สัพเพเหระคดี 21ก.ย.63 : จ่ายไม่ครบคดีไม่เลิก

คุณจำนูญซื้อสินค้าจากคุณสมปอง แล้วชำระเงินสดไป 30,500 บาท ส่วนที่เหลืออยู่ คุณจำนูญออกเช็คให้คุณสมปองไว้ 2 ฉบับ ฉบับแรก เป็นเงิน 20,500 บาท ฉบับที่สองเป็นเงิน 20,800 บาท แต่เมื่อถึงกำหนดเช็คทั้งสองฉบับถูกธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน

คุณจำนูญขอเปลี่ยนเช็คใหม่ให้คุณสมปอง แต่เมื่อถึงกำหนดธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินอีก

คุณสมปองจึงแจ้งความดำเนินคดีกับคุณจำนูญ

คุณจำนูญนำเงิน 15,000 บาท ไปชำระแก่คุณสมปอง แต่ยังค้างอยู่อีกส่วนหนึ่ง

พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องว่า คุณจำนูญได้ออกเช็คดังกล่าวโดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น ขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3 (ปัจจุบันคือ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4)

คุณจำนูญให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า คุณจำนูญมีความผิดให้ลงโทษจำคุก 3 เดือน แต่คุณจำนูญได้ชำระหนี้ตามเช็คที่ออกไปบ้างแล้ว จึงปรานีลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลย 2 เดือน

คุณจำนูญอุทธรณ์

ศาลชั้นอุทธรณ์ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น-ให้ยกฟ้อง

พนักงานอัยการโจทก์ฎีกา

ศาลฎีกา ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า เช็คที่คุณจำนูญออกให้คุณสมปองเป็นเงินค่าสินค้าที่คุณจำนูญซื้อไปนั้น เมื่อถึงกำหนดวันจ่ายเงินตามเช็คแล้ว คุณสมปองไปเบิกเงินจากธนาคารไม่ได้ ทางธนาคารแจ้งให้ไปติดต่อคุณจำนูญผู้สั่งจ่าย แสดงว่าเงินในบัญชีของคุณจำนูญผู้สั่งจ่ายมีไม่พอจ่าย คดีฟังได้ว่าคุณจำนูญออกเช็คโดยมีเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น

ที่คุณจำนูญได้นำเงินไปชำระแก่คุณสมปองซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่เช็คถึงกำหนดวันจ่ายเงินและภายหลังจากวันที่คุณสมปองไปแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจแล้ว ในข้อนี้ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 5 บัญญัติว่า “ถ้าผู้กระทำความผิดตามมาตรา 3 ได้นำเงินตามจำนวนในเช็คไปชำระแก่ผู้ทรงเช็ค หรือแก่ธนาคารเพื่อจ่ายเงินตามเช็คภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ธนาคารที่มีชื่อในเช็คบอกกล่าวให้ผู้ออกเช็คได้รับทราบว่าธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงิน ให้คดีเป็นอันเลิกกันตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา”

แต่คดีนี้คงได้ความว่าคุณจำนูญนำเงินไปชำระให้คุณสมปองเพียง 15,000 บาทเท่านั้น ไม่ครบตามจำนวนเงินในเช็คที่คุณจำนูญยออกให้แก่คุณสมปอง คดีจึงไม่เลิกกันตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ และไม่เป็นผลที่จะทำให้คุณจำนูญพ้นจากความผิดตามฟ้องได้

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นอุทธรณ์ ให้ลงโทษคุณจำนูญไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

คุกสิ!!!

(เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1093/2515)

+++++++++++++++++++++++

พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534

มาตรา 4 ผู้ใดออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายโดยมีลักษณะหรือการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

1.เจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น

2.ในขณะออกเช็คนั้นไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้

3.ให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ในขณะที่ออกเช็ค

4.ถอนเงินทั้งหมดเหลือแต่บางส่วนออกจากบัญชีอันพึงจะให้ใช้เงินตามเช็คจนจำนวนเงินเหลือไม่เพียงพอที่จะใช้เงินตามเช็คนั้น

5.ห้ามธนาคารใช้เงินตามเช็คนั้นโดยเจตนาทุจริตเมื่อได้มีการยื่นเช็คเพื่อให้ใช้เงินโดยชอบด้วยกฎหมายถ้าธนาคารปฏิเสธไม่ใช้เงินตามเช็คนั้นผู้ออกเช็คมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

โอภาส เพ็งเจริญ newsmanlawyer@gmail.com

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้จากม็อบสู่สภา
บทความถัดไปสถานีคิดเลขที่ 12 : หลัง 19-20 กันยายน 2563 โดย ปราปต์ บุนปาน