สัพเพเหระคดี : ต้องรื้อ : โดย โอภาส เพ็งเจริญ

คุณโผงมีที่ดินแปลงหนึ่งติดชายทะเล ว่างๆ เย็นๆ ขับรถมาเดินเล่นชมทะเล รับลมเย็นๆ จากทะเล ฟังเสียงทะเลเห่กล่อมแล้วทำให้สบายใจขึ้น

ยามอยากเล่นน้ำทะเล อยากออกทะเลก็เดินลงไปสะดวกสบาย

ทิ้งไปหลายวัน ไม่ได้แวะมาดู ด้วยธุระการงานมากมาย

แวะมาอีกทีพบว่า คุุณจำนูญมาปลูกสร้างโรงเรือนและบ้านอยู่บนที่ดินชายทะเลปิดหน้าที่ดินคุณโผงที่ติดกับทะเลเสียสิ้น

หมดกัน ที่เคยออกทะเลได้ เคยได้สัมผัสหาดทรายจรดน้ำเป็นอันจบสิ้นไป

พยายามเจรจาขอให้คุณจำนูญรื้ออาคารบ้านเรือนนั้นออกไปให้พ้นหน้าที่ดินที่จรดชายทะเลก็ไม่ได้ผล

ด้วยคุณจำนูญดื้อตาใสว่า ที่คุณโผงน่ะอยู่ตรงโน้น ส่วนตรงนี้ไม่มีเจ้าของ

คุณโผงจึงมาฟ้องคุณจำนูญต่อศาล ขอให้บังคับคุณจำนูญรื้อถอนโรงเรือนอาคารบ้านนั้นออกไป

คุณจำนูญให้การว่า คุณโผงไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินชายทะเลนั้นสักหน่อย จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้คุณจำนูญรื้อถอนบ้านออกไป

คุณจำนูญอุทธรณ์


ศาลชั้นอุทธรณ์พิพากษายืน

คุณจำนูญฎีกาคดีอีก

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ดินของคุณโผงจดชายทะเลหรือชายตลิ่งของทะเลอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน เมื่อคุณจำนูญปลูกเรือนและเข้าครอบครองที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินปิดเต็มหน้าที่ดินของคุณโผง จนคุณโผงไม่สามารถจะใช้หรือได้รับประโยชน์จากที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินได้โดยสะดวก คุณโผงจึงเป็นผู้ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ มีสิทธิฟ้องขับไล่คุณจำนูญออกจากที่พิพาทได้

พิพากษายืน

เป็นอันว่าคุณจำนูญต้องรื้อไปปลูกที่อื่น

(เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 647/2513)

++++++++++++++++++

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1337 บุคคลใดใช้สิทธิของตนเป็นเหตุให้เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้รับความเสียหาย หรือเดือดร้อนเกินที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไป ตามปกติและเหตุอันควรในเมื่อเอาสภาพและตำแหน่งที่อยู่แห่งทรัพย์สินนั้นมาคำนึงประกอบไซร้ ท่านว่าเจ้าของอสังหาริมทรัพย์มีสิทธิจะปฏิบัติการเพื่อยังความเสียหายหรือเดือดร้อนนั้นให้สิ้นไป ทั้งนี้ไม่ลบล้างสิทธิที่จะเรียกเอาค่าทดแทน

โอภาส เพ็งเจริญ newsmanlawyer@gmail.com

บทความก่อนหน้านี้กองทัพเรือเปิดคลิป ยันสิ่งก่อสร้างยังอยู่ในทะเลของไทย ชี้พฤติกรรมไม่เคารพและสนใจประเทศไทย
บทความถัดไปภาพเก่าเล่าตำนาน : ปาก้อนหิน…เพื่อประหาร โดย พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก