ตู้หนังสือ : พระแก้วมรกต หนังสือของขวัญปีใหม่

ตู้หนังสือ : พระแก้วมรกต หนังสือของขวัญปีใหม่

พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต หรือ “พระแก้ว” ใน “วัดพระแก้ว” ตามภาษาปากของชาวไทยทั่วไป มีความเป็นมาและประวัติที่แม้แต่คนไทยจำนวนไม่น้อยก็ยังไม่กระจ่าง รู้แต่ประเด็นคร่าวๆ เกี่ยวกับการเคยไปประดิษฐานยังประเทศเพื่อนบ้าน จนกลายเป็นเรื่องที่รู้กันว่าต้องออมปากออมคำ หากจะคุยถกถามกันเรื่องพระแก้ว แต่เพราะด้วยเหตุที่ต่างฝ่ายต่างยังไม่รู้แจ้งแต่ต้นหรือเปล่า จึงทำให้เรื่องสำคัญนี้กลายเป็นเรื่องอิหลักอิเหลื่อที่จะคุยกันไป

 

ดังนั้น หนังสือ พระแก้วมรกต พระพุทธรูปองค์เอกของประเทศ ซึ่งประดิษฐานยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง อันที่เป็นเคารพ รัก สักการะ ของทั้งปวงชนในบ้านเมืองและเพื่อนบ้านทั้งหลาย ยังเป็นที่รู้จักเป็นที่ปรารถนาจะได้ชมพระพุทธลักษณะของพระแก้วอันงามนี้สักครั้งของบรรดานักท่องเที่ยวทั่วโลก ในวัดในวังซึ่งผจงไพจิตรเป็นที่เลื่องลือยอมรับกันไปทั่วว่า หากมาถึงเมืองไทยแล้วไม่ได้ไปไหว้พระแก้ว ไปชมวัดชมวัง ถึงเดินทางท่องเที่ยวไปไหนได้ทั่วประเทศ ก็จะเรียกเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตไม่ได้

ใครที่เคยมาเมืองไทย หรือแม้แต่ไม่เคยมาเมืองไทยก็อาจถามได้ว่า คุณมัวไปทำอะไรอยู่ที่ไหน ถึงไม่ได้ไปไหว้พระแก้ว ไม่ได้ไปชมวัดชมวัง เสียเที่ยวที่มา

พูดอย่างนี้ คงไม่โฆษณาการท่องเที่ยวเกินเลยไป

หนังสือเล่มนี้มีผู้ตรวจสอบคือ สุจิตต์ วงษ์เทศ เป็นบรรณาธิการ (พูดเรื่องบรรณาธิการแล้ว นึกถึงเรื่อง “โลกที่ไร้บรรณาธิการ” ในมติชนออนไลน์ วันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ของ กล้า สมุทวณิช ซึ่งทันท่วงทีกับสถานการณ์ที่โลกสื่อสารสาธารณะแพร่หลายกว้างขวางยามนี้อย่างยิ่ง ทั้งเรื่องกิจกรรมสื่อสาร ความรับผิดชอบนานา จนถึง “จรรยาบรรณ” ควรหาอ่านเพื่อเห็นประเด็นปัญหา)

หนังสือบอกเล่าตำนานเก่าแก่ที่สุดของพระแก้วมรกต ซึ่งรจนาโดย “พระพรหมราชปัญญา” ตั้งแต่การสร้างพระแก้ว อ่านคำทำนายสถานที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตในอนาคต แล้วติดตามรู้เห็นการเดินทางของพระแก้วมรกตจากอินเดียสู่บ้านเมืองต่างๆ ตามคำทำนาย อันมีวงศ์กัมโพช วงศ์อริมัททนะ และวงศ์สยาม

จากนั้น หลักฐานโบราณในเวลาต่อมา จึงยึดโครงเรื่องที่คล้ายคลึงกับตำนานพระแก้วมรกตของพระพรหมราชปัญญาเรื่อยมา แต่ย่อมมีรายละเอียดแตกต่างกันบ้าง ทั้งยังเสริมเติมแต่งเรื่องราวให้สอดคล้องกับยุคสมัยนั้นๆ

หนังสือเล่มนี้จะนำผู้อ่านสำรวจความเป็นมาของพระแก้วมรกตผ่านหลักฐานโบราณ เพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงในด้านเรื่องราว จะได้รู้รายละเอียดว่าเรื่องนั้นเรื่องนี้มาจากไหน และนอกจากความหมายของพระแก้วมรกตแล้ว ยังมีบทความพิเศษของ พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ กับ ศักดิ์ชัย สายสิงห์ ที่จะช่วยกันอธิบายเรื่องพระแก้วมรกตให้รอบด้านครบถ้วนยิ่งขึ้น

หนังสือเล่มนี้มีกล่องใส่งดงาม มีโปสการ์ด และบทสวดมนต์เป็นของขวัญ หากสั่งซื้อก่อน 31 ธันวาคม เพื่อเป็นมงคลกับญาติสนิทมิตรสหาย ด้วยราคาสำหรับวาระพิเศษ สั่งซื้อ 10 เล่มลด 20 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 5,400 บาท – สั่งซื้อ 50 เล่มลด 30 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 24,000 บาท – หรือ 100 เล่มลด 40 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 42,000 บาท หนังสือจะเริ่มส่งตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม เป็นต้นไป

● ยังมีหนังสือน่าอ่านยิ่งยวดอีก 3 เล่ม ที่สามารถสั่งจองล่วงหน้าภายใน 31 ธันวาคมนี้ โดยจะเริ่มส่งหนังสือตั้งแต่ 5 มกราคมปีหน้าเป็นต้นไป ดังต่อไปนี้

กว่าจะครองอำนาจนำ หนังสือดีเยี่ยมที่สามารถใช้อ้างอิงไปได้อีกยาวนาน ที่ต้องหาอ่าน เพราะปรับปรุงดัดแปลงจากดุษฎีนิพนธ์ของดอกเตอร์ อาสา คำภา นักวิจัยสังกัดสถาบันไทยคดีศึกษา ธรรมศาสตร์ ซึ่งเสนอต่อสาขาวิชาประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในปี 2562 เรื่อง “ความเปลี่ยนแปลงของเครือข่ายชนชั้นนำไทย พ.ศ. 2495-2535” ซึ่งมีศาสตราจารย์เกียรติคุณ สายชล สัตยานุรักษ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาหลัก

กลายเป็นคำของอาจารย์ เกษียร เตชะพีระ ที่ว่า “นี่คือวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับการเมืองไทยที่ดีที่สุดเล่มหนึ่งในรอบหลายปีที่ผ่านมา เสมือนเป็น สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ฉบับมีเชิงอรรถ” ที่ฟังดูน่าตื่นเต้นขนาดไหน ด้วยหนังสือซึ่งหนา 700 กว่าหน้าเล่มนี้ คืองานศึกษามหากาพย์แห่งความเปลี่ยนแปลงของชนชั้นนำไทย โดยเฉพาะกลุ่มเครือข่ายสถาบันกษัตริย์สมัยรัชกาลที่ 9 ชนิดเจาะลึกให้เห็นตัวแสดงชัดเจนละเอียดลออที่สุดเท่าที่เคยมีมา

หนังสือเล่มนี้จึงเป็นความพยายามทางวิชาการอย่างมานะบากบั่น เพื่อให้เห็นบทบาทฐานะสำคัญทางการเมืองของสถาบันกษัตริย์ ซึ่งมิได้ดำรงอยู่โดดเดี่ยวปลอดจากบริบทแวดล้อมที่เคยเป็นภาพคับแคบคลุมเครือ แต่เป็นภาพสายใยสัมพันธ์และปฏิสัมพันธ์อันซับซ้อนกับกลุ่มชนชั้นนำอื่นๆ อย่างชัดเจน ที่ควรหาอ่านศึกษาติดตาม

จึงเป็นหนังสือเล่มที่พลาดไม่ได้

● เล่มถัดมาคือ สถาบันกษัตริย์ในกฎมณเฑียรบาล โดยอาจารย์ วรพร ภู่พงศ์พันธุ์ แห่งภาควิชาประวัติศาสตร์ อักษรศาสตร์ ศิลปากร กล่าวถึงกฎมณเฑียรบาลซึ่งคนทั่วไปมักนึกถึงเรื่องสองสามอย่าง เช่น ชีวิตในวัง พิธีกรรมต่างๆ การสืบราชสมบัติ หรือการสืบราชสันตติวงศ์ สองประการแรกนั้นเข้าใจถูกต้อง ส่วนประการหลังคงด้วยที่มาจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

กฎมณเฑียรบาลฉบับเก่าที่สุดขณะนี้คือ ฉบับชำระครั้งรัชกาลที่ 1 ซึ่งจัดเป็นกฎหมายหมวดหนึ่งในประมวลกฎหมายตราสามดวง เป็นกฎมณเฑียรบาลที่เป็นฉบับรากฐานของกฎมณเฑียรบาลฉบับอื่นๆ จึงเป็นเอกสารที่มีความสำคัญ ทั้งสาระของกฎหมายทั้งหลายยิ่งน่าสนใจ ที่จะนำมาศึกษาให้เห็นภาพเรื่องราวของยุคสมัยที่กฎหมายนั้นมีอำนาจบังคับใช้ เท่ากับสะท้อนภาพสังคมในยุคเหล่านั้นออกมาให้เห็น

ดังนั้น เมื่อเป็นกฎซึ่งมีอยู่คู่กับสถาบันกษัตริย์ และใช้บังคับเพื่อรักษาเรือนหลวง โดยเฉพาะมีการชำระเพิ่มเติมมาโดยตลอด จึงแสดงให้เห็นว่า แม้จะเป็นตัวบทที่มีอำนาจบังคับใช้ แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดตามความเหมาะสม หรือตามสถานการณ์ทางการเมือง จากนัยนี้ กฎมณเฑียรบาลจึงเป็นเอกสารที่บอกบริบททางประวัติศาสตร์และพลวัตทางการเมืองการปกครองของไทยพร้อมกันไปด้วย

น่าศึกษา น่าหาอ่าน

● เล่มหลังสุดก็ต้องเรียนคือ ทุน วัง คลัง (ศักดิ)นา : สมรภูมิเศรษฐกิจการเมืองไทย กับประชาธิปไตยที่ไม่ลงหลักปักฐาน ร่วมกันเขียนโดย อภิชาต สถิตนิรามัย กับ อิสร์กุล อุณหเกตุ สำหรับผู้ต้องการเห็นและเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงระบบกรรมสิทธิ์ในปัจจัยการผลิตของไทยแต่เดิม เพื่อเห็นความเหลื่อมล้ำกับความขัดแย้งทางการเมือง และความเข้าใจพระราชอำนาจในการจัดการทรัพย์สินของสถาบันกษัตริย์ อันเป็นศูนย์กลางความขัดแย้งทางเศรษฐกิจ ระหว่างชนชั้นปกครองเก่ากับชนชั้นปกครองใหม่ จึงต้องรีบคว้าหนังสือเล่มนี้

เพราะนอกจากนี้ยังจะได้เห็นการปฏิรูประบบการคลัง จากผลประโยชน์ของชนชั้นปกครองกระจายสู่ประชาชน เห็นระบบการคลังก่อนการปฏิวัติ 2475 เห็นหนทางการปฏิรูปสวัสดิการสังคม เพื่อเห็นการศึกษาและการสาธารณสุข ว่าเป็นไปเพื่อชนชั้นนำหรือเพื่อมวลชน เห็นที่มาของโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสุขภาพ

ก่อนจะสรุปลงด้วยเรื่องสถาบันทางการเมืองกับความเหลื่อมล้ำ สถาบันทางเศรษฐกิจกับความเหลื่อมล้ำ เพื่อเข้าใจการลงหลักปักฐานของระบอบประชาธิปไตยว่าทำไมจึงยังห่างไกลพฤตินัยมากถึงปานนี้ ทั้งที่โลกไปไกลแล้ว

สั่งซื้อหนังสือทั้ง 3 เล่มได้ในราคาเพียง 1,000 บาทถ้วน จากราคาเต็ม 1,379 บาท พร้อมของขวัญกระเป๋าถุง (tote bag) ใบสวยใส่ของจุอีกหนึ่งใบให้พร้อมกัน

● หนังสือราคาพิเศษสำหรับซื้อหลายเล่มเป็นของขวัญ นอกจาก พระแก้วมรกต ข้างต้นแล้ว ยังมีหนังสือดีอีก 2 เล่ม เช่น All about Clouds เล่มนี้มีเมฆมาก ไขความพิสดารและจินตนาการบนท้องฟ้า เล่าให้ลูกหลานได้ตาโต ของอาจารย์ บัญชา ธนบุญสมบัติ ซึ่งมีกระเป๋าถุงแสนจุลายทิวเมฆงดงามเป็นของขวัญแถมให้ด้วย กับหนังสือ The Great Remake สู่โลกใหม่ โดย สันติธาร เสถียรไทย เพื่อเตรียมรับมือกับโลกที่ไม่เหมือนเดิม และไม่กลับมาเหมือนเดิมอีก ด้วยเทคโนโลยีที่กระโดดไปไกลในอนาคตจนต้องตามให้ทัน ไม่เช่นนั้น แม้แต่คิดทำการหาเลี้ยงชีพก็จะยากลำบากยิ่งไปกว่าก่อน ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้าน หรือนักธุรกิจ การเงินการตลาด จนข้าราชการที่จะรอเงินแจกอยู่เช้าชามเย็นชามไม่ได้

หนังสือสองเล่มพร้อมของขวัญพิเศษนี้ สามารถสั่งซื้อได้จาก 10 เล่มถึง 100 เล่ม ด้วยราคาลดอย่างมากตั้งแต่ 20 เปอร์เซ็นต์ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกัน เพื่อญาติมิตรซึ่งต้องรับปีใหม่ที่ไม่เหมือนอดีต ได้มีภูมิความรู้คุ้มกันตน กับสถานการณ์แปลกแยกไม่ว่าโรคระบาดถึงตาย หรือโลกที่เปลี่ยนหน้าไปโดยสิ้นเชิง จนปู่ย่าตายายไม่มีวันคาดฝันถึง

● มาวันนี้ เราต้องรู้กันอยู่มากแล้วว่า เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น หรือการแสดงออกด้วยความคิดเห็น ในมณฑลสากลโดยเฉพาะทางตะวันตก ถือเป็นสดมภ์หลักของสังคมประชาธิปไตยเสาหนึ่ง การยอมรับนี้มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนไปถึงสมัยกรีกโรมัน เพลโตและอริสโตเติลล้วนต่างเห็นความสำคัญของเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของพลเมืองเต็มที่

แต่จะเป็นเพราะสังคมไทยทุกวันนี้ เกิดความเห็นต่างไปจากหลักเสรีภาพแต่ดั้งเดิมหรือเปล่า บรรดาฝ่ายนำที่กุมอำนาจหรือฝ่ายจารีตนิยมที่เห็นต่างไปอย่างนั้น จึงไม่ยอมให้มีผู้เห็นต่างไปอย่างอื่น ด้วยการเกาะกุมอำนาจบังคับทั้งทางตรงทางอ้อม การเกรงจะสูญเสียทั้งอำนาจและโดยเฉพาะผลประโยชน์ที่สั่งสมมายาวนานนั้นเป็นประเด็นหนึ่ง แต่อีกประเด็น ด้วยความเข้าใจผิดที่เห็นว่าการพัฒนาวัตถุ (อันเป็นมายาของบ้านเมือง) ต้องกระทำด้วยวิธีการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่แสดงออกมานั้น เป็นวิธีคิดที่มองไปยังต้นตอหรือต้นแบบเช่นจีนหรือสิงคโปร์หรือเปล่า จึงเห็นว่าเสรีภาพของการแสดงความคิดเห็นกลายเป็นอุปสรรคขัดขวางรูปการบริหารของตน

หนังสือ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น หนึ่งเสาเข็มของประชาธิปไตย โดย ภรณี ภูรีสิทธิ์ ผู้เขียนและผู้แปลหนังสือเกี่ยวกับลูก เด็ก และการฝึกเด็ก มาแล้วหลายเล่ม จะนำเราไปพบตลาดเสรีทางความคิด เพื่อรู้จักเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และตอบว่าทำไมเราต้องสนใจ ไปดูการละเมิดสิทธิ และการเซนเซอร์สื่อลามก จนมาถึงเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นยุคอินเตอร์เน็ต

เพื่อเราจะได้เท่าทันตัวเอง และเท่าทันผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ไม่ยอมให้มีเสรีภาพ ไม่ว่าจะโดยผู้เห็นต่างทั่วไป หรือผู้เห็นต่างที่มีอำนาจระดับต่างๆ

● เรื่องที่เราทำได้ และสามารถทำ แต่มักไม่มานะพยายามทำ โดยคิดว่าทำได้ยากจนไม่อยากทำ เลยไม่คิดจะทำ หรือท้อแท้เหน็ดเหนื่อยเกินกว่าจะทำเสียก่อน น่าจะฟังอีกครั้ง เมื่อ พระไพศาล วิสาโล บอกว่า สิ่งเดียวที่จัดการได้คือใจของเรา เพื่อจะถามตัวเองอีกหนว่า หลายครั้งใช่ไหมที่เกิดเรื่อง เรามักโทษสิ่งภายนอก, หลายครั้งใช่ไหมที่เรารู้ว่าทุกข์เพราะยึด หนักเพราะแบก แต่ก็ยังทำ, และหลายครั้งใช่ไหมขณะรู้ว่าสุขสะดวกกาย แต่ทำไมถึงไม่สบายใจ ฯลฯ

ลองหาหนังสือเล่มนี้อ่านอีกหน เพื่อดูแลใจให้ไกลทุกข์ เมื่อเจอทุกข์ก็สุขได้ หรือรู้จักที่จะไม่รักสุขไม่เกลียดทุกข์ ปล่อยวางได้ให้ใจเบาสบาย ฯลฯ

● นอกจากพุทธวิธีแล้ว ลองความคิดแบบดัตช์ดูอีกวิธีก็ได้ เพราะเรารู้แล้วว่า ชาวสแกนดิเนเวียนอยู่ในดินแดนซึ่งพลเมืองมีความสุขที่สุดในโลก พวกเขามีวิธีคิดและวัตรปฏิบัติอย่างไรจนเป็นที่เลื่องลืออย่างยอมรับกันถึงขนาดนั้น

หนังสือ NIKSEN ศิลปะของการไม่ทำอะไรเลย โดย ราฟไรท์เสน แอนเนท ที่กล่าวถึงปรัชญาชาวดัตช์ “นิกเส็น” สำหรับผู้อยากสงบจิตใจและพักผ่อน คำนี้หมายถึงการไม่ทำอะไรเลย ไม่เพราะอะไร เพื่ออะไร แต่ไม่ใช่ความขี้เกียจหรืออาการเบื่อหน่าย เป็นความสนุกในชีวิตที่ได้หยุดพักสักเล็กน้อย วิธีนี้จะปลดปล่อยเราจากความยุ่งเหยิงในแต่ละวัน ภาระครอบครัว และแรงกดดันต่างๆ จากสังคม เพื่อลดหรือผ่อนคลายความเครียดลง

เราจะได้รู้จักสภาพจิตใจแบบนิกเส็น นิกเส็นสำหรับเรา นิกเส็นทุกวัน นิกเส็นทุกที่ กล้าที่จะเฉื่อย และกลายเป็นเหมือนชาวดัตช์ที่แสนสุขไปอีกคนได้

● โอไมครอนมาแล้ว โอไมครอนก็กลายพันธุ์ไปได้แล้ว พิษโอไมครอนจะหนักหรือจะเบา ไม่นานสัปดาห์คงรู้แจ้ง แต่เราที่อยู่ท่ามกลางเดลต้ากับโอไมครอน ต้องอยู่แบบไหน อยู่อย่างไร ให้ยังมีกินยังมีใช้และไม่ติดเชื้อโรค

ถึงวันนี้คงไม่มีใครไม่รู้ไม่ระวังอีกแล้ว

บรรณาลักษณ์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon