หน้าแรก เด่นวันนี้ สสส. เปิดเวที...

สสส. เปิดเวที NCDH2026 ชวนถอดรหัส “อำนาจเชิงพาณิชย์” ตัวแปรสำคัญกำหนดสุขภาพคนไทย

14.10.26 | 09:00 น.
โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ยังคงเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญด้านสุขภาพของประเทศไทย และการรับมือไม่อาจมองเพียงพฤติกรรมของแต่ละบุคคล หากต้องพิจารณาถึงสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ ตลาด กลยุทธ์ทางธุรกิจ และนโยบายสาธารณะที่มีส่วนกำหนดทางเลือกและสุขภาพของประชาชนด้วยเหตุนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย จึงจัด “การประชุมวิชาการระดับชาติว่าด้วยปัจจัยเชิงพาณิชย์ที่กำหนดสุขภาพ ปี 2569 (National Conference on Commercial Determinants of Health 2026: NCDH2026)” ระหว่างวันที่ 5 – 7 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น ภายใต้แนวคิด “จากภูมิทัศน์สู่การกระทำ: การกำกับดูแลปัจจัยเชิงพาณิชย์เพื่อสุขภาวะที่เป็นธรรม” เพื่อสร้างความเข้าใจร่วม แลกเปลี่ยนหลักฐานและบทเรียนจากหลายภาคส่วน ตลอดจนพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายด้านปัจจัยเชิงพาณิชย์ที่กำหนดสุขภาพ (CDoH) ของประเทศไทย
หนึ่งในประเด็นสำคัญของการประชุมคือเวที Parallel 1A “อำนาจเชิงพาณิชย์และพื้นที่นโยบาย: กลยุทธ์ภาคอุตสาหกรรม ความรับผิดรับชอบ และธรรมาภิบาลตลาด” (Commercial Power and Policy Space: Industry Strategies, Accountability and Market Governance) ซึ่งจัดขึ้นเพื่อขยายมุมมองจากสาเหตุของโรคไปสู่โครงสร้างและกลไกเบื้องหลัง โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างกลยุทธ์ของภาคธุรกิจ กิจกรรมทางการเมืองของภาคธุรกิจ หรือ Commercial Political Activity (CPA) กับพื้นที่ในการกำหนดและดำเนินนโยบายสุขภาพของรัฐ
โดยมี ก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าว Thai PBS เป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมด้วย นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค, ดร.ธัชไท กีรติพงค์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ วิชัย สุธรรมธารีกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต โดยเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่สถานการณ์ NCDs ผลกระทบของกิจกรรมทางการเมืองของภาคธุรกิจ ไปจนถึงหลักธรรมาภิบาลและเครื่องมือกำกับดูแลภาคธุรกิจตามกรอบ OECD และประสบการณ์ในระดับสากล
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวถึงสถานการณ์สุขภาพของคนไทย โดยชี้ให้เห็นว่า แม้ไทยมีระบบบริการทางการแพทย์ที่เข้มแข็ง แต่ผลลัพธ์สุขภาพยังน่ากังวล โดยไทยอยู่อันดับ 101 ของโลกด้านอายุเฉลี่ย ลดจากอันดับ 78 ในปี 2568 แม้อายุเฉลี่ยเพิ่มเป็น 76.5 ปี ขณะที่ผู้ชายมีอายุเฉลี่ยต่ำกว่าผู้หญิงถึง 8 ปี และอายุคาดเฉลี่ยที่มีสุขภาพดี (HALE) แตกต่างกันมากในแต่ละพื้นที่ สะท้อนปัญหาการเสียชีวิตและเจ็บป่วยก่อนวัยอันควร
“หากต้องการให้ประชากรมีอายุยืนยาว จำเป็นต้องมุ่งเน้นการพิจารณาปัจจัยเชิงพฤติกรรม สสส.จึงได้สนับสนุนให้สถาบันวิจัยนโยบายสาธารณสุข (IHPP) ศึกษาการสูญเสียปีสุขภาวะ โดยโรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุการสูญเสียปีสุขภาวะจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรมากที่สุด สูงถึง 1.9 ล้านปีต่อปี รองลงมาคือโรคตับแข็ง รวมถึงโรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง และโรคหัวใจขาดเลือด ซึ่งล้วนสัมพันธ์กับภาวะน้ำหนักเกิน การดื่มสุรา และการสูบบุหรี่”
นพ.พงศ์เทพ กล่าวอีกว่า การแก้ปัญหา NCDs จึงไม่ควรมุ่งที่การปรับพฤติกรรมรายบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองถึง “ปัจจัยเชิงพาณิชย์กำหนดสุขภาพ” ที่ใช้การตลาดและเทคโนโลยีกระตุ้นพฤติกรรมผู้บริโภค จึงควรเปลี่ยนจากการโทษบุคคลหรือควบคุมธุรกิจ ไปสู่การออกแบบระบบและสร้าง “วิถีชีวิตประจำวันที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี” หรือ Choice Architecture ที่ทำให้การเลือกสุขภาพดีง่ายขึ้น พร้อมสร้างกติกา แรงจูงใจ และความร่วมมือระหว่างรัฐ ธุรกิจ ประชาชน และภาคประชาสังคม เพื่อขับเคลื่อน “การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ” และสร้างสมดุลระหว่างกำไรกับสุขภาพ
ด้าน สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค ระบุว่า การทำความเข้าใจปัจจัยที่กำหนดสุขภาพต้องมองให้ไกลกว่าพฤติกรรมส่วนบุคคลและความรับผิดชอบของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ “ปัจจัยทางการเมืองที่กำหนดสุขภาพ (Political Determinants of Health)” เพราะการกำหนดนโยบาย กฎหมาย และกติกาสาธารณะ ล้วนส่งผลต่อสุขภาพและสิทธิของประชาชน ขณะเดียวกัน ภาคประชาสังคมจำเป็นต้องมีพื้นที่ในการตรวจสอบและร่วมผลักดันนโยบายเพื่อประโยชน์สาธารณะ
นอกจากนี้อำนาจเชิงพาณิชย์สามารถเข้ามามีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายได้ในหลายด้าน ทั้งอาหาร ยา การเกษตร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และข้อตกลงทางการค้า ขณะที่การผลักดันนโยบายเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคยังเผชิญข้อจำกัดด้านกฎหมายและกระบวนการ จึงจำเป็นต้องสร้างกลไกที่เปิดให้ประชาชนและองค์กรภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วม ตรวจสอบ และผลักดันการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
“ปัจจัยเชิงพาณิชย์กำหนดสุขภาพส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง และเชื่อมโยงกับทั้งสื่อ แพลตฟอร์มออนไลน์ และการคุ้มครองผู้บริโภค หากกลไกที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนถูกลดทอนบทบาท ย่อมกระทบต่อพื้นที่ของประชาชนในการมีส่วนร่วมกำหนดนโยบาย ดังนั้น การรับมือกับความเปลี่ยนแปลงจึงต้องอาศัยการรวมพลังของภาคประชาชน ภาคีเครือข่าย และคนรุ่นใหม่ เพื่อรักษาพื้นที่นโยบายและสร้างระบบที่เอื้อต่อสุขภาพและประโยชน์สาธารณะ” เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าว
ท้ายที่สุด การพูดคุยในเวทีนี้สะท้อนว่า การจัดการ NCDs และการสร้างสุขภาวะที่เป็นธรรมไม่อาจจำกัดอยู่ที่การรักษาพยาบาลหรือการปรับพฤติกรรมรายบุคคล แต่จำเป็นต้องมองให้เห็น “ระบบ” ที่อยู่เบื้องหลังสุขภาพ ตั้งแต่โครงสร้างตลาด กลยุทธ์ทางธุรกิจ การสื่อสาร การกำหนดกติกา ไปจนถึงกลไกธรรมาภิบาล
ซึ่งแนวคิด “จากภูมิทัศน์สู่การกระทำ” ของ NCDH2026 จึงมุ่งนำหลักฐานและความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยกำหนดสุขภาพเชิงพาณิชย์ (CDoH) ไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายและการลงมือทำที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจเดินควบคู่ไปกับการสร้างประชากรที่มีสุขภาพดี และทุกคนมีโอกาสเข้าถึงสุขภาวะอย่างเป็นธรรม