เดินไปในเงาฝัน : ไปงานหนังสือกัน?

เดินไปในเงาฝัน : ไปงานหนังสือกัน?

เดินไปในเงาฝัน : ไปงานหนังสือกัน?

ระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 10 ตุลาคม 2563 ทางสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) จะจัดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 25 ขึ้น ณ ชาเลนเจอร์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี

ภายใต้แนวคิด “NO กองดอง”
อะไรคือ NO กองดอง?

แรกๆ เมื่อฟังผมก็ไม่เข้าใจ แต่พอเข้าไปอ่านรายละเอียดจึงพบว่าเนื่องจากการจัดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 25 ครั้งนี้เป็นช่วงคลี่คลายของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19

อีกทั้งยังเป็นช่วงที่อยู่ในสภาวะของความปกติใหม่ ทางผู้จัดงานจึงใช้โอกาสนี้พัฒนาคอนเซ็ปต์ และแนวคิดรูปแบบการจัดงานเพื่อรองรับวิถีชีวิตใหม่ดังกล่าว

ด้วยการสร้างแอพพลิเคชั่น NO กองดอง ขึ้นมาให้แฟนานุแฟนหนังสือสแกนบาร์โค้ดเพื่อสะสมแต้มของการอ่านหนังสือ คล้ายๆ กับการสะสมไมล์ของนักวิ่ง เพื่อสามารถแชร์ให้คนอื่นทราบบนโลกออนไลน์ว่าเราอ่านหนังสือไปมากน้อยแค่ไหน

กี่เล่ม
มีหนังสือเล่มโปรดใดบ้าง

นับว่าเป็นลูกเล่นใหม่ที่ทาง PUBAT งัดมาใช้อย่างเหมาะสมอย่างยิ่งในช่วงนิว นอร์มอลอย่างนี้ เพราะเท่าที่ทราบงานมหกรรมหนังสือระดับชาติฯครั้งนี้มีสำนักพิมพ์กว่า 262 สำนักพิมพ์ 746 บูธ ตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

ทั้งยังมีการจัดงานในรูปแบบของไฮบริด อีเวนต์ที่ผสมผสานระหว่างความเป็นออนกราวด์ และออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ของไทยบุ๊กแฟร์ดอทคอม

เพื่อเปิดทางเลือกให้เหล่าบรรดาหนอนหนังสือที่ไม่สามารถมาร่วมงานได้แต่อยากซื้อหนังสือผ่านโลกออนไลน์ ทางคณะกรรมการจัดงานฯ จึงเปิดช่องทางนี้เพื่อเป็นทางเลือก

นับว่าสะดวกทั้งคนซื้อและคนขายไปพร้อมๆ กัน

สำหรับสำนักพิมพ์มติชนปีนี้เราใช้คอนเซ็ปต์ว่า “Book Rising” ที่ไม่เพียงจะขนกองทัพหนังสือไฮไลต์การเมือง, หนังสือใหม่, หนังสือประวัติศาสตร์, ศิลปวัฒนธรรม และงานวรรณกรรมอีกหลากหลายเล่มมาเสิร์ฟผู้อ่าน

สำนักพิมพ์มติชนยังกระซิบบอกว่า…จะมีการลดราคาหนังสืออย่างจุใจ ทั้งยังมีการเสวนาในหัวข้อต่างๆ พร้อมๆ กับแจกลายเซ็นของนักเขียนในเครือสำนักพิมพ์

ฉะนั้น ใครที่สนใจหนังสือของสำนักพิมพ์สามารถเดินไปเลือกหาหนังสือได้ที่บูธ H26 ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น.ตลอดงาน

ถามว่าหนังสือสำนักพิมพ์มติชนมีเล่มไหนบ้างที่น่าสนใจ?

คำตอบคือจริงๆ มีอยู่หลายเล่ม และหลายเล่มตอนนี้กำลังทยอยออกมาจากโรงพิมพ์เพื่อให้ทันงานวันแรกในวันพุธที่ 30 กันยายนนี้

แต่เท่าที่ผมมีอยู่ในมือตอนนี้คือ Soft Power ของ เฌอปราง อารีย์กุล ซึ่งมี “นิ้วกลม” เป็นผู้เขียน ซึ่งถือเป็นหนังสือไฮไลต์เล่มสำคัญของสำนักพิมพ์มติชน
ก่อนหน้ามีการเปิดตัวหนังสือเล่มนี้ไปแล้ว

แต่ภายในงานไม่ทราบว่า “เฌอปราง” หัวหน้าศิลปินกลุ่ม BNK48 จะมาแจกลายเซ็นด้วยหรือเปล่า เพราะขณะปิดต้นฉบับอยู่นี่ ผมยังไม่เห็นรายละเอียดของงาน

แต่สำหรับหนังสือเล่มนี้ ผมอ่านไปเกือบครึ่งเล่มแล้วต้องบอกว่า ชีวิตและเรื่องราวของเธอตั้งแต่เด็ก เรียนมหา’ลัย กระทั่งมาเป็นศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปล้วนมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อวัยรุ่นของไทยในยุคปัจจุบัน

และไม่เฉพาะแต่สาวๆ เท่านั้น

หากหนุ่มใหญ่ หนุ่มน้อยก็ต่างเฝ้าถวิลหาเพื่ออยากจะชมศิลปินกลุ่มนี้สักครั้ง ยิ่งถ้าใครมีโอกาสอ่านหนังสือ “Soft Power” ของ เฌอปราง อารีย์กุล รับรองจะต้องหลงรักเธอมากไปกว่าเดิม

เพราะมุมมอง ความคิด การวางแผนจัดการตัวเองล้วนเป็นแบบอย่างที่ดี

นอกจากนั้น ผมก็มีหนังสือ “โลกนี้ไม่ได้มีคำตอบเดียว” ของ “หนุ่มเมืองจันท์” สำหรับหนังสือเล่มนี้คงไม่ต้องแนะนำอะไรมาก เพราะใครที่เป็นแฟนานุแฟนเขา คงทราบดีแล้วว่าน่าสนใจเพียงใด

ถัดมาผมอยากแนะนำให้ทุกคนหาซื้อมาให้ได้คือ “ชันสูตรประวัติศาสตร์ ไขปริศนาพระนารายณ์” ซึ่งมี รศ.(พิเศษ) นพ.เอกชัย โควาวิสารัช เป็นผู้เขียน

หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงเป็นหนังสือไฮไลต์อีกเล่ม หากยังเป็นหนังสือที่ผู้เขียนใช้เวลากว่า 2 ปี ในการไขข้อสงสัยต่างๆ เกี่ยวกับกรณีสวรรคตของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

โดยเฉพาะข้อมูลใหม่ๆ ที่ผู้เขียนพบเจอมา ที่สำคัญ หนังสือเล่มนี้ยังใช้หลักฐานสำคัญต่างๆ ทั้งไทยและเทศที่มีอยู่มารวบรวม เรียบเรียง ตั้งสมมุติฐาน วิเคราะห์ และสรุปอย่างเป็นระบบตามหลักวิทยาศาสตร์
จึงมิควรพลาดอย่างยิ่ง

นอกจากนั้น ยังมีหนังสือใหม่อย่าง “มนุษย์อยุธยา : ประวัติศาสตร์สังคมจากข้าวปลา หยูกยา ตำรา Sex” ซึ่งมี กำพล จำปาพันธ์ เป็นผู้เขียน
ถามว่าหนังสือเล่มนี้น่าสนใจเพียงใด?

คำตอบง่ายๆ ครับ…หนังสือเล่มนี้ต้องการชี้ให้เห็นสังคมที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ทั้งยังเป็นต้นธารของเหตุการณ์สำคัญต่างๆ มากมายในประวัติศาสตร์
ที่ไม่เพียงเกี่ยวโยงกับมนุษย์อยุธยาในอดีต หากยังเกี่ยวโยงกับมนุษย์อยุธยาในปัจจุบันด้วย ทั้งนั้นเพราะผู้เขียนต้องการนำเสนอเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนในอดีตด้วย

และอีกหลายแง่มุม
ล้วนน่าอ่านทั้งสิ้น
ส่วนเล่มที่เหลืออีก 3 เล่มที่อยู่ในมือขณะนี้คือ “จารชนสามก๊ก 2 ตอนเมฆหมอกเกงจิ๋ว” ที่มี เหอมู่ เป็นผู้เขียน ส่วนผู้แปลคือ ชาญ ธนประกอบ

“ฮิตเลอร์ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง” ที่มี ภาณุ ตรัยเวช เป็นผู้เขียนเรื่อง ขณะที่ผู้เขียนภาพคือ “Tale Glory” เพราะหนังสือเล่มนี้เป็นการ์ตูน

ซึ่งถือเป็นงานทดลองอีกชิ้นหนึ่งของสำนักพิมพ์มติชนที่มีความน่าสนใจทีเดียว
ส่วนเล่มสุดท้ายคือ “รักนวลสงวนสิทธิ์” ที่มี ภาวิณี บุนนาค เป็นผู้เขียน หนังสือเล่มนี้ต้องการบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของกลุ่มผู้หญิงที่มีชีวิตโลดแล่นอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์สมัยรัชกาลที่ 5

ที่ไม่เพียงเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสังคมไปสู่สมัยใหม่ หากยังปรากฏคดีความ การยื่นฎีกาที่ผู้หญิงสมัยนั้นเข้าไปเกี่ยวข้อง เพื่อต้องการปกป้องสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย และทรัพย์สินของพวกเธอ
หนังสือเล่มนี้น่าอ่านมาก

จึงอยากเชิญชวนไปงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 25 และอย่าลืมแวะไปที่บูธสำนักพิมพ์มติชนนะครับ

แล้วเจอกัน?

 

โดย : สาโรจน์ มณีรัตน์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ประมวลภาพบรรยากาศ ‘จีจี้ BNK48’ คว้าเซ็นเตอร์ครั้งแรก จากการเป่ายิงฉุบ
บทความถัดไปอึ้ง! ผ่านมา 30 ปีแล้วยังไม่มีไฟฟ้าใช้ อยู่หัวหินแท้ๆ ต.บึงนคร ชาวบ้านเดือดร้อน