‘บิ๊กแดง’ เมินลือโดนปลดฟ้าผ่า แนะดูหนัง The Hater สะท้อนเฟคนิวส์ คล้ายบ้านเราเป๊ะ!

‘บิ๊กแดง’ เมินข่าวลือโดนปลดฟ้าผ่า แนะนำดูหนัง The Hater สะท้อนสร้างเฟคนิวส์ คล้ายในบ้านเราเป๊ะ!

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม จากกรณีมีการปล่อยกระแสข่าวลือในไลน์กลุ่มต่างๆ ว่า “ฟ้าผ่าการเมือง “บิ๊กตู่” สั่งปลด ผบ.ทบ.และ ผบ.ตร. บิ๊กแดงบินด่วนไปที่หน่วยสงครามพิเศษ ลพบุรี เตรียมแถลงการณ์ ทั้งนี้ แหล่งข่าวใกล้ชิดเผยว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.รับทราบข่าวลือแล้ว แต่ไม่ได้สนใจอะไร แต่อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ พล.อ.อภิรัชต์แนะนำให้ดูหนัง NetFlix เรื่อง The Hater เพราะเข้ากับสถานการณ์โซเชียลมีเดียในประเทศไทย ทั้งนี้ หนังเรื่อง The Hater เป็นหนังโปแลนด์ สะท้อนชีวิตของ Tomasz Giemsa เด็กหนุ่มนักศึกษากฎหมาย มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ แต่ถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยเพราะคัดลอกผลงานคนอื่น

โทเม็กไม่ได้เติบโตมาด้วยความรัก ตรงกันข้ามเขาเติบโตมาจาก “ความเกลียดชัง” พ่อแม่ของโทเม็กตายตั้งแต่เขายังเด็ก แต่ได้รับการอุปการะจากครอบครัวลุงและป้าที่เป็นชนชั้นสูง ส่งเสียให้เรียนหนังสือ แต่ในขณะเดียวกันก็มองเห็นโทเม็กเหมือนเป็นตัวประหลาด

เมื่อโทเม็กถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยจึงเป็นจุดพลิกผันครั้งใหญ่ในชีวิต จึงได้ดิ้นรนไปของานบริษัทเบสท์บัสต์ ซึ่งเป็นบริษัท PR แห่งหนึ่งที่รับงานจากลูกค้าทุกประเภท โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญในการทำลายชื่อเสียงคู่แข่งทางการค้า หรือแม้กระทั่งคู่แข่งทางการเมือง

โทเม็กได้สร้างผลงานประทับใจชิ้นแรกด้วยการทำลายชื่อเสียงของไอดอลผู้หญิงคนหนึ่งที่ขายสินค้า Detox ด้วยขมิ้น โทเม็กคิดแผนสร้างข่าวปลอม จ้างคนให้สร้าง account avatar จำนวนมากแล้วโพสต์ว่า เมื่อ Detox ด้วยการใช้เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของขมิ้นจะทำให้ #ตัวเหลือง ซึ่งผลงานชิ้นนี้ถึงกลับทำให้ไอดอลคนดังกล่าวเสียหายอย่างหนัก โดนประชาชนรุมประณาม หมดอาชีพ จนเกือบจะคิดฆ่าตัวตาย

โทเม็กเป็นคนฉลาดแกมโกง มีปฏิภาณไหวพริบดี และด้วยอุปนิสัยที่ช่องท่องโซเชียล คอยส่องพฤติกรรมของคนที่ใช้โซเชียล จึงทำให้รู้จุดอ่อนของคนอื่นๆ ต่อมาได้รับงานชิ้นใหญ่จากบริษัทให้ทำลายชื่อเสียงของนักการเมืองคนหนึ่ง ที่จะสมัครคัดเลือกเป็นนายกเทศมนตรีของเมือง โดยมีครอบครัวลุงกับป้าที่เกลียดชังโทเม็กเป็นผู้สนับสนุนหลัก จึงทำให้โทเม็กตกลงทำงานนี้อย่างตั้งใจ ต้องการล้างแค้น เพราะโทเม็กได้ใช้เครื่องดักฟังและรู้ว่าหากโทเม็กทำลายชื่อเสียงของนักการเมืองคนนี้ได้ จะเป็นการแก้แค้นลุงกับป้าอย่างสาสม ซึ่งแท้ที่จริงแล้วมูลเหตุที่ทำให้โทเม็กเกลียดชังครอบครัวนี้คือ โทเม็กหลงรักลูกสาวคนเล็กของครอบครัวนี้ ซึ่งเธอก็แอบมีใจ แต่ลุงกับป้ากีดกัน เมื่อหันมาถามลูกสาวตัวเองก็เล่นไปตามน้ำโดยพูดจาดูถูกโทเม็กต่างๆ นานา โดยไม่รู้ว่าโทเม็กใช้เครื่องดักฟังกับครอบครัวนี้อยู่

โทเม็กเดินหน้ามองหาจุดอ่อนเพื่อทำลายชื่อเสียงของนักการเมืองคนดังกล่าวทุกวิถีทาง โดยไม่สนขนบธรรมเนียมประเพณีหรือศีลธรรมใดๆ โทเม็กได้เข้าไปเล่นเกมและได้ไปเจอคนในเกมที่มีความคิดเกลียดชังเรื่องชนชั้น ความเหลื่อมล้ำ โทเม็กได้ใช้คำพูดล้างสมองและยั่วยุให้เพื่อนในเกมไปก่อเหตุการณ์พูดโจมตีกลางที่ประชุมของการหาเสียง จนคนดังกล่าวถูกจับไปรอบหนึ่ง แต่แค่นั้นก็ยังไม่ทำให้นักการเมืองคนดังกล่าวเสียชื่อเสียงเท่าไหร่นัก

โทเม็กได้สร้างเพจเพื่อสร้าง Deep fake ว่านักการเมืองคนดังกล่าวเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มผู้ก่อการร้าย เป็นผู้นิยม LGBT โดยได้สร้างข่าว Fake news ทุกวัน ยิงแอดโฆษณา ทำโฆษณาชวนเชื่อ หรือแม้กระทั่งแฝงตัวเข้าไปสมัครเป็นกลุ่มผู้สนับสนุนนักการเมืองคนดังกล่าวเพื่อล้วงความลับและหาจุดอ่อน

โทเม็กพยายามทำทุกวิถีทางแต่ก็ดูเหมือนว่ายังไม่สามารถทำให้นักการเมืองคนนี้ถอยจากการลงเลือกตั้งได้ ประกอบกับจุดพลิกผันอีกครั้งหนึ่ง นั่นคือลุงกับป้าได้บังคับให้ลูกสาวบินไปนิวยอร์กกับคู่หมั้นที่เหมาะสมกับเธอ โทเม็กรู้สึกเคียดแค้น จึงตัดสินใจไปติดต่อกับคนเล่นเกมคนเดิมที่โทเม็กล้างสมองไว้แล้ว โดยคราวนี้ โทเม็กได้กระตุ้นความเกลียดชัง รวมไปถึงการจัดเตรียมอาวุธในการก่อเหตุให้อีกด้วย ในครั้งนี้เอง โทเม็กได้กลายเป็นฆาตรกรครั้งแรก โทเม็กได้ฆ่าพนักงานเฝ้าร้านยิงปืนที่ขโมยมา

ในวันสำคัญของการหาเสียงเป็นงานระดมทุน โทเม็กได้ creat event ในเพจผู้ก่อการร้ายให้ตรงกับวันระดมทุน หวังผลให้เกิดความวุ่นวายและเป็นวันชี้ชะตา โทเม็กหวังให้เพื่อนที่เล่นเกมคนนั้นฆ่าทุกคนให้หมด รวมถึงลุงกับป้าด้วย เพราะโทเม็กคิดว่าตนเองไม่เหลือใครแล้ว แต่ในวันนั้นเองหญิงสาวที่โทเม็กหลงรักได้กลับมาหาโทเม็ก แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว เพราะคนร้ายได้เข้ามาสังหารผู้คนในงานระดมทุนหลายสิบชีวิต รวมไปถึงนักการเมืองและลูกสาวคนโตของลุงกับป้าด้วย

เมื่อโทเม็กเห็นว่าสถานการณ์ไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้ จึงทำตัวเข้าไปเป็นฮีโร่ โทเม็กโดนแทงแต่ไม่ถึงตาย คนร้ายโดนจับ โดยที่ไม่อาจซัดทอดมาที่โทเม็กได้เพราะไม่เคยเจอกันในชีวิตจริง แต่มีคนที่รู้ความลับนี้ของโทเม็ก นั่นคือเจ้าของบริษัท PR ที่โทเม็กทำงานให้ แต่โทเม็กก็ไม่ยี่หระ เพราะมีหลักฐานที่จะสามารถเปิดโปงว่าบริษัทดังกล่าวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสร้าง fake news และการใช้ social media ในการทำลายล้างผู้คนมามากมาย

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อดีตนักวอลเลย์สาววัย 25 ฆ่าตัวตาย เป็นนักกีฬาเกาหลีรายที่ 2 จบชีวิตตัวเองในช่วงเดือนเศษ
บทความถัดไป‘ฐิติพงศ์’ ทุบสถิติสนามช้างฯ คว้าโพล ‘โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ’ สนามแรก