สัพเพเหระคดี 13ก.ค.63 : ดัดแปลงลายมือ : โดย โอภาส เพ็งเจริญ

คุณจำนูญกู้ยืมจากคุณโผง ทำสัญญาเงินกู้ฉบับลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2547 มีกำหนดชำระเงินกู้ยืมพร้อมดอกเบี้ยคืนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2548

ครั้นถึงวันกำหนดคุณจำนูญไม่ได้ชำระเงิน แต่ออกเช็ค 2 ฉบับ สั่งจ่ายเงิน 500,000 บาท และ 550,000 บาท ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2548 แก่คุณโผง เพื่อชำระหนี้เงินกู้ยืมนั้น

เมื่อคุณโผงนำเช็คไปเรียกเก็บเงินธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน

คุณโผงจึงแจ้งความดำเนินคดี

ต่อมาพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษคุณจำนูญ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4

คุณจำนูญให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

พนักงานอัยการอุทธรณ์

ศาลชั้นอุทธรณ์พิพากษากลับว่า คุณจำนูญมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ มาตรา 4 (1) เป็นการกระทำความผิดสองกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด จำคุกกระทงละ 5 เดือน รวม 2 กระทง รวมจำคุก 10 เดือน

คุณจำนูญฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คุณจำนูญยอมรับว่าเป็นหนี้เงินกู้ยืมคุณโผงตามสัญญากู้ยืมเงินลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2547 จริง มีกำหนดชำระเงินคืนในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2548

ถึงกำหนดคุณจำนูญไม่ได้ชำระเงินตามสัญญา แต่ได้พูดคุยตกลงกับคุณโผง แล้วได้ลงลายมือชื่อออกเช็คทั้ง 2 ฉบับ มอบแก่คุณโผงเพื่อชำระหนี้เงินกู้ยืมรวมเป็นเงิน 1,050,000 บาท เท่ากับว่าคุณโผงยอมให้คุณจำนูญเลื่อนวันชำระหนี้ออกไป

แต่คุณจำนูญปฏิเสธว่า เช็คพิพาทที่คุณจำนูญมอบไปนั้น ไม่ได้ลงวันที่ในเช็ค

โจทก์มีคุณโผงผู้เสียหาย และพยานอีกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ขณะที่คุณจำนูญออกเช็ค 2 ฉบับนั้นแก่คุณโผงมาเบิกความยืนยันว่า เห็นคุณโผงได้ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2548 จริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อพิจารณาวันที่ออกเช็คพิพาททั้ง 2 ฉบับ คุณจำนูญเขียนเลขอารบิก วันที่ 20 กับเดือน 2 ก็ยังเขียนต่างกัน เป็นไปได้ว่า คุณจำนูญจงใจเขียนเช็คทั้ง 2 ฉบับด้วยการลงลายมือชื่อในเช็คไม่เหมือนตัวอย่างที่ให้ไว้แก่ธนาคารและจงใจเขียนตัวเลขอารบิก เลข 2 ให้แตกต่างกันอีก

พฤติการณ์ดังกล่าวส่อแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า คุณจำนูญมีเจตนาทุจริต เพื่อให้ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เนื่องจากรู้อยู่แล้วว่าไม่มีเงินในบัญชีของธนาคาร

การกระทำของคุณจำนูญ เป็นการออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น

พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า คุณจำนูญออกเช็คทั้ง 2 ฉบับ สั่งจ่ายเงินเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 (1)

พิพากษายืน

คือยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นอุทธรณ์

เป็นอันว่า คุณจำนูญต้องรับโทษจำคุก 10 เดือน

(เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5388/2556)

++++++++++++++

พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534

มาตรา 4 ผู้ใดออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายโดยมีลักษณะหรือมีการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(1) เจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น

(2) ในขณะที่ออกเช็คนั้นไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้

(3) ให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ในขณะที่ออกเช็คนั้น

(4) ถอนเงินทั้งหมดหรือแต่บางส่วนออกจากบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินตามเช็คจนจำนวนเงินเหลือไม่เพียงพอที่จะใช้เงินตามเช็คนั้นได้

(5) ห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็คนั้นโดยเจตนาทุจริต

เมื่อได้มีการยื่นเช็คเพื่อให้ใช้เงินโดยชอบด้วยกฎหมาย ถ้าธนาคารปฏิเสธไม่ใช้เงินตามเช็คนั้น ผู้ออกเช็คมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

โอภาส เพ็งเจริญ newsmanlawyer@gmail.com

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แพทย์ชี้ “สมุนไพรแก้โรคมะเร็งในกระดูก” ข่าวปลอม! ไม่มีหลักฐานทางวิชาการรองรับ
บทความถัดไปร้องนายกฯ แฉ มีเสี่ย อ้างชื่อบิ๊กป้อม วิ่งเต้นล็อกสเปกติดตั้งกล้องซีซีทีวีทั่วประเทศ