‘ชัชชาติ-ประจักษ์’ ไม่เชื่อคนไทยไม่อ่านหนังสือ ชี้ต้องมีพื้นที่ปล่อยพลังสร้างความเปลี่ยนแปลง

3.04.22 | 21:25 น.

‘ชัชชาติ-ประจักษ์’ ไม่เชื่อคนไทยไม่อ่านหนังสือ ชี้ต้องมีพื้นที่ปล่อยพลังสร้างความเปลี่ยนแปลง

เมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่สถานีกลางบางซื่อ ภายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 50 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 20 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ที่บูธ A16 ‘สำนักพิมพ์มติชน’ ชั้น 1 (G floor) ใกล้ทางเชื่อมต่อ MRT

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศช่วงเย็นว่ายังมีผู้คนทยอยเข้ามาอย่างคับคั่ง เนื่องจากเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์

เมื่อเวลา 17.40 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. อิสระ หมายเลข 8 เดินทางมาเลือกซื้อหนังสือบูธสำนักพิมพ์มติชนพร้อม รศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งได้พบกันในงาน

นายชัชชาติกล่าวว่า หนังสือคือการเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง คือการเพิ่มข้อมูลในสมองให้สามารถคิดใหม่ คิดแตกต่าง

“ก่อนหน้านี้ได้คุยกับน้องๆ หลายคน เขาอ่านการ์ตูน ผมบอกว่าอ่านไปเถอะ อ่านสิ่งที่คุณรัก จนกระทั่งคุณรักการอ่าน ตอนเด็กผมก็อ่านพล นิกร กิมหงวนเป็นร้อยๆ เล่ม ผมไม่เชื่อว่าคนไทยไม่อ่านหนังสือ คนไทยอ่านหนังสือ แต่ไม่รู้จะไปสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไรมากกว่า คนไทยมีพลังเยอะแยะที่จะค้นคว้า หาความรู้ สุดท้ายมันต้องมีที่ให้เขาปลดปล่อยพลังและสร้างการเปลี่ยนแปลงได้” นายชัชชาติกล่าว

Advertisement

ทั้งนี้ หนังสือที่นายชัชชาติเลือกซื้อ ได้แก่ ภูมิปัญญาปฏิวัติฝรั่งเศส โดย ปิยบุตร แสงกนกกุล, When we vote พลวัตการเลือกตั้ง และประชาธิปไตยในอาเซียน โดย ประจักษ์ ก้องกีรติ, ก่อร่างเป็นบางกอก : Siamese Melting Pot เขียนโดย Edward Van Roy แปลโดย ยุกติ มุกดาวิจิตร และทหารของพระราชา โดย เทพ บุญตานนท์ เป็นต้น

ด้าน รศ.ดร.ประจักษ์เลือกซื้อหนังสือจากบูธสำนักพิมพ์มติชน หลายเล่ม อาทิ A PASSAGE TO INDIA สู่แดนภารตะ โดย อี.เอ็ม. ฟอร์สเตอร์ แปลโดย นพมาส แววหงส์, เล่นแร่แปลภาพ โดย นักรบ มูลมานัส, วัฒนธรรมและพฤติกรรมของไทย เขียนโดย Ruth Benedict แปลโดย พรรณี ฉัตรพลรักษ์, ภูมิปัญญาปฏิวัติฝรั่งเศส โดย ปิยบุตร แสงกนกกุล และก่อร่างเป็นบางกอก : Siamese Melting Pot เขียนโดย Edward Van Roy แปลโดย ยุกติ มุกดาวิจิตร

รศ.ดร.ประจักษ์กล่าวว่า หนังสือ A PASSAGE TO INDIA คอวรรณกรรมพลาดไม่ได้ คนแปลก็มือฉมังอยู่แล้ว อีกทั้งเรื่องราวยังเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์โลกในช่วงอาณานิคม ส่วนหนังสือเล่นแร่แปลภาพ ตนเป็นแฟนคลับการออกแบบของนายนักรบ มูลมานัส ผู้เขียน ซึ่งเป็นศิลปิน นักออกแบบปกที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง จึงอยากทราบว่าเมื่อมาเป็นนักเขียน จะเขียนอย่างไร มีมุมมองอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภายหลังมีการศึกษาประวัติศาสตร์โดยใช้ภาพถ่ายเป็นวัตถุพยานมากขึ้น จึงสนใจว่านายนักรบจะเล่าเรื่องอย่างไร

รศ.ดร.ประจักษ์กล่าวว่า สำหรับหนังสือวัฒนธรรมและพฤติกรรมของไทยถือเป็นงานคลาสสิก เก็บไว้ใช้สอนหนังสือได้ ส่วนเล่มก่อร่างเป็นบางกอกพลาดไม่ได้ เพราะไม่มีคนเขียนประวัติศาสตร์กรุงเทพฯในเชิงมานุษยวิทยา คือไม่ใช่แค่ตึกรามบ้านช่องตรอกซอกซอย แต่เป็นเรื่องของผู้คนหลายชาติพันธุ์ที่ช่วยกันสร้างเมืองสร้างกรุงเทพฯ และเล่มภูมิปัญญาปฏิวัติฝรั่งเศส เหมือนกลั่นมาจากสิ่งที่นายปิยบุตร แสงกนกกุลศึกษามาทั้งชีวิต ตนจึงอยากอ่าน

“กระแสการอ่านของคนรุ่นใหม่คึกคักมาก ผมไม่ชอบประโยคที่ว่า คนไทยหรือวัยรุ่นไทยอ่านหนังสือปีละไม่เกิน 8 บรรทัด ควรเลิกพูดได้แล้ว มันไม่จริงใช่ไหม เมื่อสักครู่ผมเพิ่งไปเซ็นหนังสือส่วนใหญ่ 80% คนที่มาซื้อคือเด็ก คือคนรุ่นใหม่อายุประมาณ 18-30 ปี เขากระหายอยากรู้ มีคำถามเกี่ยวกับโลก เกี่ยวกับสังคมไทย เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เยอะแยะไปหมด” รศ.ดร.ประจักษ์กล่าว