วิถีอำนาจจูหยวนจาง กับพยัคฆราชซ่อนเล็บ

วิถีอำนาจจูหยวนจาง กับพยัคฆราชซ่อนเล็บ

หากพูดแบบไสยศาสตร์ก็กล่าวว่าคงเป็นเพราะเคราะห์ยังดี แต่พูดแบบมีเหตุผลก็ต้องว่าผู้คนรู้จักดูแลป้องกันตนเอง จึงแม้จะชุมนุมกันในเมืองเป็นกลุ่มก้อนจำนวนมาก การระบาดของไวรัสโควิดเช่นประเทศยุโรปตะวันตกและอเมริกา ก็ไม่ปรากฏให้ต้องตกใจขึ้นในกรุงเทพฯ หวังว่าจะเคราะห์ดีเช่นนี้ไปตลอดจนกว่ามีวัคซีนที่ใช้ได้ผล

ในภาวะอึมครึมอยู่ดังกล่าว ที่ต่างไม่อยากออกไปไหน ผู้คนก็ดูจะคุ้นกับการอยู่บ้านสั่งอาหารมาส่งกันมากขึ้น ขณะเดียวกัน คนไม่น้อยก็เรียนรู้การรับสถานการณ์ของธุรกิจต่างๆ เสาะหาโอกาสออกไปจับจ่ายสิ่งที่ยามปกติทำไม่ได้

เช่น ตัวอย่างห้องอาหารจีน โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ หลักสี่ ที่ลดราคาอาหารคุณภาพครึ่งครึ่งตลอดเดือนหนึ่ง ไม่ว่าติ่มซำหรืออาหารหลัก มื้อที่เจ็ดแปดคนกินร่วมหมื่น กลับเหลือไม่ถึงห้าพันบาท ทำให้ลูกค้าคาดหน้ากากชวนกันไปรับบริการกันหนาตา
หรือหลายโรงแรมใหญ่ในเชียงใหม่ ที่ค่าพักคืนหนึ่งเคยสูงถึงริมๆ หมื่น กลับเหลือเพียงสองสามพันบาท

ทั้งบริการอาหารและเครื่องดื่มไม่อั้น ก็เรียกลูกค้าได้ไม่น้อย
ล้วนเป็นตัวอย่างของการพยายามปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่หากพอจะอุดหนุนกันได้ก็ต่างช่วยอุดหนุนกันไปตามกำลัง

ให้คนยังมีงานมีข้าวกิน เผชิญหน้าความจริงแท้ของโลก

สำหรับคนไม่อยากออกจากบ้านไปไหน ก็ยังมีหนังสือเพลิดเพลินใจให้อ่าน สัปดาห์นี้ลองหาสารคดีคุณภาพกับนิยายจีนแปลคุณภาพอ่านประกอบกัน รับประกันความสนุกสนานได้คิดมากมาย

เสถียร จันทิมาธร นักเขียนที่ผ่านคลื่นลมการเมืองและกระแสธารวรรณกรรมอันผันผวนมานานร่วม 5 ทศวรรษ สร้างงานชุดวิถีแห่งอำนาจที่น่าอ่านออกมาลือลั่น ที่จะกล่าวถึงวันนี้ก็คือเล่ม วิถีแห่งอำนาจจูหยวนจาง

กับนิยายเชิงกำลังภายในอิงประวัติศาสตร์ฝีมือช่างค้นคว้าหาข้อมูลหลักฐาน เยี่ยกวน นักเขียนออนไลน์ซึ่งมีผู้ติดตามมากที่สุดคนหนึ่งเรื่อง พยัคฆราชซ่อนเล็บ สองภาค ภาคละ 15 เล่ม แปลโดย น.นพรัตน์ เจ้าเดิมเจ้าเดียว

หนังสือสองเรื่องนี้พ้องเวลากัน จึงอ่านประกอบกันสนุกสำราญ ได้ความคิดอ่าน เป็นเรื่องยุคต้นราชวงศ์หมิงหลังปลดแอกราชวงศ์หยวน (มองโกล) ซึ่งเข้าด่านมายึดแผ่นดินจีนสำเร็จ ปกครองอยู่เกือบร้อยปีจึงถูกจูหยวนจางยกทัพขับออกไป

เล่มแรกเป็นหนังสืออ่านเอาเรื่อง จากผู้เขียนที่เป็นนักอ่านระดับบรม เล่ารายละเอียดชวนติดตามของปฐมกษัตริย์ราชวงศ์หมิง ที่เป็นเด็กเลี้ยงควาย พ่อและพี่น้องตายด้วยโรคและความยากจนข้นแค้น ต้องไปเป็นหลวงจีนเพื่อจะมีข้าวกิน ผ่านความลำบากสารพัดก่อนจะเข้าร่วมกองกำลังชูธงพิทักษ์ธรรมไล่ราชวงศ์คนเถื่อนนอกด่านกลับออกไป หลังปกครองแผ่นดินอยู่นานถึง 90 ปี ก่อนจะเป็นผู้ตั้งราชวงศ์ใหม่อันเป็นหนึ่งในราชวงศ์รุ่งโรจน์ของจีนขึ้นมา หลังราชวงศ์ฮั่นและถัง

หนังสือแจกแจงวิถีแห่งอำนาจ กุศโลบาย ความคิด ประกอบอุปนิสัยดั้งเดิมของผู้นำ ที่เชื่อมั่นในความสามารถของมนุษย์ไม่เชื่อถือภูตเทพ ซึ่งกลายเป็นนโยบายปกครองนานาเพื่อบรรเทาทุกข์ราษฎร ขณะที่ฆ่าฟันผู้คนใต้ปกครองมากมายจากความเข้มงวด และหวาดระแวง ไม่เว้นจนบุคคลร่วมบุกบั่นสร้างประเทศ

แต่มีน้ำใจอย่างยิ่งต่อลูกหลาน กระทั่งนักประวัติศาสตร์ชั่งน้ำหนักด้านต่างๆ เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมกันเหน็ดเหนื่อย

ส่วนชุดหลังเป็นเรื่องนิยายย้อนยุคของนายตำรวจซึ่งทวนเวลาหกร้อยปีไปสวมชีวิตในร่างคนหนุ่มที่เป็นชนชั้นค่ำปลายๆรัชกาลหมิงไท่จู่ (จูหยวนจาง) อันเป็นช่วงเวลาที่นิยายหลายเรื่องมักใช้เป็นฉากช่วงชิงราชบัลลังก์ตั้งแต่ต้นราชวงศ์ใหม่ระหว่างอากับหลาน (นึกไปถึงรัชกาลที่สองของอยุธยาหลังพระเจ้าอู่ทอง คือ พระราเมศวร์กับขุนหลวงพะงั่ว) เนื่องจากหมิงไท่จู่ตั้งหลานซึ่งเป็นลูกของรัชทายาทโอรสองค์โตซึ่งเสียชีวิตไปก่อน เป็นว่าที่จักรพรรดิองค์ถัดจากตน ส่วนโอรสองค์อื่นๆ ซึ่งเป็นอาทั้งหลายล้วนเป็นอ๋องไปกินเมืองต่างๆ อยู่ อายังไม่ทันเคลื่อนไหว หรือคิดจะเคลื่อนไหว หลานก็ชิงเล่นงานบรรดาอาทั้งหลายก่อน ทั้งเนรเทศ ทั้งลดศักดิ์ฐานะลงเป็นสามัญชน กระทั่งบางองค์เผาวังฆ่าตัวตายไปก็มี จนถึงเจ้าเอี้ยนอ๋องที่ไปกินเมืองต้าตู (เมืองหลวงเดิมของมองโกลราชวงศ์หยวน ปัจจุบันคือปักกิ่ง ขณะเมืองหลวงของราชวงศ์หมิงตอนนั้นคือนานกิง) เพื่อป้องกันชาวมองโกลและชนนอกด่านรุกรานกลับมา

เจ้าเอี้ยนอ๋องจึงกบฏยึดอำนาจกลายเป็นจักรรพรรดิหย่งเล่อ ผู้ส่งกองเรือเจิ้งเหอ (ซำปอกง) ออกสำรวจโลก

หนังฮ่องกงสมัยราชวงศ์หมิงกับนิยายที่ใช้ฉากยุคนี้ ทำให้นักอ่านไทยได้รู้จักกรมประมวลข่าวกลาง หรือหน่วยความมั่นคง หรือหน่วยราชการลับของจักรพรรดิ ทั้งที่เป็นองครักษ์เสื้อแพร หรือค่ายตะวันตก ค่ายตะวันออก (ซีฉ่าง ตงฉ่าง) ซึ่งมักจะถูกเสนอภาพเป็นผู้ร้ายไม่ว่าจะมองมุมไหน

ทำไมจูหยวนจางลดความสำคัญของหน่วยความมั่นคงลงตั้งแต่ต้นรัชกาล ทั้งที่ให้ความสำคัญกับการข่าวมาแต่เมื่อครั้งเป็นกองกำลังกู้ชาติ ทำไมจึงไม่ให้ขันทีมีส่วนบริหารราชการ ขณะจักรพรรดิหย่งเล่อกลับมาให้อำนาจขันทีอีกครั้ง

ความที่ผู้เขียนช่างค้นคว้า และสร้างบุคลิกพระเอกจากตำรวจ ซึ่งต้องพิเคราะห์ทุกเรื่องด้วยข้อมูลหลักฐาน เพื่อจะได้คำตอบที่เป็นตรรกะถูกต้อง ทำให้นักอ่านได้ความรู้จากเชิงอรรถประกอบถี่ถ้วนมากมาย และได้ความคิดอ่านจากการวินิจฉัยเรื่องราวของตัวละคร จึงมีประเด็นน่ารู้น่าสนุกสนานที่ทำให้อ่านเพลินยิ่งขึ้น

ตั้งแต่ที่เชื่อกันว่า หมิงไท่จู่หน้าตาอัปลักษณ์ จากภาพเขียนที่พบในสมัยราชวงศ์ชิง (แมนจู) เยี่ยกวนก็มีสมมติฐานใหม่ที่แยบคาย ว่าไม่ใช่ และที่ว่าเจ้าเอี้ยนอ๋องเตรียมการกบฏแต่แรกนั้นเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ทำไมต้องกบฏ มีหลักฐานประกอบการวิเคราะห์ชัดเจน ฯลฯ เป็นต้น

หนังสือสองเรื่องนี้จะทำให้ใช้เวลาคุ้มค่าขึ้นแน่นอน

บรรณาลักษณ์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อดีตพุทธะอิสระ จับมืออดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดง บวงสรวงพนมรุ้ง ขอพรปกป้องสถาบัน
บทความถัดไปกมธ.คมนาคม จ่อเรียก กก.ม.44 ให้ข้อมูลต่อสัมปทานสายสีเขียวสัปดาห์นี้