สภาล่ม ย้อนแย้ง คำสั่ง คสช. : สมหมาย ปาริจฉัตต์

ละครการเมืองเรื่อง ประชาธิปไตยไทยกำลังจะสมบูรณ์ ดำเนินมาถึงฉากบู๊ ล้างผลาญ ตามล้าง ตามล่า ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่จะอยู่หรือจะไป ส.ส.คนดังถูกแจ้งความดำเนินคดีรุกป่าจะจบลงอีท่าไหน จนถึงรณรงค์วิ่งไล่ลุง การเมืองจะกลับสู่ถนนอีกครั้งหนึ่งหรือไม่ ต้องติดตาม

ที่ร้อนๆ ก่อนหน้านี้หนีไม่พ้นการเสนอญัตติในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญสองชุด ชุดแรก กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจากประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 ผลการนับคะแนนยกแรกฝ่ายค้านชนะเฉียดฉิว รัฐบาลใช้เทคนิคทางกฎหมายข้อบังคับ แก้เกมด้วยการขอนับใหม่ ฝ่ายค้านสวนกลับไม่เข้าร่วมประชุมทำให้องค์ประชุมไม่ครบ สภาล่มสองครั้งสองหน

อีกญัตติทำท่าจะร้อนแรงไม่แพ้กัน ให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กำลังรอต่อคิวอยู่ ตามมาด้วยญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลซึ่งฝ่ายค้านพยายามดันให้เกิดการซักฟอกก่อนสิ้นปีนี้ แต่รัฐบาลโต้ว่า การนับเวลายื่นญัตติไม่ใช่นับเวลาตามปีปฏิทิน ต้องนับตามสมัยประชุม สามารถยืดเวลาออกไปถึงปีหน้าได้ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรออกมายืนยันว่าให้นับเวลาตามสมัยประชุม เรื่องจึงเป็นอันยุติ ญัตติซักฟอกต้องเลื่อนออกไปปีหน้า

ย้อนกลับมาถึงญัตติตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบจากประกาศ คำสั่ง คสช. ฝ่ายรัฐบาลส่งสัญญาณยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้ ทำให้วิปพรรคร่วมรัฐบาลยืนกรานเดินหน้าสู้เต็มที่ ไม่ถอนข้อเสนอที่ให้นับคะแนนใหม่

ขณะเดียวกันเสนอทางออกให้กรรมาธิการสามัญชุดปกติที่มีอยู่กว่า 30 คณะทำหน้าที่พิจารณาศึกษาเป็นรายกรณีไป ประกาศคำสั่งใดเป็นเรื่องเกี่ยวกับด้านไหนก็เข้ากรรมาธิการสามัญในด้านนั้นๆ อาทิ การเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม ฯลฯ แต่ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย ยืนยันว่าควรเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดพิเศษต่างหากตั้งขึ้นมาศึกษาผลกระทบจากประกาศคำสั่ง คสช.และหัวหน้า คสช.โดยเฉพาะ

ผลการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเรื่องนี้รอบที่สาม วันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา ออกมาเป็นอย่างไร 6 ส.ส.ประชาธิปัตย์ยังยืนหยัดหรือกลืนน้ำลายตัวเองก็ตาม ท่าที จุดยืนของรัฐบาลเรื่องนี้น่าวิเคราะห์ว่าเพราะเหตุใดรัฐบาลถึงยอมให้กรรมาธิการชุดนี้เกิดขึ้นไม่ได้

เหตุมาจากความหวั่นเกรง กลัวว่าจะเป็นการรื้อฟื้นเรื่องเดิมทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นใหม่ ถูกตรวจสอบ เช็กบิล คสช.ย้อนหลัง เกิดการขุดคุ้ยสาวไปถึงเบื้องหลังการออกคำสั่งแต่ละฉบับ อดีตหัวหน้าคณะ คสช. ซึ่งก็คือนายกรัฐมนตรี จนถึงเลขาธิการ คือผู้บัญชาการทหารบกตั้งแต่ปี 2557 เรื่อยมาจนถึงคนปัจจุบันต้องถูกเรียกมาให้คำชี้แจงตามลำดับ

ขณะที่ฝ่ายผู้เสนอญัตติยืนยันว่าไม่ถึงขนาดนั้น แต่เพื่อให้เป็นกรณีศึกษา เป็นบทเรียนแนวทางป้องกันการใช้อำนาจจากการรัฐประหาร บิดเบี้ยวระบบกฎหมายและประชาธิปไตย ละเมิด สิทธิ เสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้คน

ประเด็นที่น่าคิดก็คือว่า ท่าที จุดยืนของรัฐบาลต่อกรณีนี้ ย้อนแย้ง ตรงข้ามกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสภาผู้แทนราษฎรก่อนหน้านี้ ซึ่งสะท้อนถึงพัฒนาการที่น่าติดตามทีเดียว

จากการที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก อดีตเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก่อนถูกยุบเลิก ยินดีเข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ท.พงศกร รอดชมพู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่เป็นประธาน ซักถาม สนทนา พาทีกันด้วยความเข้าอกเข้าใจบทบาทของแต่ละฝ่าย

อีกกรณี พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผอ.สำนักงานพระธรรมนูญทหารบก และ พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี ผบ.กรมทหารพรานที่ 22 เข้าร่วมประชุมชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการสามัญ กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ที่มีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ส.ส.บัญชีรายชื่อเป็นประธาน

มีการโต้ตอบกันระหว่างนักกิจกรรมทางการเมือง กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ผู้ถูกฟ้องดำนินคดี กับคณะผู้ชี้แจงในฐานะผู้ฟ้อง ต่างยืนยันบทบาท การทำหน้าที่ภายใต้กฎหมายและจุดยืนของตัวเอง แม้สาระบรรยากาศจะดูร้อนแรง แต่ก็เป็นเวทีของคนเห็นต่างที่แสดงออกโดยเปิดเผย ตรงไปตรงมา ทำให้เกิดความเข้าใจกันมากขึ้น

แม้ฝ่ายผู้ถูกฟ้องยังคงเดือดร้อน ต้องต่อสู้ต่อไปจนกว่าคดีความจะสิ้นสุดก็ตาม การมีเวทีแลกเปลี่ยนตอบโต้กันด้วยเหตุด้วยผลอย่างอารยชน ไม่ใช่อำนาจบาตรใหญ่ ความรุนแรงที่มีเหนืออีกฝ่ายหนึ่ง สะท้อนถึงพัฒนาการของประชาธิปไตยที่จะดำเนินต่อไป

แต่กับญัตติให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและผลกระทบจากคำสั่ง คสช. ผู้มีอำนาจฝ่ายรัฐบาลกลับมีท่าทีตรงกันข้าม กับที่ฝ่ายประจำแสดงออกอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา

พัฒนาการประชาธิปไตยที่ว่า จึงกลายกลับเป็นภาพหลอน ชั่วครั้ง ชั่วคราวเสียมากกว่า ความยั่งยืนที่ยังห่างไกลเต็มที

บทความก่อนหน้านี้ใต้อ่วม! ชป.เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขัง ลดความเสียหายในพื้นที่
บทความถัดไปทำไมเราต้องยุบโรงเรียน???