สัพเพเหระคดี : เกี่ยงกันเพียงจำนวน

ราวๆ ทุ่มเศษของวันที่ 6 ธันวาคม 2552 คุณโผงขี่จักรยานยนต์มาพร้อมกับเพื่อนไปตามถนนในเขตเทศบาล

ถึงช่วงที่มืดเปลี่ยวปวดเยี่ยวขึ้นมาพอดี จึงแวะจอดรถริมถนน ชวนกันเดินจะออกไปทำธุระข้างทาง

ด้วยเพราะถนนไม่มีแสงสว่าง จึงไม่เห็นว่าท่อระบายน้ำไม่มีฝาปิด คุณโผงก้าวพรวด ตกลงไปในท่อระบายน้ำนั่น บาดเจ็บสาหัสเลือดท่วมตัว ถูกนำส่ง รพ.เอกชน ผ่าตัดต่อเส้นเลือดข้อเข่าข้างหนึ่ง จ่ายไป 68,363.50 บาท แล้วย้ายไปรักษาที่ รพ.รัฐต่อนานอีก 4 เดือน ใช้เงินไปอีก 30,807 บาท

ระหว่างยังไม่หายดี บริษัทให้พักงานต่ออีก 2 เดือน ทั้งเจ็บกาย ทั้งขาดรายได้เงินเดือนและเบี้ยเลี้ยง ต้องจ่ายค่าเช่าบ้าน ใช้จ่ายสารพัด

คำนวณเป็นตัวเงิน แล้วคุณโผงเรียกให้เทศบาลชดใช้ค่าเสียหายมา

เทศบาลพิจารณาแล้ว ตกลงว่าจะชดใช้ค่ารักษาพยาบาล 18,365.50 บาท ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้
2 เดือน 13,000 บาท ค่าเช่าบ้าน เดือนละ 2,000 บาท 2 เดือน 4,000 บาท รวม 35,363.50 บาท

คุณโผงเห็นว่าไม่เป็นธรรม จึงนำความมาฟ้องต่อศาลปกครองชั้นต้น ขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้เทศบาลชดใช้ค่ารักษาพยาบาล 99,170.50 บาท ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ 6 เดือน เดือนละ 6,500 บาท เป็นเงิน 39,000 บาท เบี้ยเลี้ยงรายวันวันละ 300 บาท 87 วัน 26,100 บาท ค่าเช่าบ้าน 6 เดือน เดือนละ 2,000 บาท เป็นเงิน 12,000 บาท นำรถจักรยานยนต์ไปจำนำ 11,928 บาท รวมทั้งสิ้น 188,198.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้องคดีจนกว่าจะชำระเสร็จ

ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษา ให้เทศบาลชดใช้ค่ารักษาพยาบาล 99,170.50 บาท ค่าขาดรายได้ 21,666.67 บาท ค่าเช่าบ้าน 6,000 บาท ค่าเบี้ยเลี้ยง 9,000 บาท รวม 135,837.17 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 9 กันยายน 2553 ซึ่งเป็นวันฟ้องคดีเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ทั้งนี้ ภายใน 120 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด

เทศบาลว่ามากไป จึงอุทธรณ์คดี

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า แม้คุณโผงจะไม่ได้จ่ายค่ารักษาเต็มจำนวน เนื่องจากบริษัทประกันภัยผู้รับประกันภัย และสำนักงานประกันสังคมชำระให้บางส่วน ก็เป็นกรณีที่บริษัทประกันภัยชำระไปตามสิทธิของคุณโผงตามสัญญาประกันภัย และที่สำนักงานประกันสังคม ชำระค่ารักษาพยาบาลก็เป็นสิทธิของคุณโผงที่เกิดขึ้นจากการเป็นผู้ประกันตนและออกเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมอันเป็นสิทธิตามกฎหมาย ไม่ใช่การชำระค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิด ไม่เกี่ยวกับความรับผิดของเทศบาลผู้ถูกฟ้องคดี คุณโผงยังคงมีสิทธิเรียกร้อง
ค่ารักษาพยาบาลเต็มจำนวนจากผู้กระทำละเมิดตามมาตรา 444 วรรคหนึ่งแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และจากเหตุดังกล่าวทำให้คุณโผงไม่สามารถประกอบการงานได้ ค่าจ้างเดือนละ 6,500 บาท ได้ค่าเช่าบ้านเดือนละ 2,000 บาท เงินเดือนและค่าเช่าบ้านจึงเป็นค่าเสียความสามารถประกอบการงานที่คุณโผงมีสิทธิได้รับ ตามมาตรา 444 วรรคหนึ่ง ส่วนเบี้ยเลี้ยงเห็นว่า ไม่ใช่ค่าเสีย ความสามารถประกอบการงานที่มีสิทธิจะได้รับตามมาตรา 444 วรรคหนึ่ง

ที่เทศบาลอ้างว่า ได้พิจารณาให้ค่าเสียหายตามหลักเกณฑ์คำนวณของกระทรวงมหาดไทย หลักเกณฑ์การชดใช้ของกระทรวงการคลัง ระเบียบสำนักนายกฯ และพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่แล้วนั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า การกำหนดค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดนั้น ศาลจะใช้ดุลพินิจกำหนดให้สถานใดเพียงใด แล้วแต่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดตามมาตรา 438 วรรคหนึ่งแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ส่วนหลักเกณฑ์ที่เทศบาลอ้างมานั้น เป็นหลักเกณฑ์ที่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐใช้เป็นกรอบ และแนวทางในการพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายที่ยื่นคำขอให้หน่วยงานรัฐใช้ค่าสินไหมทดแทน ศาลไม่จำต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์ดังกล่าวมาใช้เพื่อวินิจฉัยกำหนดค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิด

ศาลปกครองสูงสุดพิพากษา แก้คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นเป็น ให้เทศบาลชดใช้ค่ารักษาพยาบาล 99,170.50 บาท ค่าขาดรายได้เงินเดือน 21,666.67 บาท ค่าเช่าบ้าน 8,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 128,837.17 บาท

นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น

นั่นคือจ่าย 128,837.17 บาท ดอกเบี้ยอัตรา รัอยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้องคดีจนกว่าจะชำระเสร็จ ทั้งนี้ภายใน 120 วันนับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด

(เทียบคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ 2059/2559)

++++++++++++++++

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 438 ค่าสินไหมทดแทนจะพึงใช้โดยสถานใดเพียงใดนั้น ให้ศาลวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด

อนึ่ง ค่าสินไหมทดแทนนั้น ได้แก่การคืนทรัพย์สินอันผู้เสียหายต้องเสียไปเพราะละเมิดหรือใช้ราคาทรัพย์สินนั้น รวมทั้งค่าเสียหายอันจะพึงบังคับให้ใช้เพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อันได้ก่อขึ้นนั้นด้วย

มาตรา 444 วรรคหนึ่ง

ในกรณีทำให้เสียหายแก่ร่างกายหรืออนามัยนั้น ผู้ต้องเสียหายชอบที่จะได้ชดใช้ค่าเสียหายอันตนต้องเสียไป และค่าเสียหายเพื่อการที่เสียความสามารถประกอบการงานสิ้นเชิงหรือแต่บางส่วน ทั้งในเวลาปัจจุบันนั้นและในเวลาอนาคตด้วย

โอภาส เพ็งเจริญ newsmanlawyer@gmail.com

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คาเฟ่ ‘กัญชา’ ตำรับยา อาหาร ก้าวแรกจาก คลายล็อก สู่ มูลค่าทางเศรษฐกิจ
บทความถัดไปสมุทรสาคร เดดไลน์ 24ก.พ.นี้ ใครสนใจรับวัคซีนโควิด รีบแจ้งความประสงค์