‘ข้ามสมุทร-BON VOYAGE!’ 2 เรื่อง 2 รางวัล 2 เล่มที่ห้ามพลาด

สิ้นสุดการรอคอย สำหรับการประกาศผลการตัดสินหนังสือดีเด่นรางวัล “เซเว่นบุ๊คอวอร์ด” ครั้งที่ 13 ประจำปี 2559

งานที่นักเขียนฝีมือดีมากมายเฝ้ารอ รวมถึงสำนักพิมพ์มติชน ก็ไม่พลาดส่งผลงานดีๆ เข้าร่วมประกวดเช่นกัน

และสามารถคว้ารางวัลมาได้ถึง 2 รางวัล ได้เเก่ รางวัลรองชนะเลิศประเภท “นวนิยาย” เรื่อง “ข้ามสมุทร” ของวิษณุ เครืองาม และรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภท “สารคดี”เรื่อง “BON VOYAGE! บนเส้นทางข้าแผ่นดิน” ของกิตติพงษ์ กิตยารักษ์

“ข้ามสมุทร” เป็นผลงานนวนิยายเรื่องแรกของ “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความเจริญในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ในสายตาคนยุคใหม่ ผ่านเรื่องราวของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ย้อนเวลาไปในสมัยอยุธยาโดยไม่ตั้งใจ ก่อนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของคณะทูตจากสยาม เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังฝรั่งเศส ดินแดนที่ได้ชื่อว่าเจริญรุ่งเรืองที่สุดในทวีปยุโรป นอกจากเต็มไปด้วยความสนุก ยังเปี่ยมไปด้วยสาระ เกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์มากมาย

“BON VOYAGE! บนเส้นทางข้าแผ่นดิน” ผลงานของ “กิตติพงษ์ กิตยารักษ์” ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย เป็นสารคดีที่บันทึกความทรงจำของลูกที่เขียนถึงพ่อ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา และเกษียณอายุราชการในตำแหน่งผู้ตรวจการราชการกระทรวงมหาดไทย

บันทึกความทรงจำชิ้นนี้เปรียบเสมือนชีวประวัติที่สอดประสานทั้งพ่อและลูก เห็นเส้นทางชีวิตที่ก้าวเดินของแต่ละคน โดยเฉพาะคนที่เป็นพ่อ ข้าราชการที่ทำงานด้วยความสุจริต เห็นประโยชน์ของราษฎรเป็นที่ตั้ง และประพฤติดี เป็นค่านิยมที่ผู้เป็นพ่อได้ปลูกฝังในครอบครัว “กิตยารักษ์”

“อภิสิทธิ์ ธีระจารุวรรณ” รองผู้จัดการสำนักพิมพ์มติชน บอกว่า รู้สึกดีใจและภูมิใจที่งานของสำนักพิมพ์ได้รับการตอบรับและได้รับรางวัลจากเซเว่นบุ๊คอวอร์ด นั่นหมายถึงกระบวนการคัดสรรต้นฉบับของเราก็มีความเข้มข้นในระดับหนึ่ง ทั้งในด้านคุณภาพและถี่ถ้วน อีกทั้งนักเขียนทั้งสองเป็นบุคคลที่มีความสามารถทั้งบริหารงานราชการและเขียนหนังสือด้วย

อภิสิทธิ์บอกอีกว่า จุดเด่นของหนังสือทั้ง 2 เล่มเป็นเรื่องของเนื้อหาและการนำเสนอ อย่างเรื่องข้ามสมุทร เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์สะท้อนถึงเรื่องสังสารวัฏ ที่เสนอว่าคนเราย่อมต้องเวียนว่ายตายเกิด มีเรื่องข้ามภพ อีกทั้งประวัติศาสตร์ที่อยู่ในนิยายมีการค้นข้อมูลลึก ส่วนที่ไม่มีในข้อมูลก็ใช้จิตนาการเข้าไปเติมเต็ม บางทีอ่านแล้วยังคิดว่าเป็นเรื่องจริง

ส่วนเรื่อง BON VOYAGE นำเสนอให้รู้ว่าข้าราชการที่ดีในสังคมไทยยังมีอยู่ และบอกเล่าถึงความอบอุ่นในครอบครัวสำคัญมากต่อการเลี้ยงดูเด็ก เป็นการปูพื้นฐานให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพ อย่างที่คุณกิตติพงษ์เป็นอยู่ในทุกวันนี้

“รื่นฤทัย สัจจพันธุ์” ประธานคณะกรรมการตัดสินประเภทนวนิยาย ระบุว่า จุดเด่นของนวนิยายข้ามสมุทรอยู่ที่การเล่าเรื่องสนุก นอกเหนือจากนำเสนอสาระความรู้และประวัติศาสตร์ ยังนำเกร็ดประวัติศาสตร์ที่เราอาจจะไม่ได้พบในหนังสือตำราประวัติศาสตร์ทั่วไปมาเล่าด้วย

“เราได้รับความรู้และความสนุกเพลิดเพลินไปด้วย แต่ว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่มีข้อมูลความรู้อย่างมากมหาศาล และด้วยความยาวถึง 925 หน้า ทำให้ส่วนนี้ถ้ามองในแง่ของความเป็นนวนิยาย โครงสร้างของมันมีส่วนที่เป็นสาระข้อมูลหนักกว่าควาเมป็นนวนิยายอยู่เล็กน้อย”

สาเหตุที่ในปีนี้ไม่มีหนังสือประเภทนวนิยายเล่มใดได้รับรางวัลชนะเลิศ รื่นฤทัยอธิบายว่า เนื่องจากหนังสือประเภทนวนิยาย โดยเฉพาะนวนิยายอิงประวัติศาสตร์มีความยาก เพราะหากทำให้มีความเป็นนวนิยายมาก ความเป็นอิงประวัติศาสตร์ก็จะลดน้อยถอยลงไป สำหรับเรื่องข้ามสมุทรสามารถทำให้รู้ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ในรูปของนวนิยาย

มาฟังความรู้สึกของนักเขียน อาจารย์วิษณุ บอกว่า รู้สึกตื่นเต้นตกใจเมื่อทราบว่าได้รับรางวัล นอกจากนี้ยังรู้สึกดีใจและภูมิใจที่มีคนเห็นคุณค่าในงานเขียน แม้จะได้เพียงรางวัลรองชนะเลิศก็ตาม การตีพิมพ์นวนิยายเรื่องข้ามสมุทรประสบความสำเร็จพอสมควร เพราะจัดพิมพ์หลายครั้ง สำหรับผลงานชิ้นใหม่ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนตรวจทาน แก้ไข ยังไม่สามารถระบุชี้ชัดว่าจะพิมพ์แล้วเสร็จเมื่อใด

“เล่มนี้ผมยังไม่ได้ไปทำบุญที่ไหนเลย ต้องรอโอกาสเหมาะๆ เล่มก่อนผมให้เป็นทุนสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพราะเขียนเรื่องเกี่ยวกับ สลค. แต่เรื่องนี้เกี่ยวกับพระนารายณ์ เมืองลพบุรี อาจจะไปทำบุญที่ลพบุรี ผมเคยไปช่วยเขาบูรณะพิพิธภัณฑ์พระนารายณ์ที่นั่น” ผู้เขียนข้ามสมุทรกล่าว

ขณะที่ ผอ.กิตติพงษ์กล่าวว่า อันดับแรกต้องขอบคุณคณะกรรมการที่พิจารณามอบรางวัลให้กับผม เพราะไม่ได้คาดหวังหรือตั้งเป้าหมาย พอได้รับก็รู้สึกดีใจกับรางวัล อย่างน้อยก็เป็นแรงบันดาลใจในการเขียน จุดเริ่มต้นของการเขียนหนังสือเล่มนี้มาจากความต้องการที่จะบันทึกอารมณ์ ความรู้สึก หลังจากสูญเสียคุณพ่อ (นายสุจินต์ กิตยารักษ์ อดีตผู้ตรวจราชการ กระทรวงมหาดไทย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราและมหาสารคาม) จึงอยากเก็บเรื่องการความทรงจำที่มีกับคุณพ่อไว้เป็นที่ระลึก อย่างน้อยให้ลูกหลานได้อ่านเรื่องราวของชีวิตข้าราชการของคุณพ่อผมและตัวผมที่เป็นข้าราชการเช่นกัน

ใช้เวลาเขียนเรื่องประมาณ 1 เดือน เป็นหนังสือแจกในการพระราชทานเพลิงศพ เมื่อทางมติชนมาเห็นก็บอกว่าเรื่องที่เขียนถ่ายทอดในหนังสือ จะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และต้องการนำมาเผยแพร่ จึงเริ่มต้นเขียนในมติชนสุดสัปดาห์ จากนั้นจัดพิมพ์เป็นเล่มชื่อ BON VOYAGE! บนเส้นทางข้าแผ่นดิน และเพิ่มเติมอีก 2-3 บท เพื่อความสมบูรณ์

“หลังจากเปิดตัวหนังสือมีกระแสตอบรับดีมาก เวลาผมไปที่ไหนจะมีคนเดินทางมาคุยกับผมเรื่องของพ่อให้ผมฟัง เพราะได้อ่านจากหนังสือของผม ผมดีใจว่าสิ่งผมตั้งใจเขียนเล่มนี้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย คืออยากให้เรื่องราวของผมมีประโยชน์และแรงบันดาลใจให้กับลูกๆ ทุกคน เรื่องราวในหนังสือเป็นการเล่าเรื่องราวของวิถีชีวิตข้าราชการคนหนึ่ง ทั้งการดำรงตน การใช้ชีวิตประจำวัน สิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนคำสอนที่คุณพ่อสอนผมมาตลอด”

เป็นหนังสืออีก 2 เล่มติดอันดับขายดี ที่สำนักพิมพ์มติชนภูมิใจเสนอ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“วีระ สมความคิด”แจ้งจับเฟซหมิ่นประมาท ตัดต่อภาพ โพสต์เสื่อมเสีย-พ่วงม.112
บทความถัดไปพลังงานเผยน้ำมันดิบในตลาดโลกยังต่ำต่อถึงปลายปีฉุดราคาขายปลีกในประเทศไม่เกิน25 บาทลิตร