สัพเพเหระคดี : หนี้บัตรเครดิต : โดย โอภาส เพ็งเจริญ

คุณจำนูญฝากเงินกับธนาคาร ต่อมาธนาคารชวนทำบัตรเครดิต คุณจำนูญก็ทำ และใช้บัตรเครดิตเพลินไปเลย ทั้งซื้อสินค้าและกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มออกมาใช้อีก 160,000 บาท

ใช้บัตรเครดิตครั้งล่าสุดวันที่ 30 มกราคม 2539 ธนาคารเห็นคุณจำนูญมีบัญชีเงินฝากอยู่กับธนาคารด้วย จึงจัดการหักทอนบัญชีมาชำระหนี้นั้น

ถึงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2539 หลังหักเงินจากบัญชีไปแล้ว คุณจำนูญยังมีหนี้ค้างชำระอีก 182,941.05 บาท จึงมีหนังสือทวงถามให้คุณจำนูญชำระหนี้และบอกเลิกสัญญาไป แต่คุณจำนูญก็ไม่ชำระหนี้นั้น

สามปีต่อมาธนาคารได้ฤกษ์ฟ้อง ขอให้บังคับคุณจำนูญชำระหนี้ที่เหลือจำนวน 391,231.20 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงิน 180,818 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ธนาคาร

คุณจำนูญให้การต่อสู้คดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งว่า หนี้นี้ขาดอายุความ 2 ปีไปแล้ว ขอให้ยกฟ้องเถิด

ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีขาดอายุความแล้ว จึงพิพากษายกฟ้อง

ธนาคารอุทธรณ์ ศาลชั้นอุทธรณ์พิพากษายืน

ธนาคารฎีกาคดีอีก ในเรื่องอายุความว่า มีการชำระหนี้บางส่วนจากเงินในบัญชีเงินฝาก อันเป็นการรับสภาพหนี้ จนถึงวันฟ้องคดีไม่เกิน 2 ปี ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง อายุความจึงยังไม่ขาด และว่าหนี้นั้น มีหนี้กดเงินสดอยู่ด้วย หาใช่หนี้การใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้าอย่างเดียวไม่ อันมีลักษณะเช่นเดียวกับการเบิกเงินเกินบัญชี กับยังมีค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดอีก หนี้จึงมีอายุความ 10 ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับบัตรเครดิตไม่ว่าจะเป็นหนี้อันเกิดจากการถอนเงินสด หรือหนี้จากการซื้อสินค้าและบริการต่างๆ ย่อมเป็นหนี้อันเกิดจากสัญญาใช้บัตรเครดิตเดียวกัน จึงมีอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (7) ไม่อาจจะแยกบังคับนับอายุความแตกต่างกันได้

ทั้งการรับสภาพหนี้โดยการชำระหนี้บางส่วน ที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงนั้น คุณจำนูญจะต้องเป็นผู้กระทำหรือยินยอมให้กระทำ จึงจะถือว่าเป็นการรับสภาพหนี้ ที่ธนาคารหักทอนบัญชีเงินฝากของคุณจำนูญมาชำระหนี้บัตรเครดิตโดยพลการ แม้คุณจำนูญไม่ได้โต้แย้งคัดค้าน แต่จะถือว่าคุณจำนูญยินยอมด้วยนั้นหาได้ไม่

การกระทำของธนาคารดังกล่าวจึงไม่เป็นการชำระหนี้บางส่วนของคุณจำนูญที่จะถือว่าเป็นการรับสภาพหนี้อันมีผลให้อายุความสะดุดหยุดลงได้ สิทธิเรียกร้องของธนาคารจึงขาดอายุความแล้ว

พิพากษายืน คือ ยกฟ้อง!!

คุณจำนูญเป่าลมออกจากปากด้วยความยินดี

(เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5384/2551)

++++++++++++++

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 193/34 สิทธิเรียกร้องดังต่อไปนี้ให้มีกำหนดอายุความ 2 ปี

(7) บุคคลซึ่งมิได้เข้าอยู่ในประเภทที่ระบุไว้ใน (1) แต่เป็นผู้ประกอบธุรกิจในการดูแลกิจการของผู้อื่นหรือรับทำการงานต่างๆ เรียกเอาสินจ้างอันจะพึงได้รับในการนั้น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดลองไป

โอภาส เพ็งเจริญ newsmanlawyer@gmail.com

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บทนำมติชน : ภูมิภาคสู้โควิด
บทความถัดไป“พะเยา” ปิดสถานที่กราวรูด 780 หมู่บ้าน 68 ตำบล 9 อำเภอ