‘ไผ่’ เชื่อ เพราะกลัวถึงติดอีเอ็ม ยังมั่นใจสถาบันปชช.-ตอบปมม็อบแผ่ว รอคนเติมแรง เบาในสนามถนน แต่ยังสู้บทบาทอื่น
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ GalileOasis ซอยโรงเรียนกิ่งเพชร ถนนบรรทัดทอง เขตราชเทวี กรุงเทพฯ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นเนล ประเทศไทย และโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw จัดงานเปิดตัวหนังสือ “THERE’S ALWAYS SPRING – เมื่อถึงเวลาดอกไม้จะบาน” ที่ร่วมเขียนโดยอาสาสมัครสังเกตการณ์การชุมนุม ภายใต้โครงการ “Mob Data Thailand” เพื่อสังเกตการณ์ และบันทึกข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมสาธารณะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
โดยบรรยากาศ เวลา 18.00 น. ตัวแทนสวนดอกไม้แห่งความหวัง ได้แก่ นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ร่วมวงเสวนาสะท้อนภาพการชุมนุมช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อาทิ นายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน, น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ดาวดิน แกนนำกลุ่มทะลุฟ้า, น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือ ลูกเกด โดยมี นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการฯ ไอลอว์ ดำเนินรายการ ท่ามกลางประชาชน นักเคลื่อนไหว เดินทางมาฟังเสวนา และร่วมตอบคำถาม ด้วยการทายภาพเหตุการณ์การชุมนุม ว่าเกิดขึ้นวันที่เท่าไหร่ เป็นการชุมนุมอะไร มีอะไรเกิดขึ้นในวันนั้นดังกล่าวบ้าง
อ่านข่าว :
- ไผ่-อานนท์-มายด์-ลูกเกด ย้อนภาพ ปวศ. เปิดตัว ‘เมื่อถึงเวลาดอกไม้จะบาน’ จารึกขบวนการราษฎร 63
- อานนท์ ลั่น อยู่ในช่วง ‘ตกผลึกความคิด’ สั่งสมรอวันปลดปล่อย กลางวันสว่าง แต่ ‘ดาวไม่ได้หาย’
ในตอนหนึ่ง เมื่อนายยิ่งชีพ สอบถามว่า เมื่อนึกถึงปี 2563-2564 ที่มีพัฒนาการทางการเมืองหลายช่วง มีอะไรค้างอยู่ในใจบ้าง ภาพในใจที่มีความหมาย คืออะไร ?
นายจตุภัทร์ หรือ ไผ่ ดาวดิน กล่าวว่า มันมีความหวัง ความฝัน การต่อสู้กระจายไปต่างจังหวัด ที่ไม่เคยออกมาก็ออกมา ปี 2557 เราสู้กับรัฐประหาร คนด่าว่าเรา ไม่เข้าใจ พอปี 2563-2564 เป็นการยืนยันว่า มีคนคิดอย่างนี้เยอะ มีความหวัง ซึ่งตนได้อยู่ที่อีสานในช่วงนั้น
“ผมอยู่ขอนแก่นก็ได้รับรู้พลัง มหาวิทยาลัยไม่เคยจัด ก็มี แข่งกันออกแบบ สร้างสรรค์ ตื่นเต้นดี” นายจตุภัทร์กล่าว

เมื่อนายยิ่งชีพถามว่า ถ้าปี 2563 ให้ความหวัง พลัง แล้วตอนนี้ไม่มีการชุมนุมใหญ่ ความหวังที่เบ่งบาน ยังมีอยู่หรือไม่ ?
นายจตุภัทร์เผยว่า ปี 2563-2564 คือการเรียนรู้ ไม่ว่าใครที่ออกมาต่อสู้ รุ่นไหน เราไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้ชนะ แต่เราทำสิ่งที่ต้องการ
“เขาไม่ฟังก็เรื่องของเขา เป็นเรื่องของเรา ว่าจะสู้ต่ออย่างไร บางคนมองว่า 3-4 เดือนจะเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่มันคือความคาดหวัง และยังเป็นเพียงการเรียนรู้ ทุกคนได้สร้างประสบการณ์ร่วมกันแล้ว การต่อสู้ครั้งหน้า เส้นทาง ดอกไม้จะบาน
การต่อสู้น้อยลง ก็ตามบรรยากาศ เราก็เหนื่อย ทุกคนเป็นมนุษย์ เหนื่อยก็พัก ผิดหวังก็ไปสร้างความหวัง ณ วันนี้ยังมีคนสู้อยู่ น้อยลงในเชิงปริมาณ แต่ตราบใดที่ยังมีความอยุติธรรมอยู่ จะทำให้คนออกมาต่อสู้ ขยายแนวร่วม บรรยากาศ ณ วันนี้เป็นอย่างนั้น”

“กลัว ถึงเอากำไลอีเอ็มมาติด สิ่งที่ทำคือคุณูปการ สร้างประวัติศาสตร์ เราอาจไม่ได้ยืนบนเวทีปราศรัย แต่เราก็ยืนในบทบาทอื่นของการต่อสู้ การต่อสู้ทางชีวิต ทางการเมือง มันก็คือการต่อสู้ เมื่อเราพร้อม มีพลัง ก็จะกลับมาสู้อีกครั้ง กว่า 10 ปี เห็นการต่อสู้ของประชาชนมาโดยตลอด เมื่อเราเข้มแข็ง มีพลัง ก็ออกมาสู้ต่อ คิดเครื่องมือรูปแบบใหม่ๆ อาจจะเบาบางลงในสนามท้องถนน”
ผมเชื่อว่า บ้านเรา ถ้าใครเห็นสถานการณ์หลายๆ อย่าง สถาบันที่ยังหวังได้ คือสถาบันประชาชน รอให้ทุกคนมีแรง และกลับมา ประเทศนี้เป็นของทุกคนอยู่แล้ว” นายจตุภัทร์กล่าว
ในช่วงท้าย มีการเปิดภาพ 13 สิงหาคม 2564 ม็อบศุกร์ 13 ไล่ทรราช ซึ่งมีการสลายการชุมนุมที่แยกดินแดงครั้งแรก โดยปรากฏภาพ นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวอิสระ นำถุงพลาสติกมาคุลมหัว เพื่อป้องกันแก๊สน้ำตาในการสลายการชุมนุม
โดย นายจตุภัทร์ กล่าวว่า ตอนนั้นตนอยู่ในโรงพยาบาล ติดโควิด-19 แต่ได้ดูข่าว เห็นผู้สื่อข่าวบอกว่า “ดินแดงแดนอิสระ”


