เส้นทางของ Bibli ในวันที่ถนน (แทบ) ทุกสายมุ่งสู่นิยายแปลเอเชีย

เส้นทางของ Bibli ในวันที่ถนน (แทบ) ทุกสายมุ่งสู่นิยายแปลเอเชีย

กวาดตามองบนชั้นหนังสือในร้านหนังสือทั้งออนไลน์ออฟไลน์ หนึ่งในกลุ่มหนังสือที่ฮอตฮิตสุดๆ ณ เวลานี้ คือนวนิยายแปลจากฝั่งเอเชีย

ท่ามกลางคู่แข่งมากมาย หนึ่งในสำนักพิมพ์ที่ติด Top Seller ประจำสม่ำเสมอคือ Bibli ที่เพิ่งจะเปิดตัวได้เพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น

Bibli คัดสรรนิยายแปลหลากรสได้ตรงกับความต้องการของผู้อ่าน โดยมีคอนเซ็ปต์ว่า เป็นนิยายที่จะทำให้นักอ่านเติบโตขึ้นอย่างงดงาม เพราะจะทำให้เข้าใจชีวิตมากขึ้น รู้จักอ่อนโยนกับเรื่องราวดีๆ ที่เข้ามา และเข้มแข็งเมื่อวันที่ยากลำบากมากถึง

ขนมปังของพรุ่งนี้ แกงกะหรี่ของเมื่อวาน, ปาฏิหาริย์แมวลายส้มผู้พิทักษ์หนังสือ, ชื่อของเธอคือ… , เมื่อท้องฟ้าแจ่มใส ฉันจะออกไปพบเธอ, Actually, I’m an Introvert ที่จริงแล้ว ฉันเป็นคนเก็บตัวนะ เป็นเพียงบางส่วนจาก Bibli ที่ประทับอยู่ในใจนักอ่านอย่างอบอุ่น

แม้จะเพิ่งเริ่มเดินในเส้นทางนี้ แต่กลับโดดเด่นอย่างน่าจับตา ในวันที่ถนนแทบทุกสายของงานแปล มุ่งสู่นิยายแปลเอเชีย

“พวกเราพยายามที่จะทำให้แบรนด์ของเราชัดเจนมากที่สุด ในเรื่องของการมอบประสบการณ์พิเศษให้กับคนอ่านครับ” จี-จีระวุฒิ เขียวมณี บรรณาธิการบริหารกล่าวด้วยรอยยิ้มกว้าง

“ทั้งเรื่องของการคัดเลือกหนังสือที่จะนำมาแปล การออกแบบปก การเลือกกระดาษ การจัดพิมพ์ หรือ Packaging Design ที่เราตั้งใจให้ออกมาดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เพราะผมเชื่อว่าหนังสือแต่ละเล่มนั้นทำงานกับความรู้สึกของคนอ่านได้มากยิ่งขึ้น หากเราใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ลงไปในหนังสือ ผมอยากให้คนอ่านมีความสุขกับหนังสือทุกเล่มที่พวกเขาซื้อไป และจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของตัวหนังสือกับคนอ่านว่าจะพาพวกเขาไปสู่ความรู้สึกแบบไหน”

จีระวุฒิบอกว่า ตลาดนิยายแปลเป็นตลาดที่ใหญ่ต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว เพียงแต่ว่าสัดส่วนความนิยมของนิยายแปลจากเอเชียนั้นค่อนข้างสูงเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน หรือน้องใหม่อย่างเกาหลีใต้ ที่เข้ามาตีตลาดคนอ่านนิยายในบ้านเราอย่างต่อเนื่อง

“ต้องยอมรับว่าวัฒนธรรมการอ่านของประเทศเหล่านี้ค่อนข้างแข็งแรง หนังสือเล่มยังเป็นสิ่งที่ขายดี ซึ่งทำให้วงการนี้ผลิตนักเขียนออกมาได้อย่างต่อเนื่อง และทำให้มีผลงานใหม่ๆ ที่น่าสนใจออกตามมามากมาย กระทั่งผลงานเก่าๆ ของนักเขียนชื่อดังญี่ปุ่นก็ยังได้รับความนิยมเสมอ เมื่อนำกลับมาพิมพ์ใหม่อีกครั้ง”

นั่นแสดงให้เห็นว่าคุณภาพของงานเขียนของประเทศเหล่านี้อยู่ในระดับสูงมาตลอด

“จริงๆ แล้วตลาดหนังสือแปลจากเอเชียก็ได้รับความนิยมสูงมาโดยตลอดอยู่แล้ว โดยเฉพาะนิยายแปลญี่ปุ่น ตั้งแต่ผมยังทำสำนักพิมพ์อยู่ที่บริษัท MONO เมื่อ 5 ปีที่แล้ว นิยายญี่ปุ่นก็ได้รับความนิยมมาเสมอ เพียงแต่ช่วง 2 ปีมานี้มีนิยายจากเอเชียประเทศอื่นๆ ที่สอดแทรกเพิ่มขึ้นมาอย่างนิยายจากเกาหลีใต้ ซึ่งเมื่อก่อนจะมาในรูปแบบของหนังสือแนวความเรียงเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่อ่านง่าย หรือแนวสร้างกำลังใจแก่คนหนุ่มสาว แต่ในรูปแบบของนิยายเองนั้นเพิ่งจะเริ่มเข้ามา

นิยายเกาหลีก็มีรสชาติที่เหมือนกับภาพยนตร์หรือซีรีส์เกาหลีที่เราคุ้นเคย คือมีความเข้มข้นด้วยพล็อตเรื่องที่แข็งแรง จัดจ้านด้วยวิธีการเล่าเรื่องที่น่าติดตาม หรือมีความโรแมนติก อบอุ่น ในแบบที่ต่างไปจากนิยายญี่ปุ่นชัดเจน ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้น

ส่วนนิยายจากไต้หวันนั้นก็เป็นนิยายที่รสชาติดีเช่นกัน ให้ความละเมียดละไมคล้ายคลึงกับนิยายของญี่ปุ่น ซึ่งนักอ่านไทยเข้าถึงได้ไม่ยากนัก ซึ่งการที่นิยายจากเอเชียได้รับความสนใจจากนักอ่านในบ้านเรามากขึ้น ก็ด้วยการหลั่งไหลของวัฒนธรรมผ่านธุรกิจบันเทิงและการท่องเที่ยว และในช่วงการระบาดของโควิด-19 หนังสือจึงเป็นสื่อกลางที่เข้ามาเติมเต็มประสบการณ์สู่ประเทศเหล่านั้นที่ผู้คนยังเดินทางไปไม่ได้ในตอนนี้” จีระวุฒิวิเคราะห์ภาพรวมของตลาดให้เห็น

ท่ามกลางปลามากมายที่ว่ายวนอยู่ในท้องทะเล ในส่วนของ Bibli ทริคที่สำคัญ คือการเลือกจับปลาให้แม่นยำ ว่าเหมาะกับคนไทยไหม

“ความแม่นยำที่ว่าก็มาจากประสบการณ์ล้วนๆ ซึ่งทุกวันนี้ผมก็ยังต้องฝึกฝนอยู่เสมอ” จีระวุฒิเอ่ย ก่อนอธิบายเพิ่มว่า

“ทีมกองบรรณาธิการของเราก็จะลิสต์หนังสือที่น่าสนใจมาคุยกันอยู่ตลอดอยู่แล้ว และมาประชุมกันว่าเราอยากทำเล่มไหนกันบ้าง เรื่องราวในหนังสือเป็นยังไง น่าอ่านไหม แต่ผมจะเพิ่มเติมในส่วนของการมองเทรนด์ความนิยมของหนังสือในตอนนี้ ว่าคนอ่านกำลังสนใจอะไรแล้วเราควรทำหนังสือเล่มนี้ออกมาเลยไหม หรือบางทีเจอหนังสือที่ดี แต่ถ้าปล่อยออกมาตอนนี้อาจยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีสำหรับหนังสือเล่มนี้ ก็เก็บไว้เพื่อรอเวลาเหมาะๆ อีกทีก็ได้”

ตอนนี้มี 2 เล่มจาก Bibli ที่เพิ่งออกมา และได้รับการตอบรับจากนักอ่านอย่างงดงาม คือ The Stolen Bicycle จักรยานที่หายไป เป็นนวนิยายไต้หวันที่เข้ารอบ Longlisted รางวัล The Man Booker International Prize ปี 2018 จากปลายปากกาของอู๋หมิงอี้ นักเขียนที่น่าจับตามองในวงการวรรณกรรมร่วมสมัยของไต้หวัน ว่าด้วยการเดินทางตามหาพ่อและจักรยานที่หายไปตั้งแต่ 20 ปีก่อนของ เสี่ยวเฉิง ลูกชายคนเล็ก ซึ่งทำให้เขาได้รู้จักใครหลายคนที่เกี่ยวโยงกันด้วยจักรยานโบราณ ในสังคมที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และความทรงจำของมนุษย์ยุคสงครามโลก

อีกเล่มคือ The Why Cafe คาเฟ่สำหรับคนหลงทาง หนังสือที่จะชวนให้คุณค้นหาเป้าหมายในวันที่หัวใจหลงทาง ผ่านเรื่องราวของ จอห์น ชายผู้หมายมั่นจะเดินทางไปชาร์จแบตให้ตัวเองจากชีวิตที่เหนื่อยล้า

หลายคนมองว่านี่เป็นยุคของสำนักพิมพ์เล็กๆ ที่รู้จักตัวเอง และรู้จักคนอ่าน เมื่อถามถึงประเด็นนี้ จีระวุฒิเองก็พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนบอกว่า

“ผมเห็นด้วยนะครับที่ว่ายุคนี้สำนักพิมพ์เล็กๆ สร้างชื่อขึ้นมาได้อย่างน่าตื่นเต้น ซึ่งว่ากันตามจริงที่ผ่านมาก็มีสำนักพิมพ์เล็กๆ ที่เก่งในการคัดเลือกงานแปล และอยู่ในวงการมานาน อย่าง Sunday Afternoon, Merry-Go-Round หรือที่เติบโตขึ้นมาอย่างน่าจับตาอย่างสำนักพิมพ์ Bookscape กระทั่งสำนักพิมพ์น้องใหม่ที่ฝีมือดีมากๆ อย่างสำนักพิมพ์ Sandwich และอีกหลายสำนักพิมพ์ในตอนนี้ก็มีวิธีการเลือกหนังสือที่น่าสนใจ

ในแง่ของอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ในบ้านเรา การมีคนทำหนังสือเกิดและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ย่อมเป็นผลดีกับวงการนี้แน่นอน เมื่อมีหนังสือดีๆ ออกมาแล้วคนอ่านให้การตอบรับ นักแปลหรือบรรณาธิการก็มีงานมากขึ้น โรงพิมพ์ก็มีหนังสือให้พิมพ์มากขึ้น ร้านหนังสือก็มีหนังสือเข้าร้านมากขึ้น กระทั่งร้านหนังสือออนไลน์เองก็ทำรายได้จากหนังสือของทุกสำนักพิมพ์ได้มากขึ้นเช่นกัน

สุดท้ายคนอ่านเองก็ได้มีตัวเลือกที่น่าสนใจมากมายบรรจุเข้าไปในชั้นหนังสือของตัวเอง หรือจะเข้าไปอยู่ในกองดองรออ่านก็ตาม”

เป็นการเดินทางของสำนักพิมพ์เล็กๆ ที่น่าจับตา
…………….
สิรนันท์ ห่อหุ้ม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้หน้า 1 หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอังคารที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2564
บทความถัดไป‘โค้ชเตี้ย’ ลั่น ‘ฉลามชล’ ขอ 3 แต้มจาก ‘สมุทรปราการ’ เพื่อรอดตกชั้น