กัญชา ยาเสพติดยอดนิยม : วีรพงษ์ รามางกูร

“ผมบ้ากัญชา-จนหูตาลาย เห็นหมูตัวเท่าควาย โอ้เดือนหงายเห็นเป็นเดือนคว่ำ …” เป็นเนื้อเพลงลูกทุ่งยอดนิยมสมัยเมื่อ 60-70 ปีก่อน ที่สถานีวิทยุนำมาเปิดให้ได้ยินอยู่ทุกวัน แสดงถึงความแพร่หลายของยาเสพติดสมัยนั้น

แม้ว่าขณะนี้จะไม่ได้ยินเพลงลูกทุ่งที่คร่ำครวญถึงกัญชา ยาเสพติดยอดนิยมรองลงมาจากบุหรี่และยาเส้น ที่ผิดกันก็คือ ยาสูบและยาเส้นนั้นสามารถเสพได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ไม่ต้องไปลงทะเบียนผู้เสพ ชาวบ้านสามารถปลูกเพื่อใช้บริโภคภายในครอบครัว แต่จะทำเพื่อการค้าไม่ได้ เพราะต้องเสียอากรใบยาสูบและภาษีบุหรี่ ซึ่งมีอัตราสูงมาก สูงกว่าค่าใบยาสูบและบุหรี่ด้วยซ้ำ เพราะบุหรี่และยาเส้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่จะห้ามเลยก็ห้ามไม่ได้ เพราะจะลงใต้ดินหมด หรือไม่ก็จะมีการลักลอบนำเข้ามาจากต่างประเทศ เจ้าพนักงานศุลกากรของเราไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะยับยั้งการลักลอบนำเข้า หรือลักลอบปลูกและผลิตภายในประเทศได้ จึงใช้ภาษีเป็นเครื่องมือ แต่การลักลอบนำบุหรี่จากต่างประเทศเข้ามาก็มีอยู่ ส่วนมากเป็นบุหรี่ตราดังของบริษัทผลิตบุหรี่ของอเมริกันและอังกฤษ

รายรับอากรภาษีสรรพสามิตและภาษีนำเข้าที่เก็บจากบุหรี่และยาเส้น เคยมีสัดส่วนที่สูงในงบประมาณรายรับ แต่บัดนี้มีปริมาณและอัตราส่วนในงบประมาณรายรับลดลง เนื่องจากการรณรงค์ของกระทรวงสาธารณสุขทั่วโลกที่ต่อต้านการสูบบุหรี่และยาเส้น ทำให้รัฐบาลโดยกรมสรรพสามิตและกรมศุลกากรเก็บภาษีจากบุหรี่และยาเส้นได้น้อยลง

ส่วนกัญชาและกระท่อมซึ่งเป็นยาเสพติดยอดนิยมของชาวบ้านอีกสองประเภทที่รัฐไม่อนุญาตให้ผลิตและหรือเสพเลย เราจงไม่มีข้อมูลปริมาณและจำนวนผู้เสพ แต่คิดว่าคงจะมีน้อยลง หรือมีมากเหมือนเดิม เพราะว่ากัญชาเป็นยาเสพติดที่หาง่าย ราคาไม่แพง สามารถปลูกเองได้ง่ายๆ ในสนามหญ้าหลังบ้าน ที่ลับตาคนบ้าง แม้จะมีคนเห็นคนที่เห็นก็ไม่รู้ว่าเป็นต้นอะไร ส่วนสุราเป็นเครื่องดองของเมาที่เสพแล้วมึนเมา เป็นยาเสพติดที่รัฐบาลเปิดประมูลให้สัมปทานเอกชนไปผลิต ส่วนสุราต่างประเทศให้ใช้ภาษีสรรพสามิตในอัตราสูง เพื่อสกัดกั้นผู้นิยมการดื่มสุรา

ต้นกัญชาเป็นวัชพืช ต้นสูงประมาณเอว ใบเป็นแฉก 3-4 แฉก เหมือนต้นไม้ชนิดหนึ่งซึ่งชาวบ้านนิยมตัดมาทำไม้กวาดแข็ง ต้นและใบคล้ายปอกะเจา ซึ่งชาวไทยเชื้อสายจีนแต้จิ๋วและชาวไทยเชื้อสายเวียดนามในภาคอีสานและลาว นิยมปลูกเอาใบมาลวกแล้วผัดกระเทียม ไว้รับประทานกับข้าวต้มกุ๊ย สมัยก่อนร้านข้าวต้มกุ๊ยในกรุงเทพฯมีอยู่ทั่วไป แต่เดียวนี้ไม่มีแล้ว

ใบกัญชาตากแห้งแล้วเอามาหั่นซอยให้เป็นฝอยใช้สูบ วิธีสูบมี 2 อย่าง คือใช้มวนกับใบตองแห้งสำหรับภาคอีสานและภาคเหนือกับมวนด้วยใบจาก อีกวิธีคือใช้บ้องไม้ไผ่เจาะรู สวมเดือยที่
จะเป็นหลอดสำหรับยัดยาเส้นหรือกัญชา ในกระบอกใส่น้ำเพื่อกรองควันให้สะอาด วิธีสูบโดยใช้บ้องนี้จะมีรสชาติดีกว่า แต่ยุ่งยากในการสูบมากกว่า

เมากัญชาไม่เหมือนเมาบุหรี่ เมากัญชาคือจะเห็นภาพหลอน เห็นอะไรใหญ่โตไปหมด อารมณ์ดี เห็นอะไรเป็นของน่าขบขันไปหมด กัญชาจึงเหมาะที่จะเป็นของเสพเพื่อการสันทนาการ สำหรับการจัดปาร์ตี้

ถ้าใครไปเรียนมหาวิทยาลัยหรือมัธยมปลายในสหรัฐอเมริกาและอาศัยอยู่ในหอพัก นักศึกษามักจะชอบจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ที่มีสุราและลงท้ายด้วยกัญชามวนแทนบุหรี่ กัญชาที่ใช้ส่วนมากมาจากเม็กซิโกหรือจากไทยและลาวซึ่งมีคุณภาพดีกว่า เคยได้ยินว่ากัญชาจากอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม เป็นกัญชาที่มีคุณภาพดีที่สุดในโลก เรียกกันในหมู่คนสูบในอเมริกาว่า Thai stick หรือ Thai pot เป็นต้น

เคยเป็นแขกรับเชิญจากสมเด็จพระเจ้าอา ของพระราชาธิบดี ของราชอาณาจักรภูฏาน เจ้าหญิงไอชิ ซึ่งมีพระราชวังฤดูร้อนนอกเมืองหลวงทิมฟู พระราชวังตั้งอยู่บนเนินเขาสูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000-1,500 เมตร อากาศเย็นสบายทั้งปี ทั่วบริเวณพระตำหนักและที่อื่นๆ มีต้นกัญชาขึ้นเองตามธรรมชาติทั่วไป ชาวภูฏานเกี่ยวกัญชาด้วยเคียวเอามาเลี้ยงหมู หมูของภูฏานจึงมีอารมณ์ดีตลอดชีวิต เนื้อหมูของภูฏานจึงมีรสอร่อย รสชาดดีกว่าหมูที่เลี้ยงในประเทศอื่นๆ

ที่เมืองไทยเป็นที่รู้กันทั่วไปว่ากัญชานั้นเข้ากันกับเนื้อวัว ถ้าจะทำเนื้อตุ๋น ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ต้องใส่กัญชาลงไปสักกำมือหนึ่ง ขายได้ทั้งวัน ลูกค้าจะติดใจไม่ไปกินร้านอื่น แกงเนื้อไม่ว่าจะเป็นแกงเผ็ดแกงเขียวหวานหรือแพนง ถ้าใส่กัญชาผสมเข้าไปในเครื่องแกง รับรองว่าวันนั้นต้องหุงข้าวเพิ่ม เพราะข้าวไม่พอกิน

กัญชาที่มีคุณภาพดีที่สุดในโลก นอกเหนือไปจากจังหวัดชายแดนไทยติดกับลาวแล้ว บริเวณชายแดนลาวที่ติดกับไทยก็มีการลักลอบปลูกกัญชาเหมือนกัน ที่ว่าลักลอบเพราะลาวก็มีกฎหมายห้ามการเสพการผลิตกัญชาเหมือนกับประเทศไทย แต่ก็มีการลักลอบผลิต ลักลอบปลูก เพื่อส่งไปอเมริกาและยุโรปเหมือนๆ กับไทย รัฐบาลสหรัฐอเมริกาไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการสกัดกั้นยาเสพติดประเภทนี้ ก็เลยหันมาเล่นงานประเทศผู้ผลิต

ความจริงแล้วคนอเมริกันที่ชอบเสพกัญชาก็ปลูกเองหลังบ้านในฤดูร้อน และใส่กระถางเอามาตั้งรับแดดที่วงกบหน้าต่างในฤดูหนาว มีให้เห็นอยู่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชนบทหรือในรัฐตอนกลางของประเทศ รวมทั้งในเมืองที่ในที่ลับตาของชาวบ้านสักหน่อย บ้านละ 5-6 ต้น แล้วเก็บตากให้แห้งไว้ใช้บริโภค

บัดนี้อเมริกากลับเปลี่ยนทัศนคติ กัญชาซึ่งเคยเป็นยาเสพติดร้ายแรงก็กลับเห็นเป็น “สมุนไพร” ที่สามารถนำมาสกัดน้ำมันไว้เป็นยารักษาโรคร้ายแรงได้หลายชนิด เช่น มะเร็ง โรคซึมเศร้า โรคเบื่ออาหาร วิตกกังวล นอนไม่หลับและอื่นๆ และเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ จึงเกิดความคิดที่จะแก้กฎหมาย ผ่อนคลายให้องค์กรของรัฐสามารถอนุญาตให้มีการผลิตการปลูก เพื่อให้องค์กรของรัฐที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตน้ำมันกัญชาสามารถมีแปลงผลิตกัญชาที่ไม่ใช่ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง เพื่อส่งไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำมันกัญชา เป็นที่ฮือฮามากเมื่อเปิดให้มีการขอใบอนุญาตผลิตกัญชา มี
ผู้สนใจมายื่นขออนุญาตกันอยู่หลายราย

คุยกับเพื่อนที่เป็นแพทย์หลายคน ซึ่งส่วนใหญ่อายุเกิน 75 ปีแล้ว มักจะมีความเห็นไปในทางต่อต้าน ไม่เห็นด้วยกับการแก้กฎหมายเพื่อผ่อนคลายให้องค์กรของรัฐที่เกี่ยวข้อง สามารถผลิตหรือออกใบอนุญาตให้เกษตรที่จดทะเบียนผลิต ภายใต้การควบคุมของ “รัฐ” ได้ เพราะไม่เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐไทยหรือรัฐลาวจะมีประสิทธิภาพในการควบคุมการปลูกการผลิตและการเสพยาเสพติดประเภทนี้ได้ อีกทั้งกัญชาเป็นยาเสพติดที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทำให้เกิดภาพหลอน ทำให้เกิดความกลัว เป็นสาเหตุให้เกิดการทำร้ายตัวเองและผู้อื่น เมื่อติดแล้วเลิกยากกว่าบุหรี่

ส่วนเพื่อนอีกบางคนเห็นว่าควรจะแก้กฎหลาย ผ่อนคลายให้สามารถนำมาทำการวิจัยและผลิต เพื่อสกัดน้ำมันและตัวยาที่ใช้รักษาโรคต่างๆ ได้ง่ายกว่านี้ อีกทั้งแม้จะมีการลักลอบปลูกอยู่บ้างก็ในวงจำกัด ยิ่งในคนรุ่นใหม่นี้ คนไทยไม่เหมือนอเมริกัน ไม่สู้จะนิยมเสพกัญชาและกระท่อมเท่าใดนัก แม้จะอันตรายก็มีไม่มากเท่าบุหรี่ ซึ่งปริมาณและจำนวนคนสูบก็ลดลงมากแล้ว หันไปใช้ยานัตถุ์ซึ่งทำด้วยยาฉุนแทน อันตรายก็มีน้อยกว่าบุหรี่เพราะกลืนลงท้อง ไม่ได้สูบเอาควันเข้าปอดเหมือนบุหรี่ หลายคนจึงเลิกบุหรี่โดยการใช้ยานัตถุ์แทน เพราะไม่สามารถหักดิบเลิกบุหรี่ได้ แต่ใช้ยานัตถุ์แทนแล้วค่อยเลิกยานัตถุ์อีกที เป็นขั้นๆ ไป ทำได้ง่ายกว่า

แต่ที่ฮือฮาว่ากัญชาจะเป็นพืชเศรษฐกิจอีกตัวนั้นก็ไปไกลเกินไป เพราะถ้าอนุญาตก็อนุญาตให้หน่วยงานของรัฐปลูกเพียงจำนวนน้อย แม้จะอนุญาตให้เปิดเสรี การผลิตและการเสพก็คงมีไม่มาก เพราะคนส่วนใหญ่ไม่รู้จักและไม่เคยเสพ ไม่เหมือนคนรุ่นก่อนหรือวัยรุ่นอเมริกัน ถ้าจะมีการผลิตก็ผลิตเพื่อส่งไปขายในสหรัฐอเมริกา
มากกว่า

นโยบายเกี่ยวกับกัญชาควรจะทบทวนให้สามารถผลิตเพื่ออุตสาหกรรมยารักษาโรคต่างๆ ได้ คนไทยชอบตามก้นฝรั่งอยู่แล้ว เมื่อฝรั่งที่แคนาดาก็ดี อเมริกาก็ดี เปลี่ยนไป นโยบายยาเสพติดในส่วนที่เกี่ยวกับกัญชาหรือแม้แต่ใบกระท่อมก็คงจะเปลี่ยนไปด้วย แม้แต่การเสพเพื่อสันทนาการก็น่าจะทบทวนเหมือนสุราและบุหรี่

ความคิดของหลายมลรัฐในอเมริกาก็เปลี่ยนไปแล้ว

บทความก่อนหน้านี้จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อผู้ฟังโทรถาม อ.วีระ กลางรายการ ‘ทักษิณหนีคดี’ ซื้อทีมบอลได้เหรอ? (คลิป)
บทความถัดไปกระทรวงใหม่ทางการศึกษา : ผศ.ดร.สมหมาย จันทร์เรือง