‘ไทคานน์’ ยนตรกรรมไฟฟ้า ทรงพลัง-ขับเคลื่อนล้อหลัง

ปัจจุบันทิศทางยนตรกรรมไฟฟ้ากำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ค่ายรถยนต์ชั้นนำของโลกต่างพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าออกมาป้อนสู่ตลาดจำนวนมากไม่เว้นแม้แต่ค่ายรถซุปเปอร์คาร์ชั้นนำอย่างค่ายปอร์เช่ ปรับตัวอย่างรวดเร็ว พัฒนารถยนต์ไฟฟ้าออกมาเอาใจบรรดากลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ล่าสุด บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด (AAS) ฟผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดตัว ไทคานน์ รุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง (The new Taycan) ยนตรกรรมสปอร์ตไฟฟ้ารุ่นล่าสุดอย่างเป็นทางการครั้งแรก

เป้าหมายก็เพื่อเดินหน้าลุยตลาดยนตรกรรมสปอร์ตไฟฟ้าอย่างเต็มศักยภาพและตอกย้ำแผนกลยุทธ์ ซัสเทนาบิลิตี้ (Sustainability) คือให้ความสำคัญกับพลังงานการขับเคลื่อนอย่างยั่งยืน

ปอร์เช่ ไทคานน์ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากทั่วโลก ขณะเดียวกันในประเทศไทยเองก็ได้รับตอบรับที่ดีจากลูกค้าตลอดมานับตั้งแต่เปิดตัว การมาถึงของ ไทคานน์ ในรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง เป็นทางเลือกหลากหลายขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้ายนตรกรรมสปอร์ตไฟฟ้าระดับพรีเมียม

ไทคานน์ ใหม่ รุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลังและทางเลือกจากแบตเตอรี่ 2 ขนาดความจุ สำหรับขนาดมาตรฐาน เพอร์ฟอร์แมนซ์ แบตเตอรี่ (Performance Battery) ให้พละกำลังสูงสุดถึง 408 แรงม้า (300 กิโลวัตต์) เมื่อทำงานใน โอเวอร์ บูสต์ โหมด (overboost mode) และลอนช์ คอนโทรล (Launch Control) ยกระดับศักยภาพสูงสุดกว่า 476 แรงม้า (350 กิโลวัตต์) จากอุปกรณ์พิเศษ เพอร์ฟอร์แมนซ์ แบตเตอรี่ พลัส (Performance Battery Plus) สำหรับการทำงานในโหมดปกติให้กำลังที่ 326 แรงม้า (240 กิโลวัตต์) หรือ 380 แรงม้า (280 กิโลวัตต์) ตามลำดับ ในส่วนของพิสัยระยะการเดินทางสามารถทำได้ที่ 354-431 กิโลเมตร

ปอร์เช่ ไทคานน์ ให้อัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งไปยังความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 5.4 วินาที ทำความเร็วสูงสุดที่ 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้ง 2 ขนาดความจุแบตเตอรี่ขณะที่สามารถรองรับการประจุพลังงานได้สูงสุดที่ 225 กิโลวัตต์ (Performance Battery) หรือ 270 กิโลวัตต์ (Performance Battery Plus) หมายความว่าแบตเตอรี่ทั้ง 2 ขนาด จะใช้ระยะเวลาในการชาร์จพลังงานจาก 5-80% ในสภาวะการชาร์จไฟปกติ เพียง 22.5 นาที และสะสมพลังงานจนวิ่งได้ถึง 100 กิโลเมตร หลังจากการชาร์จเพียง 5 นาทีเท่านั้น

การตกแต่งภายในห้องโดยสารมี 5 รูปแบบและเฉดสีตัวถังใหม่ทั้งหมด 7 สี ราคาเริ่มต้น 6,190,000 บาท รับประกันแบตเตอรี่นานสูงสุด 8 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ถือว่าเป็นรถยนต์ไฮเพอร์ฟอร์แมนซ์ สมรรถนะสูง เป็นยนตรกรรมล้ำสมัย ใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง ไม่ใช่ผลิตมาแค่โชว์เฉยๆ

นายพล

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อีกที่! ร้านอาหารดังย่านอโศก Chu เตรียมปิด 31 พ.ค.นี้ หลังเปิดให้บริการมา 10 ปีครึ่ง
บทความถัดไปอุบลฯเฮ! ปิด รพ.เฉพาะกิจแห่ง 2 หลังโควิดคลี่คลาย ส่งผู้ป่วยรายสุดท้ายกลับบ้าน