‘ครูดิน’ วิ่งเหยาะ เลาะโกดังมติชน เผยวงการรันไว คนกระโจนใส่ 16 ล้าน ย้ำ คำนึงต้นทุนร่างกาย

ครูดิน อดีตนักวิ่งทีมชาติไทยนำวอร์มออกวิ่ง ที่ศูนย์กีฬาประชานิเวศน์ ห่วงนักวิ่งไทยซ้อมมาราธอนพิชิตสถิติกระทบสุขภาพ แนะคำนึงต้นทุนร่างกาย

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่มติชนอคาเดมี ถนนเทศบาลนิมิตใต้ ซอย 12 ประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร สำนักพิมพ์มติชน จัดงาน “สมานมิตรฯ Return เปิดโกดังหนังสือดี” วันนี้เป็นวันที่ 5 โดยจะมีไปจนถึง 4 ธันวาคม ตั้งแต่ เวลา 10.00 – 19.00 น.

เมื่อเวลา 16.00 น. มีกิจกรรม เวิร์คช้อป วิ่งได้ วิ่งดี กับครูดิน โดย นายสถาวร จันทร์ผ่องศรี หรือครูดิน อดีตนักวิ่งทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองแดง ในซีเกมส์ ครั้งที่ 13 เมื่อปี 2528 และเจ้าของผลงาน หนังสือ “วิ่งได้ ไม่ใช่แค่ ได้วิ่ง”

นายสถาวร กล่าวว่า หนังสือวิ่งได้ ไม่ใช่แค่ ได้วิ่ง เป็นการหลอมรวมประสบการณ์และเป็นรูปแบบการสอน ตั้งแต่เริ่มต้นรวมกับหลักการที่เราเรียนมาอยู่ในเล่มนี้เกือบทั้งหมด จนถึงตารางฝึกฮาฟมาราธอนที่พิสูจน์มาแล้ว โปรแกรมของชุมชนบ้านวัดใจทำวิจัยกันมาได้ผลมา 98% ส่วนเล่มที่ 2 จะออกในเดือนมีนาคมถึงเมษายน 66 โดยเขียนมา 2 ปี จึงต้องมาปรับอีกครั้ง เนื่องจากมีข้อมูลใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ปัจจุบันนักวิ่งที่กระโดดเข้ามาสู่วงการวิ่ง เกือบ 16 ล้านคน

Advertisement

นายสถาวร กล่าวต่อไปว่า การกระโจนเข้าสู่วงการวิ่ง โดยการเห็นสถิติมองเห็นคนรอบข้างที่มีความเป็นเลิศหรือมองในสื่อโซเชียล อยากกระโจนเข้าไปอยู่ในบทบาทที่หลายๆคนเขาเป็นอยู่ เพราะสามารถโชว์ตัวตนได้ โดยสถิติและอะไรต่างๆนานาที่โพสต์กัน อยากทำสถิติให้ดีโดยบางครั้งไม่ได้วิเคราะห์หรือประเมินถึงฐานต้นทุนความแข็งแกร่งที่มี

“นักวิ่งในอดีตเป็นนักวิ่งที่มาจากนักเรียน พวกนี้จะเล่นกีฬาตั้งแต่กีฬาสี กีฬาโรงเรียนหรือกีฬาจังหวัด เขาสะสมความแกร่งจากการเป็นนักกีฬาและฐานของความแข็งแกร่งนี้ทำให้เขามีต้นทุนที่สูงกว่าตั้งแต่เด็ก แต่ถ้ามาปัจจุบันถ้าเรามองกันจะมีนักวิ่งเริ่มตอนทำงาน หรือตอนเป็นพ่อบ้านแม่บ้าน ที่หันออกมาออกกำลังกาย และในช่วง 1-2 ปีแรก คนที่มาวิ่งใหม่จะทำให้เก่งง่ายมากเพราะความสด ของร่างกายและการที่ไม่เคยมาเผชิญกับความเหนื่อยยากอะไรต่างๆที่เหมือนกับนักกีฬาปกติ การเติบโตของกล้ามเนื้อไม่ช้ำและการเจริญเติบโตและปัจจัยรอบข้าง ที่เป็นสิ่งเร้าทำให้เกิดความเหี้ยนกระหือรือ ทำให้เราสามารถที่จะไปจุดนั้นในระยะเวลาสั้นๆ” นายสถาวร กล่าว

นายสถาวร กล่าวอีกว่า หนังสือเล่มนี้ไม่เก่าเลย ยิ่งปัจจุบันจะยิ่งเห็นภาพว่าสิ่งที่ตนเขียนเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ถ้าประเมินต้นทุนตัวเองเป็น วิเคราะห์ต้นทุนตัวเองให้ถูกต้องการพัฒนาในการวิ่งจะถูกวางเป็นขั้นตอน แล้วจะทำให้เราวิ่งได้อย่างสนุกและปลอดภัย

“เราไม่ได้ซ้อมกีฬาเพื่อไปพาราลิมปิก เราซ้อมเพื่อให้เรามีศักยภาพในร่างกายของเราให้ออกมาดีที่สุด สิ่งที่เราห่วงใยคือคนมีครอบครัว สังคมผู้สูงอายุกำลังคืบคลานเข้ามา ปี 2566 นี้ก็เต็มรูปแบบแล้ว เพราะตัวเราเองแต่ลูกหลานต้องรับภาระในวันข้างหน้า ก็ทำให้วิ่งนั้นมีคุณค่า วิ่งให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตตัวเองและคนรอบข้าง

ในวันนี้ก็รู้สึกว่าวงการวิ่งนั้นเปลี่ยนไป ไม่ควรจะไปเร็วแบบนี้ ควรจะคำนึงเรื่องสุขภาพของคนที่วิ่ง รวมถึงคนที่เป็นเลิศที่ติดทีมชาติด้วยก็ตาม แล้วถ้าบั้นปลายแล้วการติดทีมชาติทำให้คุณกลายเป็นคนที่เป็นภาระในวันข้างหน้ากับครอบครัวก็ไม่เหมาะ ก็เล่มนี้ที่ครูตัดสินใจเขียนเพราะเรื่องนี้เพราะเพื่อนครูหลายคน ทีมชาติที่อยู่รุ่นเดียวกันกับรุ่นน้อง ติดทีมชาติไประดับชิงแชมป์โลก ตอนนี้นัดพบคุณหมอกายภาพทุกอาทิตย์” นายสถาวรกล่าว

นายสถาวร กล่าวว่า รุ่นก่อนหน้าตน 5 ปี หรือย้อนหลังตนไปอีก 5 ปี ตอนนี้ไม่มีสภาพ ไม่เกี่ยวกับวิ่งแล้วทำให้เสียแต่รูปแบบและกระบวนการทำให้คนเหล่านั้น ผิดในสิ่งที่ควรจะเป็น เท่ากับช่วงระยะเวลา 10 ปี ไม่เหลือนักวิ่งมาราธอนหรือนักวิ่งระยะไกลของไทยที่ยังดูแลสุขภาพได้ดี การเข้าสู่วงการวิ่ง 1. เป็นคนที่ออกกำลังกายต่อเนื่อง กับคนที่ไม่เคยออกกำลังกายเลย เพื่อนชักชวนมา 2.เล่นบ้าง แต่ไม่สม่ำเสมอ 3. เล่นทุกวันแต่อาจจะไม่ใช่วิ่ง 4. คือวิ่งเพื่อสุขภาพทั่วๆไปเป็นประจำ ต้องการทำให้สถิติของตัวเองให้ดีขึ้น กับกลุ่มสุดท้าย 5 คือกลุ่มเพื่อความเป็นเลิศ ต้องการสถิติ ต้องการโพเดียม ต้องการขึ้นรับรางวัล ต้องแบ่งฐานตรงนี้ก่อนและฐานตรงนี้มีที่มาที่ไป เช่น ในเรื่องของเพศ อายุและข้อจำกัดของการออกกำลังกาย เช่น โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นปัจจัยหนึ่ง ที่จะต้องนำมาวิเคราะห์เมื่อต้องไปออกกำลังกาย และความแข็งแรงของร่างกายซึ่งเป็นกรรมพันธุ์

“ต้นทุนภาวะเศรษฐกิจการทำงานปัจจัยในเรื่องของต้นทุนที่เกี่ยวกับการใช้พื้นที่ ที่ต้องออกไปวิ่ง เพราะฉะนั้นเรื่องเศรษฐกิจเช่น คุณต้องซ้อมหนักซ้อมเบา เรื่องอาหารต้องเข้าไปเสริมสร้างให้เป็นตัวที่สนับสนุนมีผลอยู่แล้ว” นายสถาวร กล่าว

นายสถาวร กล่าวว่า วิ่งทางไกลต้องมีการวางแผน เวลาในช่วงที่จะแข่งขันอย่างน้อย 4 เดือน ช่วงแรกหนีไม่พ้นเรื่องการพัฒนาความอดทน พยายามย้ำเสมอว่าวิ่งช้าให้เป็น มา 10 ปี ซึ่งความช้า โดยปกติจะใช้การอัตราการเต้นของหัวใจ

“ถ้าเราคุมจังหวะได้เวลาที่เราไปวิ่งความเร็วเราจะวิ่งง่าย เราจะสามารถประเมินในความเหนื่อยได้ ประเมินในเรื่องของการใช้พลังงานได้ประเมิน จำนวนเที่ยวที่เราจะสามารถวิ่งได้ ทำให้เราไม่หมดก่อนและไม่เหลือมากเกินไป” นายสถาวรกล่าว

ต่อมาเมื่อเวลา 17.00 น นายสถาวรและผู้ร่วมกิจกรรม เดินทางมายังศูนย์กีฬาประชานิเวศน์ ประมาณ 23 คน และเริ่มการเริ่มตั้งแต่การวางเท้า โดยปลายเท้าชี้ไปข้างหน้า ทิศทางการวิ่ง วิ่งยกกระบังลม การลงน้ำหนักเท้า จากนั้น มีการวอร์มร่างกายด้วยท่าทางต่างๆ อาทิ การหมุนแขนสลับหน้าและหลัง การก้มแตะเท้า และกระโดดตบ เป็นต้น

ทั้งนี้ มีประชาชนที่มาใช้บริการศูนย์กีฬาฯร่วมวอร์มอัพด้วย บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน จากนั้นจึงเริ่มวิ่งเมื่อเวลา 18.00 น.

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image