รายงานข่าวจาก โยโกฮาม่า ประเทศญี่ปุ่น แจ้งว่า นิสสันมอบอีกประสบการณ์ให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ด้วยการเสนอให้ลูกค้าสามารถจ่ายค่าที่จอดรถด้วยพลังงานไฟฟ้า นับเป็นครั้งแรกในโลกที่ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าจะสามารถส่งคืนพลังงานไฟฟ้าในแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อใช้เป็นค่าที่จอดรถ ขณะไปเยี่ยมชม นิสสัน พาวิลเลี่ยน เป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ ในเมืองโยโกฮาม่า
ระบบการชำระค่าใช้จ่ายนี้เป็นเพียงหนึ่งในนวัตกรรมที่ลูกค้าสามารถสัมผัสได้จริงที่นิสสัน พาวิลเลี่ยน สร้างขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่า นิสสันสามารถขับเคลื่อนผู้คนไปสู่โลกที่ดีขึ้นอย่างไร ผู้เข้าชมสามารถรับประทานอาหารพร้อมพักผ่อนในนิสสัน ชายา คาเฟ่ (Nissan Chaya Cafe) ใช้พลังงานไฟฟ้าจากนิสสัน ลีฟ และพลังงานแสงอาทิตย์ ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์แบบเสมือนจริงให้ความรู้สึกตื่นเต้นของการแข่งรถแบบฟอร์มูลา อี หรือไปนั่งในนิสสัน อริยะ ใหม่ รถยนต์ครอสโอเวอร์ไฟฟ้า 100%
บนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ของพาวิลเลี่ยนไร้มลพิษนี้ ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ และใช้พลังงานพลังน้ำหมุนเวียนได้ (renewable hydroelectric power)
“พาวิลเลี่ยนแห่งนี้จะเป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถมองเห็น รู้สึก พร้อมได้รับแรงบันดาลใจจากวิสัยทัศน์ของเราในอนาคตอันใกล้สำหรับสังคมและการเคลื่อนที่ต่างๆ ขณะที่โลกกำลังเปลี่ยนสู่การเคลื่อนที่ด้วยพลังงานไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี จะถูกบูรณาการให้เข้ากับสังคมในรูปแบบ นอกเหนือจากการใช้เพื่อการเดินทางขนส่งเพียงอย่างเดียว” มาโกโตะ อูชิดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ นิสสัน มอเตอร์ กล่าว
นิสสันเริ่มขายนิสสัน ลีฟ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ไร้มลพิษ แบรนด์แรกของโลก ในปี 2010 ตั้งแต่นั้นมานิสสันได้ร่วมมือกับภาครัฐ และภาคธุรกิจต่างๆ ทั่วโลกเพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้รถยนต์ไฟฟ้า นิสสัน เอ็นเนอร์จี แชร์ (Nissan Energy Share) และนิสสัน เอ็นเนอร์จี สตอเรจ (Nissan Energy Storage) ของบริษัท พัฒนาการเก็บรักษาพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า และแบ่งปันสู่การใช้ประโยชน์ที่แตกต่างไปจากเดิม (repurposed) ตัวอย่างเช่น การจ่ายพลังงานสู่บ้านเรือน หรือธุรกิจ ดังเช่น ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่ในนิสสัน พาวิลเลี่ยน
ในประเทศญี่ปุ่น นิสสันได้ทำข้อตกลงกับรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อใช้รถยนต์นิสสัน ลีฟ เป็นแบตเตอรี่สำรอง สามารถจ่ายพลังงานในช่วงเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ในความร่วมมืออื่นๆ บริษัทกำลังนำแบตเตอรี่ไฟฟ้าใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่กับระบบไฟส่องสว่างบนถนน
นี่เป็นส่วนหนึ่งของแผนการเปลี่ยนแปลงภายใต้นิสสัน เน็กซ์ (Nissan NEXT) แผนของบริษัทจะขยายรุ่นของรถยนต์ไฟฟ้าและรวมถึงรถยนต์ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน อาทิ เทคโนโลยี อี-เพาเวอร์ (e-POWER) นิสสันตั้งเป้าจะขายรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า รวมถึงอี-เพาเวอร์ ให้ได้มากกว่า 1 ล้านคันต่อปี ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2566 อีกด้วย
ผู้เข้าชมนิสสัน พาวิลเลี่ยน สามารถสัมผัสกับนวัตกรรมอื่นๆ นอกเหนือจากเทคโนโลยีของนิสสัน เอ็นเนอร์ยี อาทิ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง โปรไพลอต (ProPILOT) รวมถึงเทคโนโลยี อินวิสิเบิล-ทู-วิสิเบิล (Invisible-to-Visible-I2V) ของนิสสัน เป็นการรวบรวมข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงและจากโลกเสมือนจริงเพื่อช่วยเหลือผู้ขับขี่
นอกจากนี้ยังสามารถเล่นเทนนิสแบบเสมือนจริงกับนาโอมิ โอซาก้า แชมป์แกรนด์สแลมและแบรนด์แอมบาสเดอร์ของนิสสัน ในเธียเตอร์ของนิสสัน พาวิลเลี่ยน ผู้เข้าชมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ยังสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับ I2V ว่าเทคโนโลยีนี้จะทำให้การขับขี่สะดวก สบาย และน่าตื่นเต้น ยิ่งขึ้นได้อย่างไร เมื่อถูกติดตั้งในรถยนต์จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้
ที่ด้านหน้าของนิสสัน พาวิลเลี่ยน จะมีโมบิลิตี้ ฮับ สามารถให้บริการหลากหลาย รวมถึงบริการรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ร่วมกัน และจักรยานให้เช่า โดยนิสสันและชุมชนในท้องถิ่น บริการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ความอิสระในการเคลื่อนที่มากขึ้น
นิสสัน พาวิลเลี่ยน ตั้งอยู่ใกล้กับสำนักงานใหญ่ของนิสสัน ในนครโยโกฮาม่า เปิดให้สาธารณชนเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมถึง 23 ตุลาคม

