สัพเพเหระคดี 7ก.ย.2563 : ผิดไปแล้ว : โดย โอภาส เพ็งเจริญ

คุณจำนวนออกเช็ค ฉบับแรกลงวันที่ 25 กันยายน 2541 สั่งจ่ายเงินแก่คุณโผง กับอีก 2 ฉบับลงวันที่ต่างกัน เพื่อชำระราคาค่าเช่าซื้อรถ

ต่อมาเช็คใบแรกถึงกำหนด ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้น

คุณจำนวนขอรับเช็คนั้นมาจากคุณโผง ขอความเห็นใจ แล้วมาแก้ไขวันที่เป็นวันที่ 15 กันยายน 2544 โดยได้ลงนามกำกับแล้วมอบแก่คุณโผงไป

ถึงกำหนดวันที่แก้ไขใหม่ ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินอีก

คุณโผงผู้เสียหาย จึงแจ้งความดำเนินคดีกับคุณจำนวน

พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องคุณจำนวน ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า คุณจำนวนมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ มาตรา 40 (1) (3) ให้จำคุก คุณจำนวนอุทธรณ์

ศาลชั้นอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

พนักงานอัยการ ฎีกาคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ก่อนที่คุณจำนวนนำเช็คที่ถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินมาแล้ว แก้ไขวันที่และลงชื่อกำกับวันที่แก้ไขไว้ แม้จะมีเจตนาให้มีผลผูกพัน เพื่อชำระหนี้ค่าเช่าซื้อที่คุณจำนวนทำสัญญากับผู้เสียหาย และเป็นการแก้วันที่สั่งจ่าย ซึ่งเป็นข้อสำคัญในเช็คตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1007 ก็ตาม รายการลงวันที่ใหม่ และลงนามกำกับการแก้ไขโดยจำนวนเงิน และรายมือชื่ออันเป็นรายการที่มีอยู่ในเช็คเดิม จึงเป็นเพียงการแก้ไขวันที่ในเช็คเพียงอย่างเดียว เช็คยังคงเป็นเช็คฉบับเดิมไม่เป็นการออกเช็คฉบับใหม่แต่อย่างใด

เมื่อเช็คถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินมาครั้งหนึ่งแล้ว ความผิดฐานออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คย่อมเกิดขึ้นนับแต่วันนั้นแล้ว

การที่ผู้เสียหายนำเช็คไปเรียกเก็บเงินอีก และธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเป็นครั้งที่ 2 จึงหาได้เกิดความผิดขึ้นใหม่อีกไม่ เพราะเป็นการกระทำอันเดียวกันนั่นเอง การกระทำอันเดียวกันจะเป็นความผิด 2 ครั้งหาได้ไม่

การกระทำของคุณจำนวน จึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง

ศาลฎีกาพิพากษายืน

คุณจำนวนยิ้มได้ก-ว้-า-ง

(เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13/2553)

+++++++++++++++++

พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534

มาตรา 4 ผู้ใดออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย โดยมีลักษณะหรือมีการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

(1) เจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น
(2)……..
(3) ให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ในขณะที่ออกเช็คนั้น
………….
(5)……….

เมื่อได้มีการยื่นเช็ค เพื่อให้ใช้เงินโดยชอบด้วยกฎหมายธนาคารปฏิเสธไม่ใช้เงินตามเช็คนั้น ผู้ออกเช็คมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 185 วรรคแรก ถ้าศาลเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำผิดก็ดี การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดก็ดี คดีขาดอายุความแล้วก็ดี มีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยไม่ควรต้องรับโทษก็ดี ให้ศาลยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยไป แต่ศาลจะสั่งขังจำเลยไว้ หรือปล่อยชั่วคราวระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดก็ได้

โอภาส เพ็งเจริญ newsmanlawyer@gmail.com

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สธ.สรุปผลค้นหาผู้สัมผัสดีเจ 990 คน ส่งตรวจ 520 คน ไม่พบเชื้อโควิด-19
บทความถัดไป‘สุรเชษฐ์’ เปิดวิ่งการกุศล ดิ อาร์ทนิมอล รัน เขาใหญ่ ดีเดย์ 11 ต.ค.