ไทยพบพม่า : ไทยกำลังเดินเกมพม่าผิด ?

ไม่ต้องพูดเยอะก็คงจะทราบกันดีว่าบรรดาชาติในอาเซียนทั้งหมด ในเวลานี้ไม่มีใครเป็นมหามิตรที่สนิทกับพม่าเท่ากับไทย ด้วยสองประเทศมีพรมแดนติดกันยาวสองพันกว่ากิโลเมตร และด้วยปัญหาความขัดแย้งในพม่าที่มีมานานหลายสิบปี เกิดวิกฤตผู้อพยพที่หนีตายเข้ามาในฝั่งไทยหลายแสนคน ยังไม่นับรวมพี่น้องแรงงานพม่าหลายล้านที่ทำมาหากินอยู่ในไทย ด้วยสภาพเศรษฐกิจในฝั่งพม่าไม่อำนวย ผู้เขียนจึงเน้นเสมอว่าอะไรก็ตามที่เกิดในพม่าล้วนมีผลกระทบกับไทย

ยิ่งเมื่อเกิดรัฐประหารขึ้น ทั่วโลกรวมทั้งอาเซียนของเราเองพยายามกดดันให้ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ลาย ผู้นำกองทัพและผู้นำคณะรัฐประหาร เจรจากับอดีตผู้นำในรัฐบาลพลเรือน กองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ รัฐบาลคู่ขนาน NUG และกองทัพฝั่งประชาชนที่กำลังต่อสู้กับกองทัพพม่าอย่างเข้มข้นอยู่ในขณะนี้ และดูเหมือนว่าอาเซียนเองก็จะเอาจริงเอาจังกับสถานการณ์เป็นพิเศษ อาเซียนจะประสบความสำเร็จเกลี้ยกล่อม
ให้พม่าเข้าสู่โหมดการเจรจา และยอมให้ผู้แทนจากอาเซียนเข้าพบด่อ ออง ซาน ซูจีหรือไม่ บางทีตัวแปรสำคัญหนึ่งอาจจะอยู่ที่ท่าทีของรัฐบาลไทยนี่แหละ

ไทยเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่มีท่าทีเป็นมิตรกับพม่า ไทยไม่เคยออกมาประณามรัฐประหารในพม่า (ก็จะประณามลงได้อย่างไร ในเมื่อรัฐบาลไทยปัจจุบันก็เป็นผลพวง
จากรัฐประหารเหมือนกัน) ต่างจากท่าทีของประเทศใหญ่ๆ ในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซียหรือสิงคโปร์ ที่ดูจะไม่พอใจคณะรัฐประหารพม่าเป็นพิเศษ และเป็นตัวตั้งตัวตีให้อาเซียนกดดันพม่ามากขึ้น และในทางกลับกัน พม่าก็ปฏิบัติกับไทยดีกว่าประเทศอื่นๆ อย่างชัดเจน ตัวอย่างชัดๆ ที่เพิ่งเกิดเมื่อไม่นานมานี้ มีอยู่ 2 กรณี

กรณีแรก กัมพูชาในฐานะประธานอาเซียนปีนี้ พยายามเข้าหาพม่าอย่างหนัก ปรัก สุคน (Prak Sokhonn) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ที่มีตำแหน่งผู้แทนพิเศษด้านการทูตของอาเซียนพ่วงด้วย เดินทางไปเยือนพม่าอย่างเป็นทางการมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกในเดือนมีนาคม และครั้งที่สองในต้นเดือนกรกฎาคม ในความเป็นจริง กัมพูชาดูเอาจริงเอาจังกับพม่ามาก ถึงขนาดที่เมื่อกัมพูชาเข้ารับตำแหน่งประธานอาเซียนในช่วงต้นปี สมเด็จฯฮุน เซ็น ลงทุนไปเยือนพม่าด้วยตัวเอง แต่ก็โดน “ทัวร์ลง” เพราะฝั่งประชาชนพม่ามองว่าท่าทีของผู้นำกัมพูชาที่มีต่อคณะรัฐประหารพม่าดูจะอ่อนหรือหงอเกินไป แม้ในเว็บไซต์ทางการของกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา จะชี้ชัดว่าการไปเยือนพม่าหนที่สองของสุคนจะประสบความสำเร็จอย่างงดงาม แต่ในเว็บไซต์ข่าวสารของพม่ามองต่างออกไปสิ้นเชิง

เมื่อสุคนเดินทางถึงสนามบินย่างกุ้ง พม่าจัดคณะต้อนรับระดับโลว์โปรไฟล์ไปรับ บุคคลระดับสูงสุดในคณะที่ไปรับสุคนเป็นเพียงผู้อำนวยการกรมศึกษาและฝึกอบรมด้านยุทธศาสตร์ ซึ่งก็เป็นหน่วยงานที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไรมากสังกัดกระทรวงต่างประเทศ คาดกันว่าคณะรัฐประหารพม่าอยากสั่งสอนกัมพูชา ที่เคยออกมาประณามการประหารนักโทษการเมือง 4 คน นอกจากนี้ สุคนยังยืนยันว่าต้องการเข้ากับด่อ ออง ซาน
ซูจี และอดีตประธานาธิบดี วิน มยิ้น และหากการเจรจาเพื่อแก้ไขวิกฤตการเมืองในพม่าต้องเริ่มจากการนำอดีตผู้นำรัฐบาล NLDเข้าสู่สมการการเจรจาด้วย

อย่างที่ทราบกันอยู่ว่าพม่าอ่อนไหวมากกับการถูกวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะเมื่อมีคีย์เวิร์ดแสลงหูอย่าง “ด่อ ออง ซาน ซูจี” เข้าไป ยิ่งถ้าคำวิจารณ์มาจากประเทศพม่าเคยคิดว่าจะพึ่งพาได้และจะเป็นตัวกลางการเจรจาอย่างกัมพูชา ผู้เขียนคิดว่าความเจ็บช้ำจากกัมพูชาในครั้งนั้นจะทำให้ท่าทีที่คณะรัฐประหารพม่ามีต่อกัมพูชา ตัวของสุคนเอง และความพยายามเจรจาของอาเซียนทั้งหมดไม่ประสบความสำเร็จเลย อย่างน้อยก็จนกว่าอินโดนีเซียจะเข้ามารับเป็นประธานอาเซียนต่อในปี 2023

กรณีต่อมาที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือการที่เครื่องบินรบ MiG-29 ของกองทัพพม่า บินวนยิงปืนกลถล่มกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ทางตอนใต้ของเมืองเมียวดีในรัฐกะเหรี่ยง และรุกล้ำบินต่ำเข้ามาในเขตน่านฟ้าของไทย เป็นเวลาประมาณ 15 นาที เหตุเกิดก่อนเที่ยงวันของวันที่ 30 มิถุนายน ในเขตอำเภอพบพระ จังหวัดตาก กรณีนี้ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กองทัพอากาศของไทยอย่างกว้างขวาง คนส่วนใหญ่มองว่าไทยปล่อยให้เครื่องบินรบพม่ารุกล้ำอธิปไตยของไทย ส่งผลให้ประชาชนในฝั่งไทยหวาดผวา เรื่องนี้เป็นที่กล่าวถึงอย่างมากทั้งในไทยและพม่า แต่รัฐบาลและกองทัพอากาศไทยกลับมองว่าเป็นเรื่องไม่ใหญ่ กองทัพอากาศไทยส่งเครื่องบิน F-16 สองลำเข้าไปลาดตระเวน และตักเตือนเครื่องบินของพม่าที่รุกล้ำเข้ามา ทางการไทยอ้างว่าได้ประท้วงและประสานไปทางการพม่าแล้ว ได้รับคำขอโทษแล้ว และเจรจาปรับความเข้าใจกันแล้ว อีกทั้งไม่ได้มองว่าเครื่องบินพม่าเป็นภัยคุกคามของไทย

เพียงหนึ่งวันก่อนจะเกิดเหตุนี้ขึ้น พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ลาย เพิ่งจะต้อนรับคณะนายทหารไทยที่เดินทางไปร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนไทย-เมียนมา ส่วนภูมิภาค หรือ RCB นำโดย พล.ท.อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค ไทย-พม่า การหารือเป็นไปอย่างชื่นมื่น ไม่มีทีท่าว่าจะเกิดดราม่าอะไรขึ้น

เครื่องบินรบของพม่าที่บินรุกเข้ามาในเขตไทยเป็นผลจากการปูพรมโจมตีกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ 3-4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มของกองทัพปลดปล่อยกะเหรี่ยงแห่งชาติ (KNLA) องค์กรปกป้องแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNDO) และกองกำลังพิทักษ์ประชาชน (PDF) 2 กองร้อยได้แก่ Cobra Force และ Venom Force ที่ร่วมกันโจมตีฐานที่มั่นของกองทัพพม่าที่อูการิธตา (Ukarithta) ใกล้เมืองวอเล (Waw Lay) ประชิดชายแดนไทยที่จังหวัดตาก จากรายงานของสำนักข่าวอิรวดี กองทัพพม่าส่งเครื่องบิน Yak-130 ไปโจมตีกองกำลัง PDF ถึง 9 ครั้งภายในวันเดียว และใช้เครื่องบิน MiG-29 (ลำที่น่าจะรุกเข้ามาในเขตไทย) โจมตีอีก 5 ครั้ง และยังส่งเฮลิคอปเตอร์ Mi-17 อีก 2 ลำมาจากเมาะละแหม่ง เพื่อลำเลียงขีปนาวุธเข้าไปในรัฐกะเหรี่ยง

การสู้รบในรัฐกะเหรี่ยงครั้งนี้น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะเป็นการต่อสู้ระหว่างกองกำลังกะเหรี่ยงกับกองทัพพม่าที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี คาดการณ์ได้ว่าการต่อสู้นี้จะเข้มข้นและรุนแรงขึ้นอย่างแน่นอน และอาจมีกรณีที่เครื่องบินพม่าบินรุกล้ำเข้ามาในเขตของไทยอีกเรื่อยๆ ท่าทีของรัฐบาลและกองทัพไทยต่อกรณีนี้ดูจะเกรงอกเกรงใจพม่าเป็นพิเศษ ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะเหตุผลที่ได้อธิบายไปแล้วว่ากองทัพทั้งสองประเทศสนิทสนมกันเป็นพิเศษ และทางการไทยก็พร้อมจะอ่อนข้อให้กองทัพพม่า ด้วยถือว่าเป็นมหามิตร ต่างจากประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ที่พม่าไม่เคยมองว่าเป็นมิตร และอาเซียนที่ใจไม่ถึง พึ่งไม่ได้ แต่ท่าทีของรัฐบาลไทยแบบนี้ นอกจากจะทำให้คนยิ่งตั้งคำถามว่า #ทหารมีไว้ทำไม เพิ่มขึ้นแล้ว ยิ่งจะทำให้คนทั่วโลกเอาไทยไปซุบซิบว่าขาดความสง่างาม

ผู้เขียนจำคำของนักข่าวอาวุโสท่านหนึ่งที่เคยพูดกับผู้เขียนว่าท่าทีของไทยต่อพม่าย่อมแตกต่างจากประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน เพราะไทยมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับพม่าเยอะกว่าประเทศอื่นๆ ในอาเซียน และแน่นอนเมื่อใดที่เกิดปัญหาขึ้นในพม่า ไทยย่อมได้รับผลกระทบเป็นประเทศแรกๆ แต่ผู้เขียนก็มองว่าการรักษามาตรฐานและความสง่างามของรัฐไทยและกองทัพไทยก็มีความจำเป็น ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นขี้ปากของคนไทยและของคนทั่วโลกว่ารัฐบาลไทยไม่กล้าแม้แต่จะประณามความกร่างของกองทัพพม่า ในอนาคตหากไทย ยังยอมหยวนๆ ให้พม่าอย่างที่เป็นอยู่ หากโดนพม่าแว้งกัด แล้วจะหาว่าประชาชนอย่างเราๆ ไม่เตือน!

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon