สัพเพเหระคดี : ไม่ถึงขนาด : โดย โอภาส เพ็งเจริญ

คุณโผงทำสัญญาจะซื้อห้องชุดโครงการอาคารชุด อันเป็นโครงการอาคารสูง 7 ชั้น จำนวน 7 อาคาร จากบริษัทคือ ห้องชุดหมายเลข B 300 อยู่ชั้นที่ 3 ของอาคาร B พื้นที่รวมระเบียงประมาณ 65 ตารางเมตร ราคา 3,200,000 บาท

ต่อมาบริษัทสร้างอาคาร A, B, C และ D พร้อมสิ่งสาธารณูปโภคครบ

ส่วนอีก 3 อาคาร คือ อาคาร E, F และ G อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ยังไม่แล้วเสร็จ

บริษัทมีหนังสือลงวันที่ 15 ตุลาคม 2553 แจ้งคุณโผงว่า ห้องชุดของคุณโผงเสร็จเรียบร้อยแล้วนะ ขอให้ไปรับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้เลย

คุณโผงดีใจมากรีบไปตรวจดูห้องชุดของตน และดูโครงการทั้งหมดว่าเรียบร้อยดีมั้ย เห็นข้อบกพร่องที่ห้องก็แจ้งให้โครงการแก้ไข

แต่พบว่ากำลังมีการก่อสร้างอาคาร E, F และ G ยังไม่แล้วเสร็จ

คุณโผงให้ทนายความมีหนังสือลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 ให้บริษัทแก้ไขสาธารณูปโภค และก่อสร้างโครงการให้เสร็จ หากไม่เสร็จขอบอกเลิกสัญญาจะซื้อเมื่อครบกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่บริษัทได้รับหนังสือ

บริษัทว่า ก่อสร้างเสร็จแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห้องชุดของคุณโผงในอาคาร B นั้นก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยพร้อมส่งมอบแล้ว ขอให้ไปรับโอนซะ

แต่คุณโผงยักท่า ไม่ยอมรับโอน อ้างว่าโครงการยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์เลย

เมื่อครบกำหนดที่ยื่นไปคุณโผงให้บริษัท คืนเงินที่จ่ายไปมา แต่บริษัทไม่ยอมจ่ายคืน

คุณโผงฟ้องบริษัท ขอให้ศาลบังคับบริษัทชำระเงิน 891,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่คุณโผง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้บริษัทชำระเงิน 880,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่คุณโผง

บริษัทฯอุทธรณ์

ศาลชั้นอุทธรณ์ แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง!!

คุณโผงฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ว่าในสัญญามิได้มีข้อตกลงชัดแจ้ง ว่าบริษัทจะต้องดำเนินการก่อสร้างอาคารชุดของโครงการให้แล้วเสร็จทุกอาคารพร้อมๆ กัน คงตกลงกันเพียงว่าเมื่อเสร็จสิ้นโครงการแล้วอาคารชุดจะมีจำนวน 7 อาคาร พร้อมสาธารณูปโภคครบตามใบโฆษณา ซึ่งบริษัทได้สร้างอาคาร A, B, C และ D แล้วเสร็จ พร้อมสาธารณูปโภคครบเพียงพอต่อการเข้าอยู่อาศัยแล้ว

ส่วนอาคาร E, F และ G ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างไม่เกี่ยวกับอาคาร B ที่คุณโผงซื้อ

ดังนั้น การก่อสร้างอาคารที่เหลืออีก 3 อาคารพร้อมสาธารณูปโภค จึงมิใช่สาระสำคัญของการทำสัญญาจะซื้อจะขายระหว่างคุณโผงกับบริษัทถึงขนาดที่คุณโผงจะนำมาอ้างว่า บริษัทเป็นฝ่ายผิดสัญญาได้ ฎีกาของคุณโผงฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน

เป็นอันว่าคุณโผงจำต้องหาเงินไปรับมอบห้องชุด หาไม่ที่ชำระไปแล้วจะถูกริบ

(เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6281/2560)
—————————————

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 453 อันว่าซื้อขายนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ขาย โอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงว่าจะใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขายมาตรา 486 ผู้ซื้อจำต้องรับมอบทรัพย์สินที่ตนได้รับซื้อและใช้ราคาตามข้อสัญญาซื้อขาย

 

โอภาส เพ็งเจริญ newsmanlawyer@gmail.com

บทความก่อนหน้านี้เดินหน้าชน 9ก.ย.62 : กระทรวงท้องถิ่น : โดย เสกสรรค์ กิตติทวีสิน
บทความถัดไปเรียงคนมาเป็นข่าว 9ก.ย.62 : โดย กาแฟป่า