ตู้หนังสือ : เศรษฐกิจโลกพันปี พลิกสุสาน อ่านจิ๋นซี

ตู้หนังสือ : เศรษฐกิจโลกพันปี พลิกสุสาน อ่านจิ๋นซี

แผ่นดินจีนกว้างใหญ่ที่เห็นเป็นสาธารณรัฐปัจจุบัน แต่ก่อนนั้น หากไม่เข้าใจก็จะไม่รู้ว่า กำเนิดจากแว่นแคว้นเล็กแคว้นน้อยนานา ตั้งแต่ตะวันออกที่จรดชายฝั่งทะเลไปตะวันตก และทางเหนือที่เป็นดินแดนทะเลทราย ทั้งชาติพันธุ์ความเชื่อนับร้อยอันผิดแผกแตกต่าง กระทั่งชนเผ่าท้องทุ่งที่ใช้ชีวิตบนหลังม้ามุ่งจะลงใต้มาครอบครองความอุดมสมบูรณ์ ผืนแผ่นดินที่ไพศาลแห่งนี้ จึงไม่เคยว่างเว้นสงคราม การสู้รบชิงอำนาจระหว่างแว่นแคว้น และการป้องกันการรุกรานทางเหนือเกิดขึ้นแทบทุกยุคสมัย ตั้งแต่ก่อนการรวมชาติเมื่อสองพันปีที่แล้ว จนการเข้ามาของเหล่ามหาอำนาจอาณานิคมตะวันตก จึงยุติการสู้รบปรบมือ ก่อให้เกิดความคิดสร้างสาธารณรัฐประชาชน เลิกร้างสงครามภายในได้

แต่กระนั้น ปริศนาการรวมชาติเมื่อสองพันปีก่อน ก็ยังเป็นปริศนาให้ชาวโลกสนใจ และชาวจีนเองค้นหาคำตอบ ปริศนาอันเกิดจากการค้นพบกองทัพทหารดินเผามหึมากลางท้องทุ่ง ค้นพบสุสานของมหาราชพระองค์แรกของจีนในประวัติศาสตร์ กลายเป็นงานโอชะของนักค้นคว้า

พลิกสุสาน อ่านจิ๋นซี เป็นหนังสืออีกเล่มที่ให้ความรู้และอ่านเพลินโดย สมชาย จิว นำกลับไปสู่ยุคดังกล่าวข้างต้น ที่แคว้นเล็กแคว้นน้อยซึ่งถือความเป็นชาติของตนแรงกล้า ที่มิใช่สำนึกในความ “เป็นจีน” ด้วยกันเช่นปัจจุบัน ไม่ว่าแคว้นฉิน แคว้นฉู่ แคว้นฉี แคว้นหาน แคว้นเว่ย ฯลฯ ก่อนเกิดอาณาจักร ตั้งแต่สองพันปีที่ผ่านมา การรวมชาติและการสิ้นชาติของแคว้นเล็กแคว้นน้อยเหล่านั้นเกิดขึ้นตลอดเวลา

ดังนั้น หากเปรียบเทียบการดำรงอยู่ของกลุ่มชนแว่นแคว้นต่างๆ เหล่านี้กับแผ่นดินสุวรรณภูมิโบราณ การเข้าใจว่ามีไทยแท้อยู่จริงนั้นเป็นความเชื่อที่เลื่อนลอย ความคิดที่ว่ามีสำนึก “ไทย” จนนับสุโขทัยเป็นราชธานีแรกจึงเป็นความเชื่อที่เลื่อนลอย นับแผ่นดินล้านนาทางเหนือลงไปถึงนครศรีธรรมราชและปัตตานีทางใต้ ก็เปรียบเสมือนเมืองเล็กเมืองน้อย แคว้นเล็กแคว้นน้อยต่างๆ ของจีน ล้านนาทางเหนือก็มีเมืองมีกลุ่มชนของตน ไม่ว่าเชียงแสน เชียงราย แพร น่าน ลงมาพิษณุโลก ฯลฯ เมื่อเห็นภาพเช่นนี้กระจ่างจึงเข้าใจได้กว่า ประเทศต่างๆ ปัจจุบันประกอบด้วยเมืองเล็กเมืองน้อยนานามาแต่เดิม และเมืองเล็กเมืองน้อยเหล่านั้นกับแต่ละกลุ่มชน ต่างเติบโตมาด้วยรากฐานดั้งเดิมของตัวเอง

เมื่อรวมกันแล้ว หามีความ “แท้” หรือความเป็น “เอกเทศ” บริสุทธิ์ใดๆ ไม่

หนังสือเล่มนี้ให้ภาพตั้งแต่มีผู้พบชิ้นส่วนดินเผาคนแรก จนกลายเป็นการค้นพบที่ใหญ่โตต่อมา และตั้งแต่นั้น เมืองซีอานหรือฉางอาน ราชธานีโบราณแห่งหนึ่งของจีน ที่หากเดินทางจากปักกิ่งต้องข้ามแม่น้ำฮวงโหหรือหวงเหอ แม่น้ำเหลืองอันกว้างใหญ่ จึงกลายเป็นเป้าหมายการเดินทางสำคัญของคนทั้งโลกไป เพื่อการเยือนให้เห็นสักครั้งก่อนตาย

หนังสือจึงเริ่มจากการค้นพบที่โลกตะลึง นำไปรู้จัก “ฉิน” แคว้นชายขอบที่กลายเป็นอาณาจักรอันเกรียงไกร พบการรวม 6 แคว้นอันเปี่ยมด้วยกุศโลบาย และพิธีกรรมอมตะกับอาณาจักรหลังความตาย ก่อนการไขปริศนาทหารดินเผา ที่เพิ่งเกิดคำถามเมื่อไม่นานมานี้ว่า กองทัพทหารดินทั้งหลายเหล่านั้นเกิดขึ้นภายใต้เงื้อมเงาอารยธรรมกรีกจริงหรือไม่ จากนั้นจึงเป็นชะตากรรมของทหารเหล่านี้หลังอาณาจักรฉินล่มสลาย นำมาสู่คำถามถึงเหมาเจ๋อตง

ก่อนปิดฉากด้วยเกร็ดลึกแต่ไม่ลับของบรรดาทหารอันขึงขังเหล่านั้น

เล่มนี้ อ่านสนุก นั่งลุกสบายดีแท้


๐ จะหาคนไทยที่อยู่ในเมืองจีนนานถึง 50 ปีมาเขียนเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟัง หาได้ง่ายไหม

ศรีกานดา ภูมิบริรักษ์ พำนักอยู่ในเมืองจีนตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยจนถึงเดี๋ยวนี้ นานกว่า 50 ปีแล้ว ดังนั้น หากมีใครจะนำประสบการณ์ชีวิตยาวนานนั้นมาเล่าเรื่อง ปักกิ่งในความทรงจำ ให้เห็นภาพกระจ่างได้ ย่อมเป็นเธอผู้นี้นี่เอง

หนังสือเล่มนี้ให้ภาพชาวจีนและคนต่างชาติตั้งแต่ปี 2503 (1960) ทั้งด้วยการเพิ่มเติมเนื้อหาจากการพิมพ์ครั้งแรกเข้าไป จะยิ่งช่วยให้เข้าใจเนื้อหาความคิดผู้คนในสมัยนั้นได้ลึกซึ้งขึ้น ด้วยประสบการณ์ตรงที่ได้ร่วมอยู่ในสถานการณ์สำคัญของการปฏิวัติวัฒนธรรมอันเลื่องลือ ซึ่งนอกจากการแย่งชิงอำนาจกันระหว่างกลุ่มการเมืองในพรรคคอมมิวนิสต์อันเข้มข้นแล้ว คนในสังคมยังมีความคิดทางการเมืองต่างกันสุดขั้ว ทั้งยึดถือเรื่องชาติกำเนิด ทั้งเปลี่ยนแปลงสภาพอย่างฉับพลันของนักศึกษาที่ต้องไปใช้ชีวิตในชนบทอันยากลำบาก และการพลิกชีวิตของผู้คนทั้งสถานะ ไม่ว่าเศรษฐกิจหรือทางสังคม

นี่ย่อมเป็นเรื่องซึ่งเปี่ยมรสชาติแท้จากผู้อยู่ในเหตุการณ์จริง ไม่ว่าจะมองด้วยสายตาเพื่อนมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นสายตาของนักประวัติศาสตร์หรือไม่

คุณค่าในงานชิ้นนี้จึงเป็นหลักฐานบันทึกประวัติศาสตร์ทางหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้ผู้อ่านตระหนักว่า บ้านเมืองที่กำลังกลับสู่ความเป็นมหาอำนาจเช่นอดีตนี้ ต้องผ่านขวากหนามมายากเย็นมากมายขนาดไหน

๐ หนังสือสำคัญทางวิทยาศาสตร์อีกเล่มที่ต้องอ่านเพื่อความรู้จักและเข้าใจโลกใบนี้ได้ถ่องแท้

แบลคโฮลบลูส์ (Black Hole Blues) เรื่องราวเบื้องหลังสถานีสังเกตการณ์คลื่นความโน้มถ่วงไลโก ตั้งแต่ขั้นที่ยังเป็นแนวคิดคร่าวๆ ถึงหนทางในการพิสูจน์การมีอยู่คลื่นความโน้มถ่วงตามทฤษฎีไอน์สไตน์ ขั้นตอนการขอทุนเพื่อก่อสร้างและดำเนินการ ไปถึงการตรวจสอบจับคลื่นความโน้มถ่วงเป็นครั้งแรก คลื่นที่ทำให้แอปเปิลตกใส่หัวไอแซค นิวตัน

ผู้เขียนเรียบเรียงความร่วมมือของบรรดานักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก มารวมตัวกันเพื่อทำให้ไลโกเป็นจริงขึ้นมา ทั้งโดยมิตรภาพ ความสำเร็จ บาดหมาง อัปยศ เพื่อไขความมหัศจรรย์แห่งเอกภพอันไม่ต่างจากท่วงทำนองเพลงบลูส์แห่งอวกาศ

หนังสือเล่มนี้มิได้เป็นเพียงสารคดีวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับ “โครงการสถานีสังเกตการณ์ไลโก” หอสังเกตการณ์คลื่นความโน้มถ่วง ที่ไม่มีวี่แววจะประสบความสำเร็จได้

แต่ให้เห็นความพยายามของมนุษยชาติที่จะพิสูจน์การคงอยู่ของคลื่นความโน้มถ่วง หนึ่งในความมหัศจรรย์แห่งอวกาศ ซึ่งต้องใช้เพียงเครื่องมือที่มีความละเอียดอ่อนที่สุดจึงจะจับได้

แจนนา เลอวิน หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ผู้ร่วมโครงการ เป็นผู้เล่าเรื่องและ ปิยบุตร บุรีคำ เป็นผู้แปลถ่ายทอดให้เห็นภาพและเข้าใจ


๐ หนังสือสะดุดตา ผู้เขียนสะดุดใจ เห็นเรื่องแล้วเห็นการสรุปค้นคว้าต้องอ่านดูเพื่อเข้าใจวันนี้ เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี โดยผู้เขียนที่เป็นนักเล่าเรื่องซึ่งมีคนติดตามไม่น้อย ลงทุนแมน

เพราะไม่ว่าความรุ่งเรืองหรือร่วงโรย ล้วนวนเวียนผ่านมาครั้งแล้วครั้งเล่าในประวัติสาสตร์ เป็นวงจรประหลาดตลอดพันปีที่ผ่านมา แต่ได้ทิ้งภูมิปัญญานานาเอาไว้ให้เรียนรู้ ผู้เขียนจึงปะติดปะต่อชิ้นส่วนอันเป็นประโยชน์เหล่านั้น เขียนเป็นงานชุดใหม่ขึ้นมาให้ศึกษา

หนังสือแบ่งเป็นพันปีแรก 14 บท กับร้อยปีหลัง 11 บท อ่านไม่ยากเหมือนมีคนเล่าให้ฟัง

เริ่มตั้งแต่พันปีแรก ยุคกลาง, แบลค เดธ โรคระบาดร้ายแรงเหมือนเดี๋ยวนี้, เรอเนซอง, อินเดีย, สนธิสัญญาแบ่งโลก, เศรษฐกิจและศาสนา, ฟองสบู่แรกของโลก (ค.ศ.1600-1699), กำเนิดสหรัฐ, จากฟองสบู่สู่ปฏิวัติฝรั่งเศส, ปฏิวัติอุตสาหกรรม, จักรวรรดิที่พระอาทิตย์ไม่ตกดิน, ขีดจำกัดความเป็นมนุษย์, จุดจบจักรวรรดินิยม (ค.ศ.1900-1909)

นับตั้งแต่ยุคกลาง 1100-1299 ดำเนินมาเรื่องละร้อยปี ช่วยให้เห็นภาพเศรษฐกิจโลกได้

จากนั้น 100 ปีหลังตั้งแต่ทวีปใหม่รุ่งโรจน์ทวีปเก่าเสื่อมถอย ค.ศ.1910-1919 ผ่านทศวรรษแห่งการฟื้นฟู, ทศวรรษที่ตกต่ำ, ทศวรรษแห่งสงคราม, สู่ห้วงอวกาศ, สงครามเย็น, วิกฤติน้ำมัน, ยุคทองของญี่ปุ่น, ฟองสบู่ดอทคอม, วิกฤติซับไพร์ม, บทสรุปของมนุษยชาติ (ค.ศ.2010-2019)

100 ปีหลังเหมือนทบทวน อ่านเพลิน เมื่อบวกพันปีแรก เศรษฐกิจโลกก็เห็นอยู่ในมือ

น่าอ่าน

๐ แถมนิยายสนุกน่าคิดให้หนึ่งเล่ม เพื่อความเพลิดเพลินสำหรับคนที่ยังไม่อยากออกนอกบ้าน ปาฏิหาริย์แมวลายส้มผู้พิทักษ์หนังสือ โดยฝีมือ โซสึเกะ นัทสึกะวะ งานแฟนตาซีของนักเขียนชื่อดังซึ่งแปลไปทั่วโลกแล้ว 15ภาษา และได้รับรางวัลรองชนะเลิศ “เจแปน บุ๊คเซลเลอร์ อวอร์ด” นิยายร่วมสมัยที่ถูกยกย่องในระดับสากล ทั้งสนุกสนานและตั้งคำถามว่า ทุกวันนี้ยังอ่านหนังสือกันไปเพื่ออะไร

นักวิจารณ์ของนิตยสาร ซิกนาตูร์ กล่าวว่า เป็นหนังสือที่มาถูกเวลา ด้วยข้อถกเถียงถึงจำนวนคนอ่านหนังสือที่ลดลง ซึ่งกำลังคุกคามตลาดหนังสือ แต่ช่างคิด สง่างาม และปรุงแต่งได้อย่างเหลือเชื่อ เทียบได้กับ เจ้าชายน้อย ของ แซงเต๊กสุเปรี ทีเดียว

ส่วนนักวิจารณ์ของสำนักพิมพ์ พิคคาเดอร์ กล่าวว่า เป็นหนังสือแสนพิเศษที่ต้องอยากอ่านทันทีที่ได้ฟังเรื่องราว สำหรับทุกคนที่รักหนังสือ ทุกคนที่รักแมว และทุกคนที่เชื่อว่าหนังสือมีพลังเปลี่ยนแปลงโลก

หนังสือที่ผู้อ่านจะต้องหลงรัก

อย่าช้ารีบไปหาอ่าน ฉัตรขวัญ อดิศัย แปล

๐ นิตยสารการเมืองฉบับครอบครัว มติชนสุดสัปดาห์ ว่าด้วย เอกซ์เปกโต พลาโตนุม เกิดอะไรขึ้น ให้มหาเถรสมาคมออกกฎ 6 ข้อคุมพระสงฆ์บิณฑบาตร เกิดอะไรขึ้น(มานานแล้ว)กับแม่น้ำโขง เขื่อน เขื่อน เขื่อน อาเซียนเดือดร้อน จีนเดือดร้อนไหม

อ่านการเมืองไทยหลังโควิด, การพังจากภายใน รัฐข้าราชการ ศึกษาผ่านบ่อนและคดีอยู่วิทยา, ทำไมต้องชังชาติ รู้จักชาติจริงไหมจึงได้เห็นว่าผู้อื่นชังชาติ ฯลฯ

อ่านเมื่อไหร่ ได้ความคิดอ่าน.



บรรณาลักษณ์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พิธา จี้ กกต. สอบลต.ปากน้ำ – พบพิรุธ 20 หน่วย ไม่มีสายรัดหีบ-แจกเงินแบบโจ๋งครึ่ม
บทความถัดไปพิธา ย้ำเป็นหน้าที่ ส.ส.ต้องปกป้อง ปชช.ที่ถูกคุกคาม หลังเตรียมใช้ตำแหน่งประกันตัวผู้ชุมนุมที่ถูกดำเนินคดี