โชว์รูมประชาชื่น : เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิด C 300 e ปลั๊กอินไฮบริดประกอบในประเทศ

(ซ้าย) The C 300 e เอเอ็มจี ไดนามิก (AMG Dynamic) - (ขวา) The C 300 e อวังการ์ด (Avantgarde)

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดหรืออีคิว เพาเวอร์ (EQ Power) เจเนอเรชั่นที่ 3 ภายใต้แบรนด์ EQ อย่าง เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี 300 อี (Mercedes-Benz C 300 e) ยนตรกรรมซาลูนสุดหรูอัจฉริยะรุ่นประกอบในประเทศ สร้างมาตรฐานครั้งใหม่ให้กับรถยนต์ในเซ็กเมนต์นี้ ผสมผสานขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย โดยนำเสนอในสองรุ่นย่อย ได้แก่ The C 300 e เอเอ็มจี ไดนามิก (AMG Dynamic) ราคา 3,215,000 บาท และ The C 300 e อวังการ์ด (Avantgarde) ราคา 2,699,000 บาท

มร.โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบัน เมอร์เซเดส-เบนซ์นำเสนอเทคโนโลยีภายใต้แบรนด์ EQ ทั้งหมด 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.EQ เทคโนโลยีในรถยนต์ แบตเตอรี่ อิเล็กทริก วีฮิเคิลส์ (Battery Electric Vehicles) หรือบีอีวี (BEV) 2.อีคิว เพาเวอร์ (EQ Power) แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มย่อย

คือ เทคโนโลยีสำหรับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดภายใต้แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ (EQ Power) และเทคโนโลยีสำหรับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต กลุ่มเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี และรถยนต์สมรรถนะสูง (EQ Power+) และ 3.อีคิว บูสท์ (EQ Boost) เทคโนโลยี 48 โวลต์ ช่วยเพิ่มกำลังขับเคลื่อนให้กับรถยนต์ภายใต้แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี

ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า C 300 e รุ่นประกอบในประเทศ เครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริดผสานกับพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า ควบคู่กับประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นของแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนชนิดใหม่ สามารถประจุไฟฟ้าได้มากกว่าเดิม ส่งผลให้ระยะทางสูงสุดสำหรับการขับขี่โดยใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเดียวเพิ่มขึ้นจากเจเนอเรชั่น
ก่อนหน้าถึง 30% และช่วยให้อัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงในโหมดไฮบริดเพิ่มขึ้น ดีไซน์หรูหรา ผสานด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยเทียบเท่ารถยนต์ตระกูล เอส-คลาส มาพร้อมกับบริการ เมอร์เซเดส มี คอนเนคต์
(Mercedes me connect) สามารถเชื่อมต่อระหว่างลูกค้าและผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ได้แก่

วีฮิเคิล สเตตัส (Vehicle status) บอกสถานะความพร้อมของอะไหล่รถยนต์ และคอยประสานงานแจ้งเตือนทั้งทางลูกค้าและโชว์รูม, รีโมต เซอร์วิส (Remote Service) ฟังก์ชั่นช่วยเชื่อมต่อผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อเปิดเครื่องปรับอากาศทำความเย็นล่วงหน้า หรือการสั่งเปิด หรือล็อกประตูรถจากระยะไกล เป็นต้น, แอคซิเดนท์ รีคัฟเวอรี่ แอนด์ เบรก ดาวน์ เมเนจเมนท์ (Accident Recovery and break down management) ปุ่มรูปโทรศัพท์ เพื่อช่วยเหลือกรณีเกิดอุบัติเหตุ เหตุฉุกเฉิน รถเสีย หรือสอบถามข้อมูลทั่วไปผ่านคอลเซ็นเตอร์

C 300 e รุ่นประกอบในประเทศ เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง ความจุกระบอกสูบ 1,991 ซีซี พละกำลังสูงสุด 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที และมีแรงบิด 350 นิวตันเมตรที่ความเร็วรอบ 1,200-1,400 ต่อนาที เมื่อผสานพลังกับมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง 122 แรงม้า จะทำให้ได้ ซิสเต็ม เอาต์พุท (System Output) สูงสุด 320 แรงม้าที่ 4,500-5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะแบบใหม่ (9G-TRONIC) อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แบบผสมต่ำกว่า 45 กรัม ต่อกิโลเมตร

The C 300 e เอเอ็มจี ไดนามิก (AMG Dynamic)

ดีไซน์ภายนอก รุ่นอวังการ์ด กระจังหน้าสีเงินเสริมโครเมียม พร้อมตราสัญลักษณ์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ และล้ออัลลอยแบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 18 นิ้ว ส่วนเอเอ็มจี จะติดตั้งกระจังหน้าแบบ ไดมอนด์ กริลล์ สีเงินพร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 18 นิ้ว มีกันชนหน้า-หลังและสเกิร์ตข้างเป็นดีไซน์สปอร์ตแบบเอเอ็มจี บอดี้สไตลิ่ง โคมไฟหน้าและหลังออกแบบโดยใช้เส้นโค้งเป็นองค์ประกอบหลัก

ไฟหน้าแบบ แอลอีดี ไฮเพอร์ฟอร์แมนซ์ (LED High Performance) ในรุ่นอวังการ์ด และเทคโนโลยีไฟหน้าแบบ มัลติบีม แอลอีดี ในรุ่น เอเอ็มจี ไดนามิก พร้อมระบบไฟสูงแบบอัลตร้า เรนจ์ ไฮบีม (ULTRA RANGE Highbeam) ประกอบด้วยหลอดไฟแอลอีดี ทำงานโดยอิสระจำนวน 84 หลอดต่อโคมไฟหน้า 1 โคม สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ปรับความเข้มแสง โดยใช้ระบบไฟหน้าให้เข้ากับสภาพการจราจร โดยรอบได้

ระบบไฟหน้า มัลติบีม แอลอีดี มีคุณสมบัติพิเศษเหนือกว่าระบบไฟหน้าแอลอีดีมาตรฐานที่มีหลอดไฟแอลอีดี 19 หลอดต่อโคมไฟหน้า 1 โคม เช่น ระบบไฟส่องสว่างขณะขับผ่านสี่แยกหรือวงเวียน ระบบไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเมือง และระบบไฟส่องสว่างสำหรับสภาวะอากาศเลวร้าย

ระบบไฟสูงแบบอัลตร้า เรนจ์ ไฮบีม จะทำงานอัตโนมัติหากระบบตรวจจับได้ว่าไม่มีผู้สัญจรในทางรถสวน ถนนข้างหน้าเป็นทางตรง และผู้ขับขี่กำลังใช้ความเร็วตั้งแต่ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป จะช่วยให้ไฟหน้าของรถมีความสว่างในระดับสูงขึ้นตามความเร็วของรถโดยสามารถส่องสว่างได้ไกลถึง 650 เมตร นอกจากนี้ในรุ่นเอเอ็มจียังมีหลังคาพาโนรามิกซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิด ได้ด้วยระบบไฟฟ้าด้วย

C 300 e ยังมาพร้อมกับหน้าจอมัลติมีเดียบริเวณกลางคอนโซลแบบ เอ็มบี ออดิโอ 20 ขนาด 10.25 นิ้ว เพื่อใช้ในการควบคุมระบบต่างๆ ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัสด้วยระบบทัชแพด ระบบไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารปรับได้ถึง 64 สี รุ่นเอเอ็มจียังได้นำเทคโนโลยี และรูปแบบการใช้งานมาจากรถยนต์เอส-คลาส โดยมีระบบ ออล-ดิจิทัล อินสตรูเมนท์ ดิสเพลย์ (All-Digital instrument display) หน้าจอเรือนไมล์แบบดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว ปรับรูปแบบการแสดงผลได้ 3 รูปแบบ คือ คลาสสิก สปอร์ตี้
และ โปรเกรสสีฟ

ระบบเทคโนโลยี และระบบความปลอดภัย คล้ายคลึงกับระบบในเอส-คลาส อาทิ โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Electronic Stability Program-ESP) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-lock braking system-ABS) ระบบเบรก อแดพทีฟเบรก (ADAPTIVE BRAKE) พร้อมฟังก์ชั่น โฮลด์ (HOLD) และระบบออกตัวรถบนทางลาดชันหรือ ฮิล-สตาร์ต แอสสิสท์ (Hill-Start Assist) ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉิน (Adaptive brake light) ระบบช่วยเบรกแบบแอ๊กทีฟ ABA (Active Brake Assist system) ระบบรักษาความเร็ว (Cruise Control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC)

ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ (ASSYST Service interval indicator) ระบบเตือนแรงดันลมยาง (Tyre pressure loss warning system) ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST) เซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC) ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดแบบอัตโนมัติ (Active Parking Assist)

The C 300 e อวังการ์ด (Avantgarde)

ระบบช่วงล่างเลือกได้ (DYNAMIC SELECT) 3 ระบบคือ แบบสปอร์ต สปอร์ตพลัส และคอมฟอร์ท ระบบสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่บลูทูธ

มีระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า (Distance Pilot DISTRONIC) กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (Surround view camera) และระบบเสียงรอบทิศทาง เบอร์มิสเตอร์ เซอร์ราวด์ ซาวด์ ซิสเต็ม (Burmester surround sound system) ฟังก์ชั่นเพิ่มเข้ามาเฉพาะในรุ่นเอเอ็มจี นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับระบบแผนที่นำทางที่ติดตั้งเฉพาะในรุ่นเอเอ็มจีและกล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยรถ (Reversing camera) เฉพาะรุ่นอวังการ์ด

C 300 e รุ่นประกอบในประเทศ ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนรุ่นใหม่ ขนาดความจุ 13.5 kWh มากกว่าเดิมถึง 111% ชาร์จแบตเตอรี่จากความจุ 10% จนเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง 50 นาที หากชาร์จด้วยเครื่องประจุไฟฟ้าวอลล์บอกซ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และใช้กำลังไฟฟ้าสูงสุด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘สารวัตรเอก’โพสต์ถึงส.ส.คนไหน? ‘จ้องกัดคนโน้น จ้องงับคนนี้’
บทความถัดไปสภาฯ เตรียมเพิ่มเก้าอี้กมธ.เป็น 38 คณะ ให้ทุกพรรคการเมืองมีเก้าอี้ ปธ.กมธ.