าใจเท่านั้น

– เอ๊ะ ยังไง ถ้าอย่างนั้นต้องหาอ่านให้เข้าใจเสียแล้วสิ

อาจารย์ ศานติ ภักดีคำ รวบรวมหลักฐาน ความรู้ ความเข้าใจนครวัดของชาวสยามมาเป็นหนังสือ นครวัดทัศนะสยาม เพื่อเล่าการเปลี่ยนแปลงองค์ความรู้ของชาวสยามที่มีต่อนครวัด ซึ่งผันแปรปรับเปลี่ยนไปตามสมัย เพื่อย้ำให้เห็นว่า นครวัดไม่ได้หายไปไหน แต่อยู่ในความทรงจำของผู้คนตลอดมา

อ่านแล้วเห็นได้เลยว่า สยามอยุธยาใกล้ชิดกับเมืองพระนครขนาดไหน เราใกล้ชิดกับกัมพูชามาอย่างไร


๐ อ่านเรื่องสั้นระดับเข้ารอบชิงรางวัลของไทยแล้ว มีเรื่องสั้นสุขุมนุ่มลึกตามแบบฉบับญี่ปุ่นมาแปลงอารมณ์ เพราะงานของญี่ปุ่นนั้น ไม่ว่านักอ่านหรือนักดูหนังชุดย่อมเห็นชัดเจนว่า มีระดับความหมายลุ่มลึกให้ใช้ความคิดอยู่เสมอ ต่างกับเกาหลีที่ตั้งใจจะขยี้อารมณ์กันให้สุดสุด

อาซาฮินะ ชายหนุ่มแห่งคิจิโจจิ โดย เออิจิ นะกะตะ หรือ โอตสี อิจิ แปลโดย ปิยะวรรณ ทรัพย์สำรวม งานของนักเขียนที่นักอ่านไทยรู้จัก กับห้าเรื่องสั้นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ซึ่งญี่ปุ่นถนัดนักจากบรรยากาศสังคมที่ซับซ้อน

พูดถึงปัญหาถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน มิตรภาพในรักสามเส้า ตลกร้ายของเด็กหญิงที่เกิดมาพร้อมเสียงท้องร้องอันน่าอาย กับเบื้องหลังของการเลิกรา

เรื่องธรรมดาๆ เหล่านี้แหละ ที่นักอ่านงานญี่ปุ่นตระหนักดีว่า เป็นความเรียบง่ายที่ลึกซึ้ง

๐ ไหนๆ ก็ไหนๆ ห้าเรื่องสั้นอาจยังได้ย่อยเพียงครึ่งท้อง แถมอีกเล่มจากนักเขียนคนเดียวกัน ซึ่งโด่งดังมาจากเรื่องสืบสวน ลึกลับ และแฟนตาซี ก่อนจะเปิดตัวอีกแบบด้วย หันมาทางนี้เถอะนะ, โมโมเสะ ซึ่งประสบความสำเร็จถล่มทลายจนกลายเป็นภาพยนตร์ชื่อเดียวกันในปี 2557 และสามารถทำเป็นละครเวทีในอีกสองปีถัดมาโดยมีผู้ชมล้นหลามได้

4 เรื่องสั้น หวาน ขม สั่นความรู้สึกวัยแรกรุ่น ปั่นป่วน ว้าวุ่น ลุ่มหลง ทำให้ต้องย้อนไปสำรวจจิตใจอันลึกล้ำ เพื่อเห็น รู้จัก หรือเข้าใจในสิ่งที่เรียกว่ารัก

ผู้แปลคนเดียวกับเล่มก่อนหน้านี้ด้วย

๐ เราชาวพุทธก็ควรจะอ่านเรื่องพุทธะกันให้มากสักหน่อย ไม่กี่ปีก่อน มีหนังชุดยิ่งใหญ่จากอินเดียเรื่อง พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก มาแพร่ภาพทางโทรทัศน์ มีชาวบ้านผู้ชมติดตามกันยกใหญ่ เพราะสร้างได้อย่างจริงจังทั้งแก่นทั้งรายละเอียด หลายประเด็นผิดแผกไปจากที่เราชาวพุทธไทยได้เรียนมา จึงให้ติดตามกันอึงคะนึง

เสฐียรพงษ์ วรรณปก ปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาผู้หนึ่งจึงได้เขียนเรื่องเดียวกันนั้น ให้อ่านติดต่อกันเป็นตอนๆซึ่งที่สุดแล้วก็ได้รวบรวมเป็นเล่มให้รู้สิ่งที่คนอินเดียรู้แต่เราไม่รู้

เพียงการออกบวชก็แตกต่างไปมหาศาล ที่เราเรียนมาคือหนีออกบวชกลางดึก ขี่ม้ากัณฐกะซึ่งเป็นสหชาติเกิดวันเดียวกับเจ้าชายสิทธัตถะ มีนายฉันนะติดตาม แต่ฉบับอินเดียซึ่งสร้างตามพระไตรปิฎกแต่คนไทยไม่อ่านพระไตรปิฎกฟังตามเรื่องแต่งขึ้นทีหลัง บอกว่า เสด็จฯออกบวชต่อพระพักตร์ของพระราชบิดามารดาเลยทีเดียว ต่างกันใหญ่หลวง

หนังสือเล่มนี้จึงอ่านสนุก น่ารู้ ชวนรู้ ตั้งแต่การดูหนังชุดเรื่องพระพุทธเจ้า, พระเจ้าอชาตศัตรู, เรื่องเมืองศากยะ, เทวทัตตามที่เราเรียนมา, พระพุทธประวัติที่เราชาวไทยพุทธเรียน, ภาษาสัญลักษณ์ในพุทธประวัติ(สองตอน)น่าอ่านทั้งสิ้น

เล่มนี้พลาดไม่ได้เลย ถ้าใครยังไม่เคยอ่าน


๐ นิตยสารการเมืองฉบับครอบครัว มติชนสุดสัปดาห์ ว่าด้วย แนวรบด้านบูรพา 3 ป.ยังไม่เปลี่ยนแปลง อ่านให้เข้าใจว่า ดุสิตธานีเป็นเมืองตุ๊กตา ไม่ใช่รูปจำลองเมืองประชาธิปไคย, อ่านแล้วพ่อมดผู้รักประชาธิปไตย กับไม้เท้ากายสิทธิ์ก็ออกโรง, อ่านประธาน กมธ. ตำรวจ มองคดีชนตำรวจตายไม่ผิด, อ่านเดินหน้าชุมนุมขับไล่เผด็จการ, “โฮปเวลล์” โฮปยังเวลล์อยู่หรือ ฯลฯ

ทั้งโรคซ้ำกรรมซัดวิบัติเป็น ไม่เล็งเห็นที่ซึ่งจะพึ่งพา____ ไทยแลนด์แดนเนรมิต.



บรรณาลักษณ์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ระทึกกลางเมืองมุกดาหาร! ไฟไหม้รถเก๋ง ดับเพลิงมาเร็วแต่ไม่มีน้ำฉีดดับไฟ
บทความถัดไปจิตวิวัฒน์ : วินัยที่เท่าเทียม หัวใจของการรับมือกับโควิด-19 : โดย ธัญลักษณ์ ศรีสง่า