เลือดข้นคนจาง สนพ.มติชน คว้ารางวัลหนังสือดีเด่น ‘เซเว่นบุ๊คอวอร์ด’ ครั้งที่ 17

เลือดข้นคนจาง

เลือดข้นคนจาง สนพ.มติชน คว้ารางวัลหนังสือดีเด่น ‘เซเว่นบุ๊คอวอร์ด’ ครั้งที่ 17

เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 27 สิงหาคม ที่ห้องสุรศักดิ์บอลรูม ชั้น 11 โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ ซีพีออลล์ จัดพิธีมอบโล่พระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แก่ผู้ได้รับรางวัลหนังสือดีเด่น ‘เซเว่นบุ๊คอวอร์ด‘ ครั้งที่ 17 โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ในฐานะกรรมการกิตติมศักดิ์โครงการประกวดหนังสือดีเด่นรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด เป็นประธานเปิดงานและมอบรางวัล

โดยใน ปีนี้แบ่งเป็น 7 ประเภท ประกอบด้วย กวีนิพนธ์ การ์ตูน นวนิยาย รวมเรื่องสั้น วรรณกรรมเยาวชน และสารคดี (ทั่วไป) มีผลงานที่ได้รับรางวัลทั้งสิ้น 25 รางวัล และ 6 หนังสือแนะนำ จาก 256 ผลงานส่งเข้าประกวด เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ร้อยละ 10 ซึ่งผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ มี 2 ประเภท คือ วรรณกรรมสำหรับเยาวชน และรางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์ หมวดกวีนิพนธ์

ทั้งนี้ หนังสือเรื่อง “เลือดข้นคนจาง” ประพันธ์โดย ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์มติชน มี อุรุดา โควินท์ เป็นบรรณาธิการต้นฉบับ และชนมน วังทิพย์ บรรณาธิการเล่ม ได้รับโล่เกียรติยศ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทนวนิยาย

ศ.เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่ 17 ของโครงการเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากตอนนั้นที่มีงานวิจัยว่าคนไทยอ่านหนังสือวันละ 18 บรรทัด ซึ่งตัวเลข 18 นี้ทำเจ็บใจมาก จนเกิดการศึกษาต่อไปว่าทำไมคนไทยถึงอ่านน้อย เป็นเพราะเรามีหนังสือน้อยหรือเปล่า ประกอบกับมักจะมีประโยคที่ว่า “นักประพันธ์ไส้แห้ง” จึงกลายมาเป็นนโยบายว่าจะทำอย่างไรให้ไส้ไม่แห้ง สองส่วนนี้จึงเป็นที่มาของโครงการดังกล่าว

“คำถามที่ผมมีคือนักประพันธ์ นักคิด พลเมืองทั้งหลาย เราจะมีส่วนช่วยโลกนี้อย่างไรไม่ให้แตกไปมากกว่านี้ นำเอาข้อเท็จจริง ปัญญา วิทยาศาสตร์ ความเป็นกลาง ความไม่ลำเอียง มองส่วนรวมมากกว่าส่วนตน เอามาชูขึ้นมาอย่างไร หากใครเล่นไลน์จะเห็นว่าทั้งในตะวันออกและตะวันตกพยายามจะเสนอตัวอย่างง่ายๆ ที่สอนจริยธรรม โดยหวังว่าจะทำให้คนได้สำนึกและตระหนักว่าการแตกแยกไม่ได้เกิดประโยชน์ใด ความมีน้ำใจ ความสามัคคีซึ่งกันและกันกลับจะมีประโยชน์มากกว่า ในฐานะนักประพันธ์ นักเขียน นักคิด ผมคิดว่าพวกท่านมีบทบาทสูงมาก ที่จะยกโลกนี้ให้พ้นจากการดิ่งลงเหวจากความแตกแยก ดิ่งลงเหวจากความไม่แน่นอนของทุกสิ่งอย่างที่เกิดจากโลกาภิวัฒน์ ก็เป็นความหวังของผม เราอ่านเพื่อเรียนรู้ความรู้ แต่อีกอย่างคือเราอ่านเพื่อตระหนักรู้ว่าอะไรถูก-ผิด อะไรดี-เลว เพื่อให้โลกนี้เดินไปข้างหน้าด้วยความสวยงาม” ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม กล่าว

นพ.เกษม วัฒนชัย

ด้าน นางฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ ผู้เขียนนวนิยายเรื่องเลือดข้นคนจาง กล่าวว่า นี่เป็นนวนิยายเรื่องแรกที่ดิฉันเขียน ยังคงรู้สึกงงที่ได้รับรางวัล แต่ก็ภูมิใจมากๆ ที่ได้รับรางวัลนี้ ร่วมกับนักเขียนในดวงใจ ต้องขอบคุณตั้งแต่ครูบาอาจารย์ที่สอนภาษาไทย ทั้งในชั้นประถมศึกษาจนถึงท่านอาจารย์ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ขอบคุณคุณทรงยศ สุขมากอนันต์ ผู้กำกับละครเรื่องนี้ด้วย เพราะจริงๆการเขียนนิยายเรื่องนี้ไม่ปกติ ด้วยโดยทั่วไปคนจะเอานิยายหรือเรื่องสั้นไปทำเป็นละคร แต่ดิฉันเริ่มจากเป็นทีมเขียนบทละครก่อน แล้วก็ออกอากาศไปแล้ว กระแสตอบรับดีมาก จากนั้น สนพ.มติชนก็ได้ติดต่อมาแจ้งว่าต้องการตีพิมพ์ จึงเกิดเป็นไอเดียคือจะทำตอนต่อเพราะละครเรื่องนี้โดดเด่นเรื่องตัวละครมีชีวิต คิดว่าละครจบ ตัวละครไม่จบ ก็เลยใช้กลวิธีเปลี่ยนจากบทละครเป็นนวนิยาย ขอบคุณสำหรับงานและรางวัลดีๆ ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากๆ

ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์

สำหรับผลการตัดสิน การประกวดหนังสือดีเด่นรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 17 ประจำปี 2563 มีดังนี้
ประเภทกวีนิพนธ์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 มี 2 รางวัล ได้แก่ เรื่อง สองฝั่งแม่น้ำเก่า โดย ลอง จ้องรวี สำนักพิมพ์โรงนาบ้านไร่ และเรื่อง Hi! So-Cial ไฮโซ…เชียล โดย ขวัญข้าว ขวัญเรียมเอย สำนักพิมพ์ Hi-So-Cial Publishing, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 มี 2 รางวัล ได้แก่ เรื่อง ซากโบราณมีอยู่ทั่วไป โดย สุธีร์ พุ่มกุมาร สำนักพิมพ์สมุดไทย และเรื่อง บางใครอาจลืมทางกลับบ้าน โดย นิตา มาศิริ จัดพิมพ์โดย ราตรี มาศิริ

ประเภทการ์ตูน รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เรื่อง JUICE : ARRIVALS โดย Art Jeeno สำนักพิมพ์แซลมอน, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 มี 2 รางวัล ได้แก่ เรื่อง PRESENTS FROM THE PRESENT โดย คัจฉกุล แก้วเกต สำนักพิมพ์บัน (BUNBOOKS) และเรื่อง Say hi until goodbye โดย Tum Ulit สำนักพิมพ์
ประเภทนวนิยาย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 มี 2 รางวัล ได้แก่ เรื่อง ไต้ก๋ง โดย ประชาคม ลุนาชัย สำนักพิมพ์ ดินแดนบุ๊ค และเรื่อง เลือดข้นคนจาง โดย ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ สำนักพิมพ์มติชน, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เรื่อง The Boy Who Never Grows เด็กไม่รู้จัก โดย เจนมานะ สำนักพิมพ์บัน (BUNBOOK)

ประเภทรวมเรื่องสั้น รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 มี 2 รางวัล ได้แก่ เรื่องราวในหนึ่งวันกับเหตุการณ์ไม่ปกติอื่นๆ ประพันธ์ และจัดพิมพ์โดย กฤติศิลป์ ศักดิ์ศิริ และเรื่อง 24 ชั่วโมง โดย แพรพลอย วนัช สำนักพิมพ์นาคร, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เรื่อง ไร้สัญชาติ และตัวละครอื่นๆ โดย บัญชา อ่อนดี สำนักพิมพ์บ้านแม่น้ำ
ประเภทวรรณกรรมสำหรับเยาวชน รางวัลชนะเลิศ เรื่อง ลูกไม้กลายพันธุ์ โดย จันทรา รัศมีทอง สำนักพิมพ์บรรณกิจ 1991, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เรื่อง โลกของมดแดงกับแตงกวา (เอยด้วย!) ตอน ความลับใต้ผืนทราย โดย งามพรรณ เวชชาชีวะ สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เรื่อง เรื่องเล่าของพลอยดาว โดย อัชฌาฐิณี สำนักพิมพ์อาเธน่า

ประเภทสารคดี (ทั่วไป) รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เรื่อง หญิงร้าย โดย วรธิภา สัตยานุศักดิ์กุล สำนักพิมพ์ยิปซี, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 มี 2 รางวัล ได้แก่ เรื่อง มันนิซาไก คนป่าแห่งเขาบรรทัด โดย บุหลัน รันตี สำนักพิมพ์บ้านหนังสือ และ เรื่อง My Chefs โดย อนุสรณ์ ติปยานนท์ สำนักพิมพ์แซลมอน
สำหรับหนังสือแนะนำ และหนังสือแนะนำพิเศษในปีนี้ มี 6 เล่ม ได้แก่ เรื่อง หมอยาน้อย ประพันธ์ และจัดพิมพ์โดย กิติศักดิ์ ศรีแก้วบวร, เรื่อง อโศก…ฟ้าพลิกดิน โดย ประพีร์พรรณ ภาณวะวัฒน์ สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช, เรื่อง ฮัก ฮีต ฮอย ลูกชาวนาอีสาน โดย กฤษฎา ปักกาโต สำนักพิมพ์กระท่อมปณิธาน, เรื่อง จะไม่ทิ้งใครไว้บนเตียง ประพันธ์ และจัดพิมพ์โดย ปกาศิต แมนไทยสงค์ และเรื่อง ให้ความหวังนำทางเรา โดย แพน พงศ์พนรัตน์ สำนักพิมพ์บ้านหนังสือ และหนังสือแนะนำพิเศษ เรื่อง มรณเวชกรรม โดย นายแพทย์ภิญโญ ศรีวีระชัย และคณะ จัดพิมพ์โดย ศูนย์บริรักษ์ ศิริราช

ประเภทรางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์ หมวดกวีนิพนธ์ รางวัลชนะเลิศ เรื่อง เรากำลังติดอยู่ในบ่วงแร้วปัจจุบัน โดย กิตติ อัมพรมหา, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เรื่อง ต้นไม้ทุกต้นแคยเป็นต้นกล้า โดย ณรงค์ชัย แสงอัคคี, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เรื่อง ฟังสิเสียงพรุ่งนี้เพรียกชีวิต โดย นนทพัทธ์ หิรัญเรือง และรางวัลเสริมสร้างกำลังใจ เรื่อง ดวงตาหิ่งห้อย โดย ด.ญ.ศุภาพิชญ์ พรอำนวยผล สำนักพิมพ์ผีเสื้อเด็กๆ

ประเภทรางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์ หมวดนวนิยายขนาดสั้น รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 มี 2 รางวัล ได้แก่ เรื่อง คล้ายว่าน่าน เพิ่งพ้นผ่านไม่นานนัก โดย ปรัชวิชญ์ บุญยะวันตัง และเรื่อง รองเท้าโลหะ โดย จิระพนธ์ ขันชารี, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เรื่อง หน้ากากยิ้มของสิงโต โดย กนกศักดิ์ เรือนทอง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เพื่อไทย วาง 73 ขุนพล ซักฟอกงบ’64 วาระสอง ถ้าเรือดำน้ำผ่านกมธ. เจอในสภาแน่
บทความถัดไป‘ดนตรี เวที เสบียง’ พร้อม นอนแคมป์ ‘แยกคอกวัว’ คืนนี้ ขนป้ายเบิ้ม ‘ฌาปนกิจรธน.’ โชว์หน้าอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา