‘เอ็ม เอ เอ็น’ยักษ์‘รถใหญ่’ จากเยอรมนีได้ฤกษ์บุกไทย

หากพูดถึง “เอ็ม เอ เอ็น ทรัค แอนด์ บัส” (MAN Truck & Bus) หรือเรียกสั้นๆ ว่า เอ็ม เอ เอ็น (MAN) รถบรรทุกสัญชาติเยอรมนี คนไทยอาจจะไม่คุ้นเคยนัก แต่แบรนด์รถบรรทุกสัญชาติเยอรมันแบรนด์นี้ อยู่ในวงการขนส่งทั่วยุโรปมายาวนานหลายทศวรรษ

เอ็ม เอ เอ็น ทรัค แอนด์ บัส เป็นหนึ่งในผู้นำด้านการผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์และให้บริการขนส่งของยุโรป ตั้งแต่รถตู้ รถบรรทุก รถบัส ไปจนถึงเครื่องยนต์ดีเซลและเครื่องยนต์ใช้แก๊ส ตลอดจนบริการขนส่งมวลชนและสินค้า เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเทรตัน เอสอี
(TRATON SE) มีพนักงานมากกว่า 36,000 คนทั่วโลก

ย้อนหลังไปราว 250 ปี เอ็ม เอ เอ็น มีส่วนในการปฏิวัติโลกยุคใหม่ จุดเริ่มต้นช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรมในยุโรปในช่วงศตวรรษที่ 18-19 ส่วนหนึ่งมาจากการค้นพบเครื่องยนต์ดีเซล โดย รูดอล์ฟ ดีเซล ในปี 1893 การประดิษฐ์เครื่องยนต์ดีเซลเครื่องแรกนี้เกิดขึ้นที่เมืองเอาท์
บวก เยอรมนี และเครื่องยนต์ดังกล่าวถูกเรียกตามชื่อผู้ประดิษฐ์ว่า “เครื่องยนต์ดีเซล” จากนั้นราวร้อยปีให้หลัง เครื่องยนต์ดีเซลได้กลายเป็นชิ้นส่วนหลักในรถบรรทุกหนักทั่วโลก

เอ็ม เอ เอ็น เติบโตและก้าวเป็นผู้นำการผลิตและจำหน่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ในปี 1915 เริ่มเดินสายการผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่โรงงานประกอบรถยนต์ขนาดเล็ก และในปี 1924 เอ็ม เอ เอ็นเปิดตัวเครื่องยนต์ดีเซลเครื่องแรกของโลก มาพร้อมระบบอัดฉีดเชื้อเพลิง (direct-injection) และโครงสร้างของรถบัสออกแบบใหม่ทั้งหมดบนตัวถังแบบโลว์-เฟรม แชสซี (low-frame chassis) ในปี 1965 เอ็ม เอ เอ็น ฉลองการประกอบรถบรรทุกคันที่ 100,000 ได้โดยใช้เวลาหลังผลิตคันแรกไปเพียง 10 ปี

เมื่อก้าวสู่ศตวรรษใหม่ในปี 2000 เอ็ม เอ เอ็น สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการรถบรรทุกรุ่นใหญ่ด้วยการพัฒนารถบรรทุกในตระกูล TGA ในช่วงปี 2007-2017 ธุรกิจของเอ็ม เอ เอ็น ขยายตัวอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง มีการเปิดตัวรถบรรทุกหนักในตระกูล TGX และ TGS ต่อจาก TGA ซีรีส์

เอ็ม เอ เอ็น เปิดตัวเทคโนโลยีมาตรฐาน ยูโร 6 พร้อมนวัตกรรมอื่นๆ ในงานไอเอเอ ตามด้วยรถบัสโดยสาร นีโอแพลน ทัวร์ไลเนอร์ (NEOPLAN Tourliner) และรุ่นปรับปรุงใหม่ใน ทีจี ซีรีส์ อีกหลายรุ่น เป็นความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมรถยนต์เพื่อการขนส่งผู้โดยสารขนาด 3.0 และ 5.5 ตัน ทำให้ เอ็ม เอ เอ็น กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ครบวงจรที่สุดรายหนึ่งของโลก พร้อมกับการก้าวสู่ยุคของการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล

เอ็ม เอ เอ็น ให้ความสำคัญกับการค้นคว้าและวิจัยใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่ การขับขี่อัตโนมัติ (automated driving) การเชื่อมต่อสื่อสาร (connectivity) และการขับขี่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทุกกิจกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา ไม่เน้นแค่แง่มุมการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ให้ความสำคัญกับการลดการใช้พลังงาน ลดปริมาณไอเสีย ระบบขับขี่ทางเลือกใหม่ รวมถึงการใช้พลังงานทางเลือก ตลอดจนการยกระดับความปลอดภัย ทั้งจากฝั่งคนขับและตัวระบบเอง

นอกจากนี้ ยังพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อการขับขี่ใช้งานได้บนแพลตฟอร์มระบบคลาวด์ ภายใต้กรอบแนวคิดในการดำเนินงานของเทรตัน กรุ๊ป เปิดรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัลอีกด้วย

บริษัท เอ็ม เอ เอ็น ทรัค แอนด์ บัส เอส อี มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองมิวนิก เยอรมนี เป็นบริษัทใหญ่ที่สุดในกลุ่มบริษัทเอ็ม เอ เอ็น ผู้นำในการจัดจำหน่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ปัจจุบันมีฐานการผลิตทั้งในเยอรมนี ออสเตรีย โปแลนด์ รัสเซีย ตุรกี และแอฟริกาใต้
มีขอบข่ายผลิตภัณฑ์และบริการครอบคลุม นับตั้งแต่รถตู้ขนาด 3.0-5.5 ตัน ไปจนถึงรถบรรทุกขนาด 7.49-44 ตัน และรถบรรทุกหนักเพื่อใช้งานเฉพาะ บางรุ่นรองรับน้ำหนักบรรทุกได้สูงถึง 250 ตัน มีรถบัสโดยสารวิ่งในเมือง รถบัสโดยสารระหว่างเมือง รถโค้ช และตัวถังรถบัสภายใต้แบรนด์ MAN ตลอดจนรถโค้ชระดับหรูภายใต้แบรนด์นีโอแพลนเครื่องยนต์อุตสาหกรรมสำหรับใช้กับเรือเดินสมุทร เครื่องยนต์สำหรับยานยนต์ที่วิ่งบนถนนทั่วไปและยานยนต์ออฟโรดตลอดจนบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งอีกมากมาย

ล่าสุดเอ็ม เอ เอ็น ได้เล็งเห็นถึงการเติบโตของวงการขนส่งเพื่อการพาณิชย์ในประเทศไทย จึงได้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเพื่อขับเคลื่อนเอ็ม เอ เอ็น ก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถบรรทุกเติบโตควบคู่ไปกับตลาดโลจิสติกส์ไทย ด้วยการนำเสนอผ่านผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการบริการหลังการขาย เป็นศูนย์การให้บริการแบบครบวงจรทั้งการจำหน่ายและการบริการหลังการขายให้ครอบคลุมทั่วประเทศไทย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon