‘วันชัย ตัน’ มัดรวมประสบการณ์ 3 ทศวรรษ ชวนต่อจิ๊กซอว์ ‘Lost Forest’ ไขคำตอบที่หมักหมม 50 ปี

‘วันชัย ตัน’ มัดรวมประสบการณ์ 3 ทศวรรษ ชวนต่อจิ๊กซอว์ ‘Lost Forest’ ไขคำตอบที่หมักหมม 50 ปี

สืบเนื่องกรณีสำนักพิมพ์มติชน ร่วมกับ หน่วยงานพันธมิตร เตรียมจัดงาน “Knowledge Book Fair 2024 เทศกาลอ่านเต็มอิ่ม” ในวันที่ 16-18 กุมภาพันธ์ 2567 ตั้งแต่เวลา 12.00-21.00 ณ พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติมิวเซียมสยาม โดยมีกิจกรรมมากมาย อาทิ Bookfair, ฟังทอล์ค, วอร์คทัวร์, เวิร์กช็อป, Special Exhibition, Music: Roberto Uno และ Food รวมบูธร้านอาหารชื่อดัง เป็นต้น

โดยช่วงของการกิจกรรมฟังทอล์ค ชวนประชาชนมาร่วมวงพูดคุยสารพัดประเด็น ที่ทั้งอัดแน่นความรู้และความสนุกสุดเข้มข้น อาทิ ‘อโยธยา’ น่าหาคำตอบ, บอกเล่าเบื้องหลังของภาพยนตร์ ‘แมนสรวง’, ชวนขุดคุ้ยเหตุการณ์สำคัญในช่วงที่ จอมพล ป. พิบูลสงครามลี้ภัยการเมือง, The Lost Forest ป่าที่สูญหาย-อากาศที่ถูกทำลาย และอื่นๆอีกมากมาย ที่จะนำพูดคุยโดย นักเขียน นักวิชาการ และนักแปล จากนักเขียน นักวิชาการ และนักแปลอย่างคับคั่ง

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ สื่อมวลชนผู้ติดตามประเด็นสิ่งแวดล้อมกว่า 30 ปี ซึ่งจะเป็นวิทยากรช่วงทอล์ค Book Launch ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ เวลา 14.30-15.30 น. หัวข้อ ‘Lost Forest ป่าที่สูญหาย-อากาศที่ถูกทำลาย’ เปิดเผยว่า ตลาดหนังสือในไทยมีส่วนที่เนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์การเมือง ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ ประวัติศาสตร์สังคมประเพณี และอื่นๆ แต่ประวัติศาสตร์สิ่งแวดล้อม กลับยังไม่มีใครเขียนเป็นเรื่องเป็นราว หรือรวมเล่ม

Advertisement

“ผมในฐานะที่ทำงานเกี่ยวกับข่าว และสารคดีสิ่งแวดล้อมมา 30 กว่าปี ก็รู้สึกว่าอยากจะแบ่งประสบการณ์จากการลงพื้นที่ทั่วประเทศ

เราจะพาย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ของการทำลายป่าว่าคือใคร หรือ การพัฒนาเศรษฐกิจที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 50-60 ปี มันมีส่วนในการแย่งชิงทรัพยากร ที่มีการทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แต่ไม่ค่อยมีคนรับรู้สักเท่าไร

ทุกวันนี้เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่คนพูดกันเยอะมาก อยากจะให้คนเข้าใจว่า ก่อนที่จะเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมขั้นรุนแรงในช่วงปัจจุบันนี้ ทั้งมลพิษ (PM2.5) หรือ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate change) มันไม่ได้อยู่ดีแล้วเกิดขึ้น แต่มันมีที่มาที่ไปของมันพอสมควร

Advertisement

การพูดคุยนี้อาจจะทำให้เราได้เห็นว่า ที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่จะมีวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม ทำไมเราต้องมี SDGs หรือ Carbon credit จนเราต้องมีมาตรการเยอะแยะมากมาย เพราะเราทำร้ายโลกมามาก อาจจะสายเกินไปแล้วก็ได้ ” นายวันชัยเผย

นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

นายวันชัยกล่าวว่า ประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ดูไกลตัว จะสามารถเห็นความชัดเจนได้มากขึ้น เช่น หากเรากินแฮมเบอร์เกอร์ เรารู้หรือปล่าว่าเราเป็นส่วนในการสร้าง PM2.5 เพราะเนื้อวัว หรือ เนื้อหมู เขาบริโภคอาหารพวกข้าวโพด แล้วทุกวันนี้คนกินเนื้อสัตว์มาก จึงต้องมีการปลูกข้าวโพดมากขึ้น เพื่อทำเป็นอาหารสัตว์ จนลามไปถึงการทำลายป่าครั้งมโหฬาร เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ป่ามาปลูกข้าวโพด

“เมื่อเกิดการทำลายป่าเพื่อปลูกข้าวโพด พอถึงหน้าเก็บเกี่ยวก็จะมีการเผา เพื่อเก็บเกี่ยวข้าวโพด ก็กลายเป็นหมอกควันพิษ PM2.5 ย้อนกลับมาทำร้ายเรา เพราะฉะนั้นเมื่อเราพูดถึงเรื่อง PM2.5 มันไม่ใช่เรื่องห่างไกลตัวเราหรอก เราก็มีส่วนในการทำสิ่งเหล่านี้ รวมถึงควันไอเสียจากรถยนต์ ก็เป็นต้นเหตุสำคัญอันดับต้นๆของการเกิด PM2.5 อีกด้วย

ด้านการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ มันก็มาพร้อมกับการแย่งชิงใช้ทรัพยากรธรรมชาติ สมัยก่อนพื้นที่ป่ามันเยอะ แต่เมื่อเราต้องการเก็บเกี่ยวส่งข้าวเพื่อส่งออก เราก็แย่งชิงพื้นที่ป่า มาเป็นไร่นากันมากขึ้น เราต้องการข้าวโพดมากขึ้นก็เปลี่ยนพื้นที่ป่า เพื่อสร้างเป็นอาหารไปเลี้ยงสัตว์ สิ่งเหล่านี้มันเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติทั้งนั้น” นายวันชัยกล่าว

นายวันชัยกล่าวต่อไปว่า เมื่อเราขยายโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น สิ่งที่ตามมาก็ คือ ควันพิษ หรือ อากาศเป็นพิษ แม้นิคมอุตสาหกรรมจะสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ แต่อีกด้านหนึ่งก็สร้างมลพิษอย่างมหาศาลให้กับคนในพื้นที่เช่นเดียวกัน

“การทำอะไรก็ตามมันมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหมด แต่ที่ผ่านมาเรามักจะไม่พูดถึงกระทบ มักจะพูดถึงด้านบวกเสมอ เช่นเดียวกับปัญหาในทุกวันนี้ คือ การบริโภคที่มากเกิดไป มันก็จะส่งผลกระทบต่อธรรมชาติอย่างแน่นอน เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว

การชวนคุยในครั้งนี้พูดได้ว่าเป็นการร่วมหาคำตอบที่หมักหมมมากว่า 50 ปี ถ้ามาฟังแล้วจะได้จิ๊กซอว์ไปต่อให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่า มันมีที่มาที่ไปตลอดเวลาอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องของการทำลายป่า ซึ่งป่ามันหายไป เพราะมันมีเหตุผลเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ และเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เราต้องแลกมาทั้งนั้น” นายวันชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพิมพ์มติชนมุ่งหวังให้ ‘เทศกาลอ่านเต็มอิ่ม 2024’ เป็นพื้นที่ในการเรียนรู้สำหรับทุกวัย ซึ่งนอกจากกิจกรรมที่เสริมสร้างความรู้ ยังมีกิจกรรมเพิ่มความสนุกอีกมากมาย ท่ามกลางบรรยากาศเสียงเพลงจากวงดนตรี Roberto Uno และร้านอาหารรสเด็ดอิ่มอร่อยตลอดทั้งงาน

สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีได้ที่https://www.matichonevent.com/knowledge-book-fair-2024/

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image