เหยี่ยวถลาลม : พวกเขา-พวกเรา

คุณชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปปาฐกถาพิเศษ ที่ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ เมื่อวันก่อน ช่วงหนึ่งได้วกกล่าวถึงวีรกรรมของอดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า รัฐธรรมนูญ2560 นั้นนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประกาศว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแก้คอร์รัปชั่น แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่

“ผมเป็นหนึ่งในคนที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้” ที่คุณชวนกล่าวนี้เรียกว่า จุดยืน !

ชอบหรือไม่ชอบ ยอมรับหรือไม่ยอมรับ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เป็น “ความปกติ” ในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งมีสิทธิเสรีภาพทางความคิด ความเชื่อและการแสดงออกถึงจุดยืนทางการเมืองตลอดจนจุดยืนต่อเรื่องต่างๆ ที่เห็นต่างกัน

ความเห็นที่แตกต่าง จึงไม่ใช่ภัยคุกคาม

รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเป็น “เสรีภาพ”ทางความคิด

เพียงแต่ในยามที่พวกนั้น ซึ่งเรียกตัวเองว่า “พวกเรา” ต้องการผลักดันให้ “รัฐธรรมนูญ 2560” ผ่านการประชามตินั้นสังคมเราไม่มี “เสรีภาพทางความคิด”

แม้แต่นักการเมืองฝีปากกล้ายังต้อง “เย็บปาก” !

ในเวลาต่อมา “แกนนำ” บางคนในพรรคพลังประชารัฐ จึงกล้าที่จะห้าวประกาศว่า “รัฐธรรมนูญนี้ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา”

“พวกเรา” ย่อมอยู่ตรงข้ามกับ “พวกเขา”

ตรงกับที่ “ชวน หลีกภัย” ถ่ายทอดประสบการณ์ในงานปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งว่า รัฐธรรมนูญใดที่ออกมาหลังการยึดอำนาจ จะมีบทเฉพาะกาลตอนหนึ่งเขียนไว้ ให้ผู้ที่กำหนดรัฐธรรมนูญฉบับนั้นได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ เช่น จอมพล ถนอม กิตติขจร ที่มีเสียง ส.ส.สนับสนุนจำนวนหนึ่ง แต่มีเสียง ส.ว.สนับสนุนจำนวนมาก เช่นเดียวกับ พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์

“ชวน หลีกภัย” ถลกประวัติศาสตร์การเมืองไทยเพื่อเปิดให้เห็นแผลสดๆ ปัจจุบัน !

แน่นอนว่า กลเกมทางการเมืองนี้สามารถจะคาดเดาได้ว่า เมื่อฝ่ายค้านรวมหัวกัน หรือประชาธิปัตย์คิดจะสนับสนุนให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั่งเก้าอี้ “ประธาน กมธ.ศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ” ย่อมต้องถูก “พวกเรา” คัดค้าน

ก็รัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีไซน์มาเพื่อ “พวกเรา” เป็นกติกาที่ชอบด้วยเหตุผลครบถ้วนสมบูรณ์ดีสำหรับ “พวกเรา” จนเป็นที่ประจักษ์จากการเลือกตั้งที่ผ่านมา รวมทั้งการเลือกตั้งครั้งต่อๆ ไปในภายภาคหน้าว่า ประชาชนจะเลือกใครเป็นผู้แทนก็ว่ากันไป แต่ไม่มีทางที่จะเลือก “นายกรัฐมนตรี” ได้

“250 ส.ว.” คือเสียงสวรรค์ของ “พวกเรา”

เรื่องอะไรที่จะปล่อยให้ “พวกเขา” มาเขี่ยออกไป !?!!

บทความก่อนหน้านี้ลัทธิเอกภาคีนิยม : หลี่ เค่อเฉียง : โดย เฉลิมพล พลมุข
บทความถัดไปไทยพบพม่า : เจ้าโสบไซซะนะ กับอรุณรุ่งแห่งการค้าเฮโรอีน แห่งสามเหลี่ยมทองคำ : โดยลลิตา หาญวงษ์